สังคมไทยเปลี่ยนไป รู้กันว่าเทคโนโลยี ทำให้โลกเปลี่ยน ทุนนิยมทำให้โลกใบนี้มุ่งสู่สังคมบริโภคนิยม อยากอยู่ดีกินดี หรูหรา ฟุ่มเฟือย
ยกย่อง “เงินตรา” เป็นพระเจ้า ดังนั้น จึงมีภาพของคนร่ำรวยเศรษฐี เป็นคนสำคัญไปซะนี่ ช่องว่างที่ฉีกห่าง ความรวย-ความจน จึงเป็นช่องว่างที่ขยายตัวรวดเร็ว ปานไฟลามทุ่ง สังคมจึงน่าอยู่น้อยลง โลกดูว่าจะเศร้ามอง ก้าวเดินต่อไปแบบขลุกขลัก ไม่เต็มเท้า ต้องลากถูกันไปแบบสังเวชใจ
ว่าแล้วก็มีกลุ่มคน ลุกขึ้นมาแบ่งปัน กระจายความคิด ลงมือทำ และนำมาเป็นข้อต่อรองทางการค้า เดินหน้าสู่มาตรการทางสังคม แทรกซึมแนวคิดกับกลุ่มของคนในสังคมต่างๆ จนมาวันนี้แนวคิดนี้เข้มแข็งขึ้นมาก คือ กิจกรรมเพื่อสังคม หรือเรียกกันติดปากว่า วันนี้คุณทำ CSR กันบ้างหรือเปล่า หรือ อีกคำที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องมีคำอธิบาย เพิ่มอีก คือ “จิตอาสา”
จากองค์กร หน่วยงาน ลงมาสู่ตัวตนของบุคคล รับรู้กันมาโดยทั่วกันแล้ว จากอาการความสมัครใจ จึงก่อรูป ตั้งกรอบการตีความไว้ให้เข้าใจในประเด็นเดียวกัน สำหรับภาพรวมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุไว้น่าสนใจ สำหรับผู้ลงทุน ในการติดตามเรื่องนี้ คือ การให้บริษัทจดทะเบียนทุกแห่ง ระบุไว้ในหนังสือรายงานประจำปี เริ่มตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป ดิฉันอยากเชิญชวนผู้ลงทุน ลองพลิกไปอ่าน กันด้วยนะคะ
นอกเหนือจากการแสดงข้อมูล ตามเกณฑ์ต่างๆ แล้ว ข้อเพิ่มเติม ที่ต้องระบุ คือการแสดงข้อมูล การดำเนินธุรกิจที่มีผลกระทบต่อความรับผิดชอบต่อสังคม จำนวน 8 ข้อ ได้แก่
1. การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม 2. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน 3. การเคารพสิทธิมนุษยชน 4. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม 5. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค 6. การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม 7. การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม 8. การมีนวัตกรรมและเผยแพร่นวัตกรรม ซึ่งได้จากการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสีย
นโยบายของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงต้องแจ้งต่อผู้ถือหุ้นไว้ อย่างชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร และเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ เหมาะกับยุคของการเลือกลงทุนในหุ้นที่ไม่จำเป็น ต้องมีนโยบาย ทำกำไรสูงสุด อย่างถล่มทลาย บ้าคลั่ง เบียดบังทรัพยากรโลก กอบโกยเข้าหาตัวเองตามแรงกดดัน โลกธุรกิจจึงน่ารักขึ้นเยอะ
และเป็นความสอดคล้องกัน อีกฟากฝั่งหนึ่ง เราพบว่า ด้านผู้ลงทุน นำธงโดย นักลงทุนสถาบัน ซึ่งบัดนี้ บางแห่ง มีนโยบาย ในการลงทุนว่า จะเลือกลงทุนกับกิจการที่มีนโยบาย ด้วยด้านสังคม ที่ชัดเจน มีจรรยาบรรณที่งดงาม คำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม หากไม่มี หรือไม่พบ หรือไม่ประกาศ จะขอเคาะผ่าน แบบนี้ ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ ผู้คนในสังคม หันมาใส่ใจสังคม มากขึ้นและมากขึ้น
อีกด้าน ที่เริ่มมีความเข้ม เข้ม ขึ้นมาก ตามสิ่งแวดล้อมของสังคม ตื่นรู้ เรื่องข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับประเด็นทางการเมือง ที่ร้อนฉ่าของสังคมไทย คือ ปัญหาคอร์รัปชัน สนิทเนื้อใน มะเร็งร้ายของสังคม ที่รุมเกาะกินประเทศชาติ เราเห็นตัวอย่าง มาจากเพื่อนบ้านหลายประเทศในเอเชียด้วยกัน เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ เขาก้าวข้าม เดินผ่านมาได้แล้ว แม้จะเจ็บปวด แต่มีความหวังและสมหวัง ได้แล้วในวันนี้ ด้วยความศักดิ์สิทธิของการประกาศ-ปฏิบัติใช้กฎหมาย จับจริง ไม่รอมชอม ถึงขั้นประหารชีวิต ก็เกิดขึ้นแล้ว ผู้คนจึงเข็ดหลาบ กลัวตาย สังคมจึงเดินหน้าได้ ตามที่เห็นความเจริญของประเทศเขา ให้เราได้นำมาเป็นเรื่องเล่า เป็นแบบอย่าง ที่ท้ายสุด เราก็ยังลงมือทำไม่ได้
วันนี้ เพลานี้ อาจเป็น จุดเปลี่ยนประเทศไทย วิกฤติที่เป็นโอกาส เดินทางมาถึงเมืองไทย แม้ช้า แต่ก็ดีกว่ามาไม่ถึง เราจึงพบว่า การเคลื่อนตัวของ “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ได้รับความสนใจจากสังคม พวกเราเริ่มพยักหน้า ว่า.. ใช่….ว่า…ใช่ ต้องขจัดให้สิ้นซาก
การเดินหน้า ด้วยก้าวเบาๆ เริ่มแล้วค่ะ ด้วยมาตรการแบบสมัครใจ กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการเริ่ม มีการตั้งคำถามจากผู้ถือหุ้นว่า ผู้บริหารบริษัท จดทะเบียน มีนโยบาย เรื่อง การต่อต้านคอร์รัปชัน อย่างไรบ้าง เตรียมตัวตอบกันไว้เลยนะคะ ถือว่าเป็นการซ้อมๆ ก่อนที่จะมีไม้ต่อไป ออกมาจากหน่วยงานกำกับดูแล
มองในแง่ดี ก็ดีนะคะ มองในแง่ ยุ่งยาก ก็ใช่ (อีกแหละ) แต่เชื่อว่า หากเรามองประเทศชาติเป็นเป้าหมาย สร้างบ้านเมืองให้ลูกหลาน ย่อมเป็นเรื่องที่สบายใจ ลองเทียบว่า หากเป็น “มะเร็ง” โอกาสน้อยที่จะหายขาด ประเทศชาติก็เช่นกันคะ…






