วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรียนรู้นักช้อปออนไลน์ จาก Festive Marketing

นักการตลาด หรือร้านค้า ที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านทางโซเชียลมีเดียจะต้องคำนึงลักษณะพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละแพลทฟอร์มมากขึ้น

วันนี้เป็นวันสำคัญของชาวตะวันตกที่เปิดโอกาสให้แสดงความรักกันได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าวันแห่งความรักในบ้านเราอาจไม่คึกคักเท่าไรนัก แต่สำหรับนักการตลาดที่ต้องใช้กลยุทธ์ Festive Marketing ก็สามารถใช้โอกาสนี้สร้างแคมเปญ และกระตุ้นยอดขายได้อีกวาระหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานของสมาคมการค้าปลีกสหรัฐอเมริกา (เอ็นอาร์เอฟ) ที่คาดการณ์ว่าในปีนี้ สินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในตลาดอเมริกานั้น อาจจะทำยอดขายได้สูงถึง 17,300 ล้านดอลลาร์

มาดูกันว่าตัวเลขที่น่าสนใจอื่นๆ ในวันวาเลนไทน์นี้ บอกพฤติกรรมนักช้อปออนไลน์อย่างไรบ้าง

เอ็นอาร์เอฟ รายงานว่าการสำรวจผู้บริโภคในปี 2557 พบว่า ส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจซื้อ โดยราว 26.1% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ตั้งใจจะช้อปออนไลน์ โดยราว 32.2% ของนักช้อปออนไลน์เหล่านี้ มักหาข้อมูลสินค้า และเปรียบเทียบราคา ผ่านแท็บเล็ต ส่วนอีก 24% ใช้สมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือ

ขณะที่คอมสกอร์ รายงานการจับจ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลแห่งความรักของชาวอเมริกันเมื่อปีที่แล้วไว้อย่างน่าสนใจ โดยพบว่า ชาวอเมริกันมากกว่า 26 ล้านคนนิยมเข้าไปใช้บริการส่งดอกไม้และการ์ดอวยพร รวมทั้งหาอีการ์ด

ส่วนเว็บไซต์ชื่อดังที่ให้บริการดอกไม้และการ์ดอวยพรต่างพบว่า มีจำนวนผู้เข้าชมมากขึ้น อาทิ โปรฟลาวเวอร์ ดอท คอม (ProFlowers.com) และ เบอร์รีส์ ดอท คอม (Berries.com) มีผู้แวะไปเยี่ยมด้วยยอดรวมกัน ถึง 7.6 ล้านคน

1-800-Flowers.com มีคนเข้าชม 3.1 ล้านคน หรือ เพิ่มขึ้น 124% เช่นเดียวกับ อเมริกันกรีทติงส์(AmericanGreetings) เว็บไซต์อีการ์ดชื่อดังที่มีอัตราคนเข้าใช้บริการกว่า 3.1 ล้านคน สูงขึ้น 16% นี่คือสาเหตุที่ทำให้วันนี้กลายเป็นวันสำคัญแห่งปีอีกวัน ที่นักการตลาด และร้านค้าปลีกในสหรัฐ ต้องเตรียมแผนสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย

สำหรับนักการตลาดหรือร้านค้าบ้านเราที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านกลยุทธ์ช่องทางโซเชียลมีเดีย อาจจะต้องคำนึงลักษณะพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละแพลทฟอร์มมากขึ้น เพราะข้อมูลจากออมนิคอร์ (Omnicore) ที่เพิ่งเปิดเผยล่าสุด ระบุสัดส่วนของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียของเพศชายและหญิงในอเมริกานั้นมีความแตกต่างกันดังนี้

ผู้หญิงอเมริกานิยม พินเทอเรสต์ 83% เฟซบุ๊ค 57% ทวิตเตอร์ 46%
ผู้ชายอเมริกานิยม พินเทอเรสต์ 17% เฟซบุ๊ค 43% ทวิตเตอร์ 54%

สาเหตุหลักที่ผู้หญิงนิยมใช้พินเทอเรสต์มากกว่า เป็นเพราะสามารถเพลิดเพลินกับรูปแบบการใช้งานได้เป็นเวลานานๆ แถมยังได้แรงบันดาลใจในกิจกรรมหรือเรื่องราวที่ชื่นชอบ รวมถึงฟังก์ชั่นที่สามารถติดตามอัพเดต เทรนด์ใหม่ๆ จากทั่วโลกและเก็บเป็นคอลเลคชั่นส่วนตัวได้

ในกลุ่มของสาวกพินเทอร์เรสต์เองก็พบว่ามีความผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น เพราะได้เห็นภาพและเคยส่งต่อและ "ปักหมุด" สินค้า และเรื่องราวของแบรนด์ที่ชื่นชอบได้ ซึ่งข้อดีนี้ช่วยสนับสนุนยอดขายของแบรนด์นั้นๆ ได้ด้วย

เมื่อย้อนมาดูจำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดียในบ้านเรา ที่มีแพลทฟอร์มมากมายอย่าง เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ พินเทอเรสต์ ทวิตเตอร์ ฯลฯ ให้เลือกใช้ และมีเครื่องมือสนับสนุนการใช้งานที่แตกต่างกันไป คงต้องศึกษาและวางแผนสื่อสารผ่านช่องทางนี้ให้ดี เพราะแนวโน้มของปริมาณนักช้อปออนไลน์ในบ้านเราคงมีตัวเลขที่ท้าทายนักการตลาดอยู่ไม่น้อย

อย่าลืมว่า ยังมีวันสำคัญอื่นๆ ของตลาดบ้านเราที่สามารถเชื่อมโยงสู่แบรนด์และสินค้าได้เกือบทุกๆ 2 เดือน