วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าให้เป็นเพียง ประชาธิปไตย 2 นาที

รัฐบาลเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เตือนแล้วว่าจะมีปัญหาวุ่นวาย แต่เมื่อ นายกฯ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สวมวิญญาณ “ตายเอาดาบหน้า” ฝ่าย กปปส. ก็ประกาศจะเดินชุมนุมใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ 3 วันซ้อน ให้ผู้คัดค้านเลือกตั้งออกมากลางถนน ยืนยันว่าถึงเลือกตั้งก็จะเป็นโมฆะ

มีคนถามผมว่าในฐานะปัจเจกชนควรจะทำตัวอย่างไร ในวันอาทิตย์นี้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็น “พลเมืองผู้รับผิดชอบต่อบ้านเมือง”?

ผมบอกว่า ถ้าคุณเห็นด้วยว่าควรจะมีการเลือกตั้ง ไม่ว่าคุณจะอยู่ข้างรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม ก็ควรจะไปใช้สิทธิหย่อนบัตร แต่เพราะว่าเป็นการ “เลือกตั้งในภาวะฉุกเฉิน” จึงเป็นสภาพที่ไม่ปกติ นั่นคือ คุณหย่อนบัตรเลือกเฉพาะพรรคการเมืองที่เสนอตัว พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคใหญ่ที่สุดที่เสนอตัว พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคใหญ่อันดับสองคว่ำบาตรการเลือกตั้ง

ดังนั้น การที่คุณไปหย่อนบัตรต้องรู้ว่าสิทธิของการเลือกมีข้อจำกัด และจะหวังว่าเลือกตั้งแล้วจะมีระบอบรัฐสภาในความหมายประชาธิปไตยที่เข้าใจทั่วไปไม่ได้ เพราะจะไม่มีพรรคที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่แข็งขัน หรือสามารถเสนอตัวเป็น “ทางเลือก” อื่นของระบอบรัฐสภาไม่ได้

อีกทั้งหากคุณจะกาบัตรเลือกพรรคใด ก็ต้องแน่ใจว่านโยบายของเขาเป็นที่ชื่นชอบของคุณหรือไม่ อีกทั้งหลายๆ พรรค ที่สมัครครั้งนี้ก็ไม่เคยปรากฏผลงานใดๆ มาก่อน

และหากคุณเลือกพรรคเดิมเข้ามาก็ต้องวิเคราะห์ผลของนโยบายสำคัญๆ เช่น ประชานิยม และการลดแลกแจกแถม รวมถึงนโยบายจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทย ที่กำลังเป็นประเด็นถกแถลงกันอย่างกว้างขวาง ณ ปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล คิดว่าควรจะต้องมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง คุณก็มีทางเลือกได้หลายทาง คือ

1.อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ไปใช้สิทธิ ติดตามข่าวสารที่บ้าน สวดมนต์ภาวนาว่าจะไม่เกิดความรุนแรง จนบ้านเมืองเข้าสู่ความวิบัติอย่างที่คนไทยกลัวกันจนถึงนาทีสุดท้าย ก่อนการกาบัตร การที่คุณไม่ไปใช้สิทธิก็เท่ากับคุณต้องการจะบอกกล่าวกับรัฐบาลว่า ผู้มาใช้สิทธิจะมีเปอร์เซ็นต์ต่ำมากจนน่าสงสัยว่า ส.ส. ที่ได้รับเลือกตั้งไปจะมีเป็น “ตัวแทน” ของประชาชนได้จริงๆ กระนั้นหรือ

คนที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้ อาจจะไปร่วมการเดินขบวน หรือร่วมงานสังสรรค์ที่ กปปส. จัดขึ้น นั่นก็เป็นวิธีการแสดงออกทางหนึ่งได้เช่นกัน

แต่จะต้องระวังไม่กระทำการอันจะถูกกล่าวหาว่าเป็นการ “ขัดขวางการเลือกตั้ง” อันเป็นสิทธิของคนที่เขาต้องการจะใช้สิทธินั้น หากคุณจะไปยืนอยู่หน้าคูหาเลือกตั้งเพื่อชักชวนไม่ให้คนเลือกตั้ง ก็จะต้องอยู่ห่างจากอาณาบริเวณที่เขาขีดเป็นเขตหย่อนบัตร

2.ไปใช้สิทธิ แต่กาช่อง “ไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง” หรือ Vote No โดยหวังว่าคะแนนไม่ยอมเลือกใครเลยนั้น จะมีสูงพอที่จะทำให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีความชอบธรรม การแสดงสิทธิเช่นนี้จะมีผลไม่น้อยในเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว เพราะเขาหรือเธอคนนั้นจะได้รับเลือกตั้งก็ต่อเมื่อได้คะแนนไม่น้อยกว่า 20% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนในเขตนั้น และต้องได้คะแนนสูงกว่าจำนวนผู้กาช่อง Vote No ด้วย

แม้ว่าในเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครมากกว่าหนึ่งคน คะแนน Vote No ก็จะสะท้อนความรู้สึกของผู้ใช้สิทธิต่อผู้ได้รับเลือกตั้ง หากคะแนนที่เขาหรือเธอได้มีน้อยกว่าคะแนน Vote No

3.บางคนอาจจะต้องการแสดงออกถึงความไม่พอใจในลักษณะเด่นชัด เช่น ฉีกบัตรเลือกตั้ง ใครที่คิดจะทำอย่างนี้ต้องเข้าใจว่า คนที่เคยทำมาก่อนถูกฟ้องศาลมาแล้ว มีการกล่าวหาว่าการฉีกบัตรเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษปรับและจำคุกด้วย ดังนั้นใครที่กำลังคิดว่าวิธีการ “อารยะขัดขืน” แบบนี้ จะต้องไตร่ตรองให้รอบด้านเสียก่อน

ใครจะเลือกตัดสินใจ ทำอะไร อย่างไร วันอาทิตย์นี้ ก็ใช้วิจารณญาณในฐานะเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน

ที่สำคัญคือจะต้องหลีกเลี่ยงความรุนแรงในทุกกรณี และต้องไม่ลืมว่าหย่อนบัตรหรือไม่หย่อนบัตรวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เราก็ยังต้องระดมสรรพกำลังเพื่อการ “ปฏิรูป” ประเทศชาติครั้งใหญ่กันให้ได้

อย่าให้ใครอ้างว่าคนไทยเข้าใจประชาธิปไตยเพียงแค่เข้าคูหากาบัตรเพียง 2 นาที จากนั้น...ก็ปล่อยให้นักการเมืองปู้ยี่ปู้ยำประเทศชาติ... อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้