วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบ 10 ปีของการก่อเกิด Facebook ที่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของคน
เกือบทั้งโลกรวมทั้งของคุณกับผม
วันนี้คนเข้าไปเป็นสมาชิกของเฟซบุ๊คมีมากถึง 1.2 พันล้านคน หากเป็นประเทศก็จะมีพลเมืองมากอันดับสองของโลก รองจากจีนที่มีประชากร 1.3 พันล้านคน
หัวใจของความสำเร็จของเฟซบุ๊คคือ การที่ใครต่อใครสามารถเข้าไปแลกเปลี่ยนความเห็น, ภาพและสังสรรค์, ทักทายกันและกันไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่
ที่สำคัญคือความสามารถที่จะแบ่งปันหรือ share ภาพและข้อความกับวีดิโออย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย
คำว่า “อดีต” ไม่เป็น “อดีต” อีกต่อไป เพราะสามารถจะย้อนกลับไปได้ตลอดเวลา
ผู้หญิงที่อเมริกาคนหนึ่งไม่ได้เจอกับคุณแม่บังเกิดเกล้ามา 44 ปี ใช้เวลาสืบค้นในเฟซบุ๊คเพียง 2 วันก็เจอกันได้
ขณะเดียวกันสถิติบอกว่า 80% ของทนายความที่อเมริกาบอกว่าคดีหย่าร้างเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวเพราะการใช้ social media นี่แหละ หนึ่งในสามของคดีหย่าร้างปีที่แล้วมีคำว่า Facebook เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
เฟซบุ๊คทำให้คุณมีความสุขก็ได้ ทำให้คุณทุกข์ก็ได้ แล้วแต่ว่าคุณจะใช้ให้เกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใด
ความเป็นส่วนตัวก็หายไปไม่น้อยหากคุณเข้าไปป้วนเปี้ยนอยู่ในเฟซบุ๊คเป็นประจำ เพราะข้อมูลที่คุณใส่ลงไปจะไม่กลายเป็นสมบัติส่วนตัวของคุณอีกต่อไป
ที่น่าสนใจคือคนอายุกลางคนและผู้อาวุโสเข้ามาอยู่ใน Facebook มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นคนหนุ่มคนสาวก็อาจจะตั้งข้อสงสัยว่าพวกเขาและเธอจะยอมให้คุณพ่อคุณแม่ หรือบางทีคุณป้าคุณยายเข้ามาแบ่งปันเนื้อที่ที่พวกเขาถือว่า “เท่และทันสมัย” อีกมากน้อยเพียงใด
ผมลองถามเพื่อนพ้องของผมใน Facebook ว่าการใช้ social media ทุกวันนี้ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างไร
ท่านหนึ่งสรุปได้อย่างน่าสนใจว่า
ด้านดี :
1.เจอเพื่อนเก่าและแก่ตั้งแต่สมัยมัธยม เพื่อนมหาวิทยาลัย อดีตเพื่อนร่วมงาน
ได้ connect กับเพื่อนของเพื่อน
2.ได้เปิดโลกทัศน์ ได้เห็นทัศนคติของคนที่ทั้งเห็นต่างและเห็นร่วม
3.ได้อ่านข่าว อ่านเรื่องราวที่คนเอามาแชร์ ไม่ว่าจะเป็นข่าว เรื่องราวดีๆ หรือแม้แต่การตามหาคนหาย และประกาศขอความช่วยเหลือ
4.รวดเร็วฉับไวที่สื่ออื่นทำไม่ได้มาก่อน อาทิ แค่ กปปส. ออกข่าวขอความช่วยเหลือ จะมีคนมาล้อมกระทรวงการคลัง ภายในสิบนาที คนมาเลย ข่าวของผู้ชุมนุมถูกปิดกั้นจากรัฐ แต่ได้ Facebook นี่แหละที่มากระจายข่าว ขอบคุณคุณ Mark Zuckerberg มา ณ ที่นี้ด้วย
(โลกดิจิทัล ใครทำอะไร ณ จุดไหน เข้าถึงได้หมด แม้แต่หนูรุ่งไม่ไปเลือกตั้ง)
ด้านแย่ :
1.กินเวลาในชีวิตไปมาก ทำลายความสัมพันธ์เช่นอาจเห็นไปกินข้าวด้วยกัน ไม่คุยกัน แต่คุยกับคนใน Facebook บางคนไม่สามารถละหน้าจอได้ วันๆ เล่น Facebook แม้ตอนทำงาน
2.ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้ข่าวจริงกลายเป็นข่าวลวง คนที่ไม่รู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะ จะแชร์และแชร์ การทำ propaganda ผ่าน Facebook ทำได้ง่ายมาก และสร้างความเข้าใจผิดได้ง่ายเช่นกัน เพราะผู้คนเลือกเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเชื่ออยู่แล้ว
อีกท่านหนึ่งเขียนสั้น ๆ ว่า
“มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมากมาย แต่เป็นสังคมที่งมงาย ชอบเป็นไทยมุงแบบบ้านเรา...”
เพื่อนอีกคนบอกว่า
“ได้ขายของ ได้อวดเพื่อนว่ากินอะไร ได้ให้บรรดาญาติ ๆ เพื่อน ๆ รู้ว่าเรายังมีชีวิตอยู่...”
อีกคนหนึ่งบอกว่า “ได้ทั้งเพื่อนใหม่และเสียเพื่อนเก่าไปพร้อม ๆ กัน”
แต่บางคนก็บ่นว่า “แย่งเวลาส่วนตัวและเสียความสัมพันธ์ในครอบครัวไป”
จะชอบหรือไม่ชอบ นายมาร์ค ซักเกอร์เบอร์ก คนนี้ได้มีอิทธิพลต่อชีวิตคนทั้งโลกอย่างชนิดที่ก่อนสิบปีที่แล้ว ไม่มีใครสามารถคาดคิดมาก่อนได้เลย









