ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองในบ้านเรา สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นคือ การที่บรรดา Influencer หรือผู้ที่มีอิทธิพลที่จะโน้มน้าว ชักนำ
หรือคนที่โด่งดังในหลากหลายสาขาต่างเข้ามามีบทบาท สร้างกระแส ดึงผู้คนจำนวนมากเข้าสู่กระแสการเมือง จากปกติการคุยกันเรื่องทั่วๆ ไปในเรื่องที่แต่ละกลุ่มสนใจไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง แพทย์ เหล่าเซเลบริตี้ หรือ สาขาวิชาชีพต่างๆ ก็หันมาคุยเรื่องทางการเมือง บางคนที่ไม่เคยสนใจเรื่องการเมือง พอเห็นบรรดา Social influencer ทั้งหลายเริ่มเข้ามาสนใจการเมือง โพสต์กิจกรรมที่ไปร่วมชุมนุมตามจุดต่างๆ หรือ บางคนก็ขึ้นไปพูดบนเวที ยิ่งทำให้เกิดกระแสเพิ่มขึ้น ให้บรรดาแฟนเพจในเฟซบุ๊คหรืออินสตาแกรมของบรรดาผู้มีอิทธิพลทางความคิดเหล่านั้นต่างกระโดดเข้าไปร่วมกับการชุมนุมด้วย
ในช่วงเริ่มต้นก็อาจมาเพราะตามคนที่ตัวเองชื่นชอบ มาโดยไม่ได้สนใจการเมืองด้วยซ้ำ แต่พอได้เข้าไปร่วมในการชุมนุมด้วย เจอบรรยากาศและผู้คนคอเดียวกัน ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ต้องเข้าร่วม กลายเป็นกระแสสังคมของคนเมือง
คงต้องยอมรับว่า การชุมนุมของ กกปส. ในครั้งนี้ สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาก เพราะ ได้ Social influencer จากหลากหลายวงการ ทำให้ดึงคนได้จำนวนมาก และหลากหลายกลุ่ม ไม่ได้เป็นคอการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะที่รวมตัวกันมาเป็น สถาบัน หน่วยงาน ชุมชน สมาคมต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มปัญญาชนทั้งหลาย แสดงให้เห็นว่าการชุมนุมครั้งนี้ ผู้ชุมนุมล้วนมาด้วยความคิดเห็นที่ตรงกัน ไม่ได้มาที่เกิดจากการว่าจ้าง ไม่ว่าการรวมตัวของ กลุ่มสถาบันการศึกษา ศิษย์เก่า และ ปัจจุบัน อาทิ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ หรือ กลุ่มวิชาชีพต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล ที่ออกมาร่วมชุมนุม ที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีพลัง มีอิสระในความคิด และเป็นมันสมองระดับต้นๆ ของชาติ ที่มีคุณธรรม และมีคนเคารพนับถือมาก ทำให้คนในสังคมตื่นตัวกับการเมือง ติดตามข่าวสาร ในที่สุดก็มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมในที่สุด
บรรดาผู้ที่เป็น Social influencer ทั้งหลาย ต่างใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งเฟซบุ๊คและอินสตาแกรมของตัวเองเพื่อเผยแพร่ ความคิดเห็นส่วนตัว กิจกรรมที่ตัวเองไปร่วมชุมนุม หรือ แม้กระทั่งการแชร์ข่าวสารต่างๆ หรือ Follower หรือผู้ติดตามความเคลื่อนไหวของเหล่าคนดังทั้งหลาย ข่าวสารต่างๆ ที่เกิดในที่ชุมนุมเลย เผยแพร่อย่างรวดเร็ว สื่อที่บิดเบือนข่าวสาร หรือ ไม่เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริง influencer จะเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้นเอง
สุเทพ เทือกสุบรรณ จากคนที่แทบไม่เคยใช้เฟซบุ๊คเลย มีแฟนเพจเป็นหลักหมื่น แต่จากการที่เป็นแกนนำ กกปส. ก็กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ ภายใน 3 เดือน แถมยังมีข่าวสารจากทางฝั่งรัฐบาล จากสื่อมวลชน การบาดเจ็บ เสียชีวิต จากความรุนแรงของการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายที่เกิดขึ้น เป็นตัวช่วยเร่งกระแสซุป’ตาร์วัย 64 ปี ด้วยนานากลยุทธ์ ตัวเลขแฟนเพจจากหลักหมื่นเพิ่มขึ้นเป็นหลักล้านอย่างรวดเร็ว จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่ข่าวสาร และกิจกรรมต่างผ่านเฟซบุ๊คของตัวเอง
ที่สำคัญการมีดารา นักร้อง นักแสดง รวมไปถึง บรรดาเซเลบริตี้ที่มีคนคุ้นหน้าคุ้นตากันในสังคม คนในวงการบันเทิงเข้าร่วมการชุมนุมในครั้ง ทำให้คนเข้าร่วมการชุมนุมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะดารา ต่างมีแฟนเพจจำนวนมาก ส่วนใหญ่มีกันเป็นหลักแสน หรือหลักล้านกันทั้งนั้น ปกติการที่คนเราไป Follow ใครก็เพราะชื่นชอบคนๆ นั้นอยู่แล้ว เมื่อคนที่ตัวเองชื่นชอบแสดงตน เข้าร่วมการชุมนุม หรือ ขึ้นเวทีกัน บรรดาสาวกทั้งหลายก็ต่างตามออกไป ร่วมด้วย ประกอบกับผู้คนที่เข้าร่วมชุมนุมก็ดูเป็นมิตร และบรรยากาศก็เป็น เหมือนงานหรือเทศกาลที่มีทั้งศิลปะและบันเทิง จึงทำให้คนสนุกกับการไปร่วมชุมนุมด้วยในทุกเวที
หากมองในทางการตลาดสำหรับสถานการณ์นี้ Social Influencer เปรียบเสมือนการใช้ดารา เซเลบ หรือคนมีชื่อเสียง มาเป็นพรีเซนเตอร์ โน้มน้าว ชักจูงแบบแนบเนียนที่สุด แต่ข้อได้เปรียบในที่นี้คือ ไม่ต้องมีค่าจ้างให้กับบุคคลเหล่านั้น เป็นความตั้งใจของเขาเอง และที่สำคัญไปกว่านั้น บุคคลเหล่านี้สื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียในช่องทางของเขาเองที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบโดยตรง ชัดเจน และเป็นจำนวนมากนั่นเองครับ จึงทำให้การสื่อสารออกไปในแต่ละครั้ง ค่อนข้างมีพลังและมีผลต่อการชักนำ หรือดึงความสนใจได้สูงเลยทีเดียวครับ






