สิ่งที่เลวร้ายอย่างหนึ่งสำหรับผู้คนที่ต้องทำมาหากินคือการที่ต้องทนอยู่กับวิกฤติที่มาจากความขัดแย้งที่ยาวนาน ไม่รู้จบรู้สิ้น
วิกฤติที่ยากที่จะคาดเดาตอนจบว่าจะเป็นอย่างไรมักทิ้งผลกระทบไว้อีกยาวนาน แม้สิ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตินั้นจะยุติลงไปแล้วก็ตามน้ำท่วมใหญ่สร้างความทรมานให้กับทั้งคนที่โดนน้ำท่วมแล้ว และคนที่ไม่รู้ว่าน้ำจะท่วมมาถึงบ้านของตนเองหรือไม่ คนหนึ่งน้ำท่วมบ้าน อีกคนหนึ่งน้ำท่วมจิตใจไปพร้อมๆ กัน น้ำท่วมผ่านไปแต่ผลกระทบคงอยู่อีกยาวนานหลายเดือนกว่าคนที่เจอวิกฤติน้ำท่วมจะกลับมาอยู่ได้อย่างปกติสุข ทั้งกายทั้งใจ
ดังนั้น หากเราต้องตกเป็นเหยื่อของวิกฤติจากความขัดแย้งใดๆ ที่คงอยู่ยาวนาน เราต้องเตรียมใจไว้ด้วยว่าผลกระทบจากวิกฤตินั้นจะไม่จบลงไปพร้อมๆ กับวิกฤตินั้น แต่จะติดตามหลอกหลอนเราต่อไปอีกนาน ความขัดแย้งที่มุ่งเน้นจะเอาชนะกันโดยใช้ความเกลียดชังเป็นกลไกในการสร้างชัยชนะให้กับฝ่ายตนนั้น จะทิ้งไว้ทั้งผลกระทบโดยตรง และผลค้างข้างมากมายหลายอย่าง และจะคงอยู่กับเรานานกว่าที่คาดคิดไว้มากนัก เราอยู่กับวิกฤติการจราจรมายาวนาน จนแทบจะกลายเป็นความคุ้นเคย เราทนอยู่กับรถติดนานนับชั่วโมงได้ แต่ถ้าวันหนึ่งถนนโล่งกว่าที่เคยเป็น แทนที่เราจะพบผู้คนสบายอกสบายใจขับรถกันตามกฎจราจร เรากลับยังพบพฤติกรรมการขับรถแบบเดิมๆ ขับแซงซ้าย หรือปาดหน้าคนอื่นเหมือนกับที่กระทำในขณะที่รถติด วิกฤติรถติดที่ยาวนานทิ้งนิสัยการขับรถแบบเอาเปรียบคนอื่นไว้อีกยาวนาน คำถามชวนคิดคือวิกฤติจากความขัดแย้งที่เอาชนะกันด้วยการสร้างความเกลียดชังนั้นจะทิ้งอะไรไว้บ้าง
ในวันใดที่ความขัดแย้งยุติลงด้วยชัยชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ความขัดแย้งจบลงด้วยการมีผู้ชนะ มีผู้แพ้ แต่กองเชียร์ของทั้งผู้แพ้และผู้ชนะยังต้องทำงานด้วยกัน ยังต้องอยู่บ้านใกล้กัน ไม่ใช่ว่าใครชนะอยู่ที่หนึ่ง ใครแพ้ต้องหนีไปอยู่อีกที่หนึ่ง เหมือนการทำสงครามที่ใครเชียร์คนแพ้ก็ต้องขยับขยายตนเองไปอยู่ที่อื่น ความขัดแย้งที่สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นนั้น คู่กรณีจบลงด้วยการกำจัดอีกฝ่ายหนึ่งได้ แต่กองเชียร์ที่เปลี่ยนเพื่อนร่วมงานที่เชียร์ต่างกันให้กลายเป็นศัตรูไปแล้วนั้น ยังต้องทำงานด้วยกันอยู่ต่อไป ดังนั้น การรู้เท่าทันผลกระทบและผลข้างเคียงที่วิกฤติที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังทิ้งไว้ จะทำให้เราเตรียมรับมือได้ดีกว่าและมีโอกาสที่จะรักษาบรรยากาศที่ดีเอาไว้ได้
