วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คดีฟ้องการเลือกตั้งให้เป็นโมฆะในต่างประเทศ

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มีผู้กล่าวกันว่าเป็นการเลือกตั้งทั่วไปที่พิลึกพิลั่น มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย

ตั้งแต่การรับสมัครรับเลือกตั้ง มีผู้สมัครไม่ได้หลายเขต ส่วนการจัดการเลือกตั้งก็ไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าได้หลายเขต ในวันเลือกตั้งก็ไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งให้ลงคะแนนได้หลายร้อยหน่วย และมีการฟ้องร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหลายคดี

สำหรับการเลือกตั้งในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา มีปัญหาฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอยู่มากมาย แต่ตามข้อมูลที่ค้นได้ ไม่ปรากฏมีการฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งหมด มีแต่ที่เป็นการฟ้องให้เป็นโมฆะเฉพาะราย เช่น

การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภารัฐออสเตรเลียใต้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2556 เพื่อเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา 2 คน มีปัญหา เนื่องจากผู้สมัครรับเลือกตั้งจากสี่พรรคการเมืองมีคะแนนเสียงใกล้เคียงกัน จึงมีการร้องขอให้คณะกรรมการเลือกตั้ง นับคะแนนใหม่ซึ่งต้องมีการนับคะแนนใหม่ถึงสองครั้ง เพราะผลการนับคะแนนกลับไปกลับมาและใกล้เคียงกัน ผลการนับคะแนนครั้งที่สองกลับก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นอีก เพราะมีบัตรลงคะแนน หายไป 1,370 บัตร ซึ่งมีผลต่อการแพ้ชนะคะแนนกันระหว่างผู้สมัครรับเลือกตั้งแน่ จึงไม่อาจประกาศได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงประกาศเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2556 ว่าจะยื่นคำร้องขอต่อศาลสูงให้ประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ เพื่อจะได้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งศาสตราจารย์ทางกฎหมายผู้เชี่ยวชาญกฎหมายรัฐธรรมนูญของมหาวิทยาลัยออสเตรเลียใต้ ให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องประหลาดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นเรื่องยากที่ศาลจะยกคำขอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศบัลแกเรีย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2555 ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรคการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี บัลแกเรียที่ลาออกเพราะประชาชนเดินขบวนประท้วง ชนะการเลือกตั้ง แต่คะแนนเสียงไม่พอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ และก็ยากที่จะจัดตั้งรัฐบาลผสม ประกอบกับการเลือกตั้งครั้งนี้มีเหตุทุจริตเกิดขึ้นคือ อัยการได้เข้าตรวจค้นโรงพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี พบบัตรเลือกตั้งปลอม 350,000 ใบ แต่อดีตนายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และประกาศว่าพรรคการเมืองของเขา จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้สั่งให้ยกเลิกผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะมีการละเมิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างรุนแรง เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งก็จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศบัลแกเรีย ที่พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง ร้องขอต่อศาลให้ยกเลิกผลการเลือกตั้งเสียเอง

การเลือกตั้งสภาท้องถิ่นในประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2544 เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นของเขตปกครองเมือง Cornwall มีผู้สมัครรับเลือกตั้งสองคน ผลการนับคะแนนผู้ชนะการเลือกตั้งชนะคู่แข่งเพียงหนึ่งคะแนน อีกฝ่ายจึงร้องขอให้นับคะแนนใหม่ มีการนับคะแนนใหม่ถึงสามครั้ง ผลการนับคะแนนใหม่ ปรากฏทั้งสองได้คะแนนเสียง 962 คะแนนเท่ากัน ในที่สุดกรณีนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลสูงที่กรุงลอนดอน ศาลสูงได้มีคำพิพากษาเมื่อเดือนธันวาคม 2544 โดยผู้พิพากษาสองท่านตัดสินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ให้มีการเลือกตั้งใหม่ หลังจากตรวจพบว่ามีบัตรเลือกตั้งบางส่วนเกิดความเสียหาย ซึ่งก็เป็นที่ผิดหวังของบางฝ่ายที่คาดว่าศาลอาจพิพากษาให้ตัดสินผลการเลือกตั้งโดยการจับสลากหรือโยนหัวโยนก้อย

การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศคูเวต เมื่อเดือนธันวาคม 2554 เจ้าผู้ครองนคร คูเวต ประกาศยุบสภา ท่ามกลางวิกฤติอันเนื่องจากข้อกล่าวหาว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน โดยคณะรัฐมนตรีได้ยื่นใบลาออกก่อนที่จะถูกอภิปรายในข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน หลังจากยุบสภาแล้ว ก็จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ปรากฏว่าพรรคฝ่ายค้าน Islamist ชนะการเลือกตั้ง ต่อมามีการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในประเด็นการประกาศยุบสภาและการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2555 ว่า การประกาศยุบสภาโดยเจ้าผู้ครองนคร ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทำให้การประกาศยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ไม่มีผล ให้รัฐสภาที่ถูกประกาศยุบกลับมาทำหน้าที่ดังเดิม

การเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสของอินเดีย เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 ศาลสูงแห่งรัฐ Kerala ได้มีคำพิพากษาว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรส ในเขตเลือกตั้ง Varakala ที่นาย Varkala Kahar เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง เป็นโมฆะ เนื่องจากเอกสารแสดงคุณวุฒิที่ใช้ประกอบการสมัครรับเลือกตั้งไม่ถูกต้อง แต่ศาลชะลอการออกคำบังคับไว้เป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อเปิดโอกาสให้นาย Varkala Kahar ได้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป ภายใต้เงื่อนไขว่า ระหว่างนี้ นาย Varkala Kahar สามารถเข้าร่วมประชุมสภา และรับเงินเดือนได้ แต่ไม่มีสิทธิอภิปรายหรือลงมติใดๆ ในสภา

การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ เมื่อ ปี 2553 นาย Woolas ซึ่งได้รับการวางตัวเป็นรัฐมนตรีเงา กระทรวงกิจการคนเข้าเมือง ได้รับการเลือกตั้ง แต่ต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้ผลการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ และตัดสิทธิไม่ให้นาย Woolas ลงเลือกตั้งอีกเป็นเวลาสามปี เนื่องจากระหว่างการหาเสียง ปรากฏว่า นาย Woolas ได้หาเสียงโจมตีคู่แข่งด้วยข้อความที่เป็นเท็จ เช่น กล่าวหาว่าคู่แข่งได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศและมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง