วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชาสัมพันธ์ (จังหวัด) อย่างไร ให้ได้มูลค่าเพิ่ม

ขึ้นชื่อว่า เป็น (ต่าง) จังหวัด ย่อมเป็นอะไรที่แตกต่างจากส่วนกลางหรือกรุงเทพฯ โดยเฉพาะความเจริญด้านต่างๆ ดังที่เราๆ ท่านๆ ก็คงจะสัมผัส

เป็นปกติเชิงโครงสร้างสังคม จังหวัดใหญ่กับจังหวัดเล็กก็ต่างกันอีก ยังไม่นับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ชนบท

อะไรๆ กระจุกในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้กระจาย เมื่อความเจริญต่างๆ ไม่ค่อยได้กระจายสู่ต่างจังหวัด ก็ (อาจ) ทำให้ความเป็นอยู่ไม่ค่อยได้รับความสะดวกสบายในการดำรงชีวิตที่พอเหมาะพอสม ไม่ทราบผู้อ่านเห็นอย่างนั้นหรือไม่ ไม่แน่ใจ

ขอเพียงพอเหมาะพอสม ก็เพียงพอ จะช่วยกันพัฒนาส่งเสริมเติมเต็มอย่างไร สงสารชาวบ้านประชาชนคนภูธร ถ้าเป็นอย่างนี้ คุณภาพชีวิตจะอย่างไร

บางพื้นที่บริการพื้นฐานรัฐก็ยังไม่ดี ไฟฟ้า ประปา ถนนหนทางก็ยังไม่ได้ ฯลฯ มีประปาก็ขุ่นอีก จะ (โชค) ดีซะหน่อยได้ใช้น้ำสะอาด เปิดก๊อกน้ำนั่งซักเสื้อผ้าขาวอยู่ จู่ๆ น้ำขุ่นแดงโล่โผล่มาแทน เอาไงดี ไม่ต้องถึงกับประปาดื่มได้ จะเร่งมือเร่งรัดอย่างไร

คงต้องฝากความหวังไว้ที่ 3 ผู้นำภาครัฐ 1) ผู้นำรัฐบาล 2) ผู้นำจังหวัด 3) ผู้นำประชาสัมพันธ์จังหวัด และจะดีหรือไม่ ประการใด หากบวกอีก 1 ผู้นำธุรกิจ โดยเฉพาะผู้นำธุรกิจในส่วนกลาง หรือกรุงเทพฯ

ผู้นำจังหวัด หรือผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ จะสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประชาชนในจังหวัดของตนได้อย่างไร อยู่ที่ 2 ส่วน 1) แผนพัฒนาจังหวัด 2) ความต้องการของ ผวจ.

1. แผนพัฒนาจังหวัด โดยได้รับอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลมาทำโครงการต่างๆ ถือเป็นวิธีการสร้างความเจริญที่ดี อันที่จริงแผนฯนี้น่าจะมีลักษณะก้าวกระโดด (บ้าง) อาจต้องดักปัญหาและคาดการณ์ความเจริญล่วงหน้า ไม่งั้นไม่ทันใช้ กลายเป็นว่ามีแผนไว้ตามแก้ปัญหา ไม่ได้นำปัญหา ไม่ได้นำความเจริญแต่ตามความเจริญ ที่ไหนเขาก็มีแล้ว ที่นี่ยังไม่มีก็แย่สิ กว่าประชาชนจะได้รับความสะดวกสบาย (บ้าง) ก็ช้าเกินไป ดีไม่ดีจะถูกทวงถาม ถึงตอนนั้นจะอธิบาย (แก้ตัว) กันอย่างไร

อย่างไรก็ตาม จังหวัดอาจทำอยู่แล้ว ขณะที่ผู้นำรัฐบาลไม่ควรไปปรับลด ตัดทอนงบจังหวัด แต่ควรสนับสนุน หนุนนำ “ใช้เงินทำงาน” กระจายงบให้ทั่วถึงโดยเฉพาะจังหวัดเล็ก เนื่องเพราะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของชาว ตจว.ที่ดีขึ้น

2. “ความต้องการ” เป็นความต้องการของผู้นำปิ๊งไอเดียทำโครงการนั้นโครงการนี้ จะเป็นโครงการอะไร ขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็น และสถานการณ์แต่ละช่วงเวลาของการนำองค์กร เพื่อเน้นสร้างศักยภาพการแข่งขันและความแข็งแกร่งให้จังหวัด

