วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"I propose" : ทางเลือก-action plan-เพื่อแก้ไข "วิกฤติชาติ"

ลองเขียนทางเลือกทางหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วต้องมีหลายทางเลือกสำหรับการแก้ไข "วิกฤติชาติ" ในขณะนี้ (ธ.ค. 56 - ขณะนี้ ก.พ. 57)

ซึ่ง "วิกฤติชาติ" นี้จะยาวไปอีกหลายปี ถ้าไม่แก้ไขจนทำให้คนไทยมีความสามัคคีกันมากขึ้น เพราะจะมีการจองเวรกันไปไม่สิ้นสุด

จะทำอย่างไรให้เกิด "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร" สำหรับคนในชาติ ซึ่งแม้กระทั่งคนในบางครอบครัวยังแตกแยก

ต้องเน้นว่าเราต้องแก้ไขกันแบบ "ฉันรักเธอสุดขั้วหัวใจ - I love you with all my heart" ไม่ใช่ทำกันแบบศรีธนญชัย คือแบบ "ฉันรักเธอสุดหัวใจชั่วๆ - I love you with all my corrupted heart". เธอ/You = ประเทศไทย และบางทีก็ครอบครัวของตนเองด้วย/Thailand and perhaps your own family

ทางเลือกนี้คิดขึ้นจากการได้อ่านบทความในกรุงเทพธุรกิจ เรื่อง "เปิดแนวคิดใหม่ พิชิตคอร์รัปชัน พัฒนาธรรมาภิบาล" โดย : ศาสตราจารย์ ดร. โรเบิร์ต คลิตการ์ด ซึ่งแจ้งว่ามี website ของนักศึกษาที่เม็กซิโกชื่อว่า "I Propose" - แต่ผู้เขียนค้นไม่เจอะ เลยเขียนบทความนี้ขึ้นโดยสมมุติว่ามี website เช่นนี้ในไทย

ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้ามี website เช่นนี้ ก็ต้องช่วยกันเสนอทางเลือกอื่นๆ เพื่อให้ได้วิธีที่สันติ หรือก่อความเสียหายในระยะสั้นน้อยที่สุดกับให้เกิดผลดีในระยะยาวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ - minimum short term losses with maximum long term benefits concept

อนึ่ง มักมีความคิดเห็นแบบ yes/no โดยไม่เสนอทางเลือกอื่นกันเลย จึงได้แต่ opinions ไม่ได้ action plan เลยอยู่ในสถานการณ์ "อับเฉา" -stalemate- ในขณะที่ต้องการ action plans จากทุกภาคส่วน ที่ต้องทำกันเป็นระบบที่สอดคล้องกันทั้งระยะสั้นและระยะยาว ถึงจะแก้ไขปัญหาได้

ตอนนี้ หากสรุปเสนอทางเลือกเลย ผู้อ่านอาจจะมีความคิด "โต้ตอบ" ในลักษณะ yes/no เลย ซึ่งมิใช่จุดประสงค์ของบทความนี้ เนื่องจากต้องการให้ คิดแบบวิเคราะห์ เพื่อจะได้มีความคิด/ทางเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่า หรือปฏิบัติได้ดีกว่า

วิเคราะห์ปัญหา (แบบ innocediot- innocent = ซื่อบริสุทธิ์, idiot = โง่, รวมความคือ แบบ ซื่อบื้อ)

1) จุดเริ่มต้น จากการประท้วงครั้งแรกที่ปิดทำเนียบ/สนามบิน ==> ราชประสงค์ ==> (ปัจจุบัน shut down) ==> อนาคต #1 ==> อนาคต #2 .... ไม่ได้ใช้การประท้วงที่เป็นสันติวิธีแท้ๆ คือประท้วงโดยทำให้ชาติแตกแยกและเศรษฐกิจเสียหาย เพราะไม่ได้ทำให้สังคมส่วนใหญ่เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ กลายเป็นการแบ่งแยกเป็นฝักฝ่าย จึงทำให้เกิด การหาพวกด้วยการ "เป่าหู" ผัวเมียอยู่ด้วยกัน พูดๆ จนล้างสมองกันได้ ฟัง/ดู วิทยุ/ทีวี นานๆ ก็เข้ากับฝ่ายที่พูดๆ ได้ เพราะพูดอะไรๆ ก็ถูกไปหมด - ที่อเมริกา มีการทำวิจัย ผลออกมาว่า "การเมือง" มีแต่ "ความจริงบางส่วน" - partial truth ซึ่งที่ไหนในโลกก็เป็นเช่นนี้แน่ๆ

