เมื่อกระบวนการตำรวจไม่ตอบสนองด้วยการให้ "ความจริง" แก่สังคมหรือเหยื่อความรุนแรง กระบวนการทำงานของโซเซียลเน็ตเวิร์ค
crowdsourcing ในโลกออนไลน์จึงเริ่มไล่ล่า "มือปืน" แทนกระบวนการยุติธรรมปกติ
Crowdsourcing เป็นการกระจายปัญหาไปยังกลุ่มบุคคลที่มีความสนใจอย่างเดียวกัน ปัญหาเดียวกัน สถานการณ์เดียวกัน และเริ่มค้นหาคำตอบ รวมถึงคลี่คลายปัญหา นำความจริงมาบอกสังคม
Crowdsourcing ใช้กับธุรกิจ หรือบริษัทที่สามารถ broadcast คำถามหรือปัญหาที่ต้องการคำตอบไปยังกลุ่มคนขนาดใหญ่ เพื่อให้ได้มาซึ่งวิธีการใหม่ ๆ Crowd หรือ User ส่วนมากในการทำ Crowdsourcing เราจะหมายถึงกลุ่มชุมชนออนไลน์ หรือในโลกไซเบอร์
User จะพยายามนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อให้บริษัทได้รับตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยปกติแล้วจะมีบริษัทที่เป็น Crowdsourcer รับทำหน้าที่นี้เพื่อกระจายปัญหาที่ต้องการคำตอบ ของลูกค้าไปยังกลุ่มคนที่ Crowdsourcer มีอยู่ในฐานข้อมูล
การทำ Crowdsourcing อาจเลือกที่จะให้บุคคลทั่วไปเข้ามาร่วมกิจกรรม หรืออาจเลือก User ที่เป็นกลุ่มที่ชำนาญเฉพาะด้าน หรือกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กได้อีกด้วย
หลายปีที่ผ่านมาบริษัทน้อยใหญ่ได้เริ่มทดลองใช้ Crowdsourcing เพื่อพัฒนาสินค้า การให้บริการ หรือแม้กระทั่งการออกแบบ logo บริษัท การใช้ Crowdsoucing เปรียบเสมือนการประยุกต์ “ประชาธิปไตย” มาใช้ในธุรกิจ ด้วยการเปิดให้โหวตเลือก logo ที่ดีที่สุด
Crowdsourcing ยังนำมาใช้ในงานโฆษณา และการตลาด เช่นบริษัทหนึ่งอาจออกโจทย์เกี่ยวกับหนังโฆษณา แล้วส่งข้อมูลนี้ออกไปยังชุมชนออนไลน์ผ่านบริษัทที่รับทำ Crowdsourcer เพื่อให้ได้แนวคิดใหม่ ๆ ในการทำหนังโฆษณา เป็นต้น
ในด้านการข่าว สื่อมวลชนอังกฤษ สงสัยเหตุการตายของชายคนหนึ่งขณะเข้าร่วมชุมนุม เบื้องต้นตำรวจสรุปการตายว่า ตายด้วยอาการปัจจุบัน พูดง่ายๆ คือช็อกตาย
แต่นักข่าวไม่เชื่อ และคิดว่าคนที่มาชุมนุมจำนวนมาก น่าจะมีใครสักคนที่เห็น "เหตุการณ์จริง" จึงได้ใช้วิธีการ Crowdsourcing มาแสวงหาความจริง
ต่อมาตำรวจอังกฤษยอมแถลงแก้ไขที่เคยแถลงไปแล้ว ว่า ชายคนดังกล่าวถูกใครก็ไม่รู้ (บ้านเราชอบใช้คำว่าชายชุดดำ) ปาด้วยขวดน้ำที่บริเวณท้ายทอย
คำแถลงของตำรวจ ผู้คนในโลกออนไลน์ ก็ยังไม่เชื่อ เหตุที่ไม่น่าเชื่อถือเพราะมีผู้นำคลิปเหตุการณ์อีกหลายมุมส่งเข้ามาให้นักข่าวคนนั้น ปรากฏว่าในคลิปภาพเหตุการณ์ไม่มีเศษขวด หรือเศษสิ่งของที่จะทำให้ชายผู้นั้นถึงแก่ความตายได้
ในที่สุด มีคลิปวีดิโอหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสหรัฐมาเที่ยวอังกฤษแล้วบังเอิญมาเจอเหตุการณ์การชุมนุม แล้วก็ถ่ายภาพไว้ และบังเอิญอีกเช่นกันที่ถ่ายภาพเหตุการณ์ที่มีตำรวจเดินมาข้างหลังชายที่เสียชีวิตแล้วใช้ไม้กระบองตีเข้าไปที่ท้ายทอยของเหยื่อจนชายคนนั้นทรุดลงไป แต่ไม่ได้เสียชีวิตทันที
เขายังลุกขึ้นมาได้ แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมาในโรงพยาบาล หลังเข้าพบแพทย์เนื่องจากมีอาการปวดศีรษะรุนแรง แพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า เลือดคั่งในสมอง
คลิปนี้เองนักข่าวได้นำเสนอออกไป ตำรวจอังกฤษมาขอให้ลบคลิปนั้นเสีย แต่นักข่าวบอกว่านี่มันไม่ใช่คลิปที่เขาถ่ายเอง แต่เป็นของโลกออนไลน์ที่คุณ (ตำรวจ) ไม่มีวันปกปิดความจริงกับสังคมได้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อังกฤษ ลงโทษตำรวจรายนั้นสถานหนักด้วยการไล่ออกจากราชการ และลงโทษผู้บังคับบัญชาด้วย
จากคดีนี้ได้เป็นโมเดลให้กับอีกหลายคดีที่โลกออนไลน์ เปิดโปงความจริงออกมา
กรณีนี้เองทำให้ได้แนวคิด และแนวทางแก้ปัญหาใหม่ ๆ ซึ่งเกิดจากกลุ่มคนจำนวนมากทำให้เกิดความหลากหลายทางความคิด นำไปสู่การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนด้านอื่นที่ต้องเสียไป
บ้านเราความรุนแรงในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองมีหลายครั้ง ทุกเหตุการณ์มีคลิปภาพมุมต่างๆ ออกมา ปรากฏภาพคนทำผิดชัดเจน แต่ตำรวจยังหาคนทำผิดมาลงโทษไม่ได้
ตำรวจไทยระวังจะเกิดเหตุซ้ำกับที่อังกฤษ และเมื่อใดที่ออนไลน์ไล่ล่าคนร้ายออกมาได้ คุณตำรวจจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร หรือจะรอให้ประชาชนมาไล่คุณออกไปเสียให้พ้น