แผนพัฒนาฯ + ความต้องการ จึงสำคัญ

เหนืออื่นใด เมื่อทำอะไร ต้องบอกกล่าว สื่อสารให้ประชาชนรู้ คืบหน้าถึงไหน แล้วเสร็จเมื่อใด เป็นประโยชน์อย่างไร เพื่อจะได้ใช้บริการจากโครงการพัฒนานั้นๆ เป็น “ผล” จาก “แผน” ลงมือปฏิบัติจนสำเร็จ ไม่พีอาร์ ก็น่าเสียดาย

ใครเป็นผู้ว่าฯนักประชาสัมพันธ์ ก็ได้เปรียบ หยิบจับอะไรเป็นข่าวไปหมด เพราะรู้เหลี่ยมมุมที่จะสื่อสารกับประชาชน สังคม ยกตัวอย่าง ท่านผู้ว่าฯปรีชา เรืองจันทร์ อดีต ผวจ.พิษณุโลก ที่เพิ่งเกษียณไปใหม่ๆ หมาดๆ จู่ๆ ท่านก็ไปดำนากับชาวนา วันดีคืนดีแต่งชุดนักเรียนร่วมกิจกรรมวันเด็ก ปั่นสามล้อ ใส่ม่อฮ่อมที่ดูแล้วเป็นธรรมชาติไม่เคอะเขินหรือสร้างภาพ ฯลฯ

ไปร่วมกิจกรรมแล้ว จะพูดจาสื่อสารนโยบายกับกลุ่มเป้าหมายอย่างไร หรือจะให้ประชาชนร่วมมืออย่างไร ก็ว่าไป เป็นโอกาสแล้ว

ถ้าจะว่าไปแล้ว การประชาสัมพันธ์ เป็นศิลปะหรือเสน่ห์อย่างหนึ่งถ้าใช้เป็น ชาวบ้านเคารพรักใคร่ จำได้ไม่มีลืม

ออกสื่อบ่อยเท่าใด ก็เข้าถึงเท่านั้น

ยิ่งสื่อสาร ยิ่งรู้จัก

ยิ่งรู้จัก ยิ่งเข้าใจ

ยิ่งเข้าใจ ยิ่งร่วมมือ

ยิ่งร่วมมือ ยิ่งสำเร็จ

ในยุคใหม่นี้ เป็นผู้ว่าฯนักพัฒนา (อาจ) ไม่พอ ต้องเป็นผู้ว่าฯนักประชาสัมพันธ์ด้วย

แต่หากไม่เก่งสื่อสารด้วยตนเอง ก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร ถ้ารู้ใช้ “ประชาสัมพันธ์จังหวัด” ซึ่งพร้อมจะหนุนนำ นำพาการบริหารงานของ ผวจ.ไปสู่เป้าหมาย หรือความสำเร็จในงาน ยินดีจัดให้ จัดเต็ม หรือจัดหนักอย่างไร เพราะประชาสัมพันธ์จังหวัด สังกัดกรมประชาสัมพันธ์โดยตรง ล้วนเชี่ยวชาญพีอาร์ ไม่มีใครรู้พีอาร์ดีเท่ากรมฯ มีความเป็นมืออาชีพ รู้เลือก รู้หยิบ รู้จับขยับคว้าผลงานใดของ ผวจ.ไปพีอาร์ และลึกซึ้งในกลวิธีพีอาร์อย่างไร ให้บรรลุผลที่ดีกว่า

ให้ผลพีอาร์ ดุจมูลค่าเพิ่มพีอาร์

มีบางคำถามชวนคิด บางมุมชวนมอง : จะดีหรือไม่ หากประชาสัมพันธ์จังหวัดจะจับขยับคว้าสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของผู้นำธุรกิจ ที่ขณะนี้กำลังรุกขยายกิจการ หรือเปิดสาขาในต่างจังหวัด และเสนอแนะเหลี่ยมมุมพีอาร์ให้ผู้ว่าฯเชิญชวนบริษัทธุรกิจ ที่มีแผนขยายการลงทุน ให้หันมาสนใจ และตัดสินใจลงทุนในจังหวัดของตน ไม่รอให้เข้ามา แต่รุก “ความต้องการ” ของจังหวัดออกไป

ขยับคว้าได้สำเร็จเมื่อใด เป็นมูลค่าเพิ่มพีอาร์เมื่อนั้น เป็นอีกก้าวของการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ และกระจายความเจริญสู่ ตจว. ดังจะเห็นได้จากการมีเซ็นทรัลพิษณุโลก เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ หรือเบียร์ช้างที่กำแพงเพชรเมื่อหลายปีก่อน ฯลฯ

อยู่ที่ ผวจ.จะใช้ประชาสัมพันธ์ (จังหวัด) อย่างไร ให้ได้มูลค่าเพิ่ม