2) สื่อมวลชนขาดอย่างมากในเรื่องการเสนอ บทวิเคราะห์ ผลดี/เสีย ในระยะสั้น/กลาง/ยาว ที่ทำให้ประชาชนตระหนัก โดยให้อยู่หน้าหนึ่งตัวโตๆ เช่น "โครงการรับจำนำข้าว" (ตัวอย่างคือ สกู๊ปหน้าหนึ่ง ของ ไทยรัฐ ที่นำเสนอเรื่อง น้ำมันในอ่าวไทยที่มีทีท่าถูกขโมยอย่างเป็นระบบ ทำให้คนไทยต้องเสียค่าน้ำมันแพงเกินจริง 5 บาท/ลิตร อะไรทำนองนี้ - ผู้เขียนอาจผิดก็ได้เพราะได้แต่อ่านผ่านๆ - ถ้าพาดหัวตัวโต คนก็จะสนใจใคร่รู้ สื่อวิทยุ ทีวี ผู้เขียนไม่ทราบเลย เพราะไม่ได้ฟัง/ดู เลย)

3) คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลาตามข่าว วันๆ ทำมาหากินก็หมดเวลาแล้ว โดยเฉพาะคนทำเกษตร หรือคนทำงานโรงงาน การสื่อความต้องใช้ภาษาชาวบ้าน เข้าใจง่ายๆ เวลา prime time น่าจะดีที่สุดกระมัง เราไม่เคยคิดที่จะใช้เวลานี้มาทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศเข้าใจอะไรๆ แบบเป็นระบบ ควรให้วงการบันเทิงทำรายการบันเทิงและมีสาระให้เกิดความสามัคคี (แนวตลกน่าจะดีกระมัง?) โฆษณาโดยมีองค์กรต่างๆ สนับสนุนด้านการเงิน

4) กลุ่มคนตามคะแนน "หัวใจ" (สมมุติเอา)

- ผลประโยชน์ตนเองเป็นหลัก ชาติเสียหายไม่สนใจ (คะแนน ติดลบ 10)

- หัวคะแนน/ปลุกระดม (คะแนน ติดลบ 5)

- คน(ถูก)รับจ้าง คือทำด้วยค่าจ้าง ที่เป็นคนต่างชาติ (คะแนน ติดลบ 7)

- คน(ถูก)รับจ้าง คือทำด้วยค่าจ้าง ที่เป็นคนไทย (คะแนน ติดลบ 3)

- คนที่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (คะแนน ติดลบ 1)

- คนที่ไม่สนใจอะไรๆ เลย (คะแนน 0)

- คนดูเฉยๆ ใช้เหตุผลเป็นหลัก (คะแนน 3)

ต้องวิเคราะห์และวางแนวดำเนินการให้เหมาะสมกับคนแต่ละประเภท

กระบวนการยุติธรรมคงต้องการ "ระบบเร่งด่วนพิเศษ" - (very) fast lane - หากต้องการให้เกิดความสามัคคีโดยเร็ว และต้องมีระบบให้สารภาพผิดอะไรทำนองนี้ เพื่อลดหย่อนผ่อนโทษ หรือระบบให้อภัยถ้าเป็นพยานชี้ "เป้าใหญ่" ซึ่งต้องการ "กฎหมายพิเศษ" กระมัง

5) ความเร่งด่วนในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น

- "โครงการรับจำนำข้าว" จะทำอย่างไรที่ให้ทั้งชาวนา และประเทศเสียหายน้อยที่สุด และเป็นเงินประมาณเท่าไร ซึ่งขึ้นกับ การด้อยคุณภาพของข้าวที่ค้างโกดังว่าจะเสื่อมเร็วแค่ไหน - how perishable?

- ระบบเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งอาจจะเสียหายหนักกว่า "โครงการรับจำนำข้าว" อีก เพราะกระทบกับการลงทุน/จ้างงานด้วย

เรื่องความเร่งด่วนเพียงไรนี้จะเป็นตัวกำหนดวิธีแก้ไข เพราะเกี่ยวข้องกับ "กฎหมายพิเศษ" เป็นอย่างมาก (เช่นว่า กฎหมายที่อนุญาตให้จัดการเรื่องข้าวได้โดยให้กลุ่มมืออาชีพ เช่น สหพันธ์ชาวนา โรงสี ผู้ส่งออกข้าว ผู้ขายข้าว,นักวิชาการ และ พวกนักวิทยาศาสตร์ - หาทางนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรม โดยให้เป็นไปแบบโปร่งใสแต่รวดเร็ว - เร็วแค่ไหน ก็ต้องรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเท่าที่จะทำให้ถูกต้องได้ และอาจต้องทิ้งไปบางส่วน)

สรุป... ต้องมีการประชุมร่วมกันทุกฝ่าย คือ ทหาร ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน ภาคการเมือง โดยต้องมีกรอบเวลาที่เด่นชัด และต้องเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจโดยตลอด ทั้งยังต้องให้วงการบันเทิง/โฆษณา ฯลฯ หาวิธีการสื่อสารที่เป็นแนวบันเทิงพร้อมทั้งให้เข้าใจง่ายๆ ด้วย

พูดง่ายๆ คือเป็น "ปฏิวัติโดยประชาชน" (ทหารเป็นส่วนประกอบเท่านั้น) เพราะต้องใช้ "กฎหมายพิเศษ" จึงจะแก้ไข "วิกฤติชาติ" ได้ และต้องคำนึงถึงระยะยาวด้วย ไม่ใช่แก้แบบสุกเอาเผากินแบบ ทหารปฏิวัติครั้งที่ผ่านมา