หลังวิกฤติจากความขัดแย้งต้องตระหนักไว้ก่อนว่าความเกลียดชังยังอยู่ ยิ่งถ้ามีผู้แพ้ผู้ชนะ กองเชียร์ทั้งผู้ชนะผู้แพ้ จะยิ่งเกลียดชังอีกฝ่ายหนึ่งมากขึ้น ฝ่ายชนะไม่ว่าจะทำอะไรก็ขวางหูขวางตาฝ่ายแพ้ไปหมด เกลียดกันแต่ก็ยังต้องทำงานด้วยกัน บางคนจึงหลีกเลี่ยงที่จะพูดจากันอย่างตรงไปตรงมา หลังวิกฤติที่สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นมานั้น ผลกระทบที่ทิ้งไว้แน่ๆ อย่างหนึ่งคือเราไม่สามารถพูดคุยกันอย่างสนิทใจได้เหมือนเดิม คุยกับเพื่อนร่วมงานกลายเป็นการเจรจาธุรกิจกับคู่แข่ง แม้เบื้องหน้าจะยิ้มแย้มต่อกัน แต่เบื้องหลังกลับระแวงกันอยู่ตลอดเวลา เราคุยกันได้สั้นลงแต่พูดจากันช้าลง เพราะจะพูดจาอะไรก็ต้องตรึกตรองคำที่จะพูดว่าจะกระเทือนความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานต่างความคิดหรือไม่
หนทางหนึ่งที่จะทุเลาอาการนี้ลงไปได้คือต้องชวนกันคุยเรื่องอนาคตของหน่วยงานกันให้มากขึ้น เพราะทุกคนที่ทำงานอยู่ด้วยกันนั้นเชียร์เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือเชียร์หน่วยงานของตนเอง เมื่อเชียร์เหมือนกัน เราก็คุยกันได้สนิทใจมากขึ้น คุยกันเรื่องอนาคตหลังวิกฤติของหน่วยงานกันบ่อยๆ คุยกันสักพัก เราก็จะได้เพื่อนของเรากลับคืนมา สำคัญแค่ว่าอย่าเผลอกลับไปพูดถึงเรื่องที่เป็นความขัดแย้งนั้นอีก คนเรามีเรื่องมากมายในชีวิตที่เป็นหัวข้อสนทนาเติมเต็มเรื่องการงานในอนาคตได้ อย่าอินกับความขัดแย้งจนนึกไม่ออกว่าจะคุยกับเพื่อนร่วมงานเรื่องอะไรดี นอกจากเรื่องที่เราเฝ้าดูทั้งวันทั้งคืน
หลังความขัดแย้งยุติลง ทั้งคนแพ้คนชนะจะสูญเสียตรรกะในการคิดไประดับหนึ่งในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะคงอยู่นานแค่ไหนขึ้นกับคนนั้นอินไปกับความขัดแย้งนั้นมากน้อยแค่ไหน การสูญเสียตรรกะมาจากโมหะที่ต้องการเอาชนะคู่อริ คิดเป็นเหตุเป็นผลไม่ได้ คิดได้แต่ฉันต้องถูก แกต้องผิด ใช้ตรรกะในการคิดที่ถูกต้องเมื่อใด คู่อริก็ดูดีขึ้น โมหะของเราจึงต้องปรุงแต่งตรรกะที่เราใช้ให้เป็นไปในทางที่สนับสนุนความเกลียดและความโกรธของเรา ดังนั้น ตรรกะที่ใช้ในการคิดจึงผิดเพี้ยนไปหลังจากความขัดแย้งยุติลง ทำงานกับใครหลังวิกฤติจึงต้องทำใจไว้ก่อนว่าเหตุผลและข้อมูลที่บ่งบอกความเป็นจริงจะลดน้อยลงไปหน่อย ต้องทำใจกับการคิดการวิเคราะห์อย่างลำเอียงไว้ก่อน รู้แล้วว่าจะเจอตรรกะที่ผิดเพี้ยนจากเพื่อนร่วมงานแน่ๆ เราก็ยกระดับความอดกลั้นไว้ให้สูงขึ้นอีกหน่อย โอกาสที่จะตอบโต้กันจนกลายความขัดแย้งระหว่างคนทำงานด้วยกันก็ลดลงไปได้
หลังความขัดแย้งอย่าคิดเล็กคิดน้อยกับสิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน ลดความสะใจในการใช้วาทะลงไปบ้าง จะเอาชนะ จะสร้างความพ่ายแพ้ให้กับเพื่อนร่วมงานกันไปทำไม เพราะสุดท้ายที่แพ้จริงคือทุกคนที่ทำงานอยู่ด้วยกันนั่นแหละ ทุกคนแพ้เพราะการงานย่ำแย่ลงต่างหาก









