วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปลัด กห. "บิ๊กทหาร"หนึ่งเดียวใน ศรส.

ไล่ดูชื่อผู้ปฏิบัติงานในศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส.ที่รัฐบาลแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ หลังจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

รวม 30 ชีวิต มีนายทหารที่ปรากฏชื่อในลักษณะ "ตัวจริงเสียงจริง" เพียงคนเดียว คือ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม

ในขณะที่ผู้บัญชาการ (ผบ.) เหล่าทัพต่างๆ ล้วนส่ง "ผู้แทน" เข้าร่วมเป็นกรรมการทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้บัญชาการทหารอากาศ ( ผบ.ทอ.) หรือแม้แต่เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ เลขาธิการ กอ.รมน. ซึ่งก็คือ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) โดยตำแหน่ง

สะท้อนชัดว่า พล.อ.นิพัทธ์ สนับสนุนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของรัฐบาลแบบ "สุดตัว" ซึ่งไม่ใช่แค่ยอมมีชื่อเป็น "ตัวจริง" ในฐานะกรรมการ ศรส.เท่านั้น แต่ยังรั้งตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ศรส. ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้อำนวยการ และมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นรองผู้อำนวยการคนที่ 1 ด้วย

ในขณะที่ ผบ.เหล่าทัพต่างๆ แสดงท่าที "โบกมือลา" และล่าสุด ผบ.ทอ.ยังปฏิเสธคำขอของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ต้องการใช้สถานที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (ทอ.) เป็นศูนย์บัญชาการของ ศรส. โดยให้เหตุผลว่า "ไม่สะดวก"

ไม่แปลกที่ พล.อ.นิพัทธ์ จะแอ่นอกอุ้มรัฐบาลสวนทางท่าทีของ ผบ.เหล่าทัพ เพราะเขาได้นั่งเก้าอี้ปลัดกลาโหมทั้งๆ ที่ยังเหลืออายุราชการอีกถึง 3 ปี (เกษียณปี 2559) ก็เพราะ "ปูขอมา" ซึ่งหมายถึงเป็นบัญชาของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ช่วงของการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายเมื่อราวๆ เดือน ส.ค.-ก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งมีกระแสข่าวสะพัดว่าเขาถูกสกัดจากบิ๊กๆ ในกองทัพ เพราะยังเหลืออายุราชการอีกนาน แถมยังมีคู่แข่งจาก ตท.13 (นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 13) พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ถูกส่งชื่อเข้าประกวดด้วย ถึงขั้นมีข่าวบินไปหา "คนทางไกล" ที่ลอนดอนพร้อมกับ "บิ๊กโอ๋" พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีกลาโหม เพื่อน ตท.10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ทว่า พล.อ.นิพัทธ์ ก็หาได้สะดุ้งสะเทือน เพราะได้รับคำยืนยันด้วยตัวเองจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหม ทั้งยังเป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า...งานนี้ไม่มีพลิกโผ!

คำถามที่ค้างคาใจใครหลายๆ คนก็คือ พล.อ.นิพัทธ์ เป็นใคร เหตุใดจึงได้รับความไว้วางใจจากนายกฯยิ่งลักษณ์

คำตอบก็คือเขาเริ่มมีบทบาทในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยอาศัยสายสัมพันธ์ของ ตท.14 ซึ่งมี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหอก

ทั้งนี้ ความสามารถพิเศษของ พล.อ.นิพัทธ์ หรือ "บิ๊กแป๊ะ" ซึ่งเป็นสมาชิก ตท.14 ด้วยเช่นกัน ก็คืองานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร (ชด.ทหาร) นานถึง 4 ปีเต็ม และปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเจ้าตัวเคยมีประสบการณ์เข้าไปเป็นหัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์การวางอาวุธและหยุดยิงที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย

พล.อ.นิพัทธ์ จึงให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลได้ทั้งงานชายแดนเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และงานสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะปัญหาปราสาทพระวิหาร และการ "พูดคุยสันติภาพ" กับขบวนการบีอาร์เอ็น

ทั้งหมดนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่เพียงไม่ถึง 3 ปีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ (54-57) พล.อ.นิพัทธ์ ก็กระโดดจากผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ขึ้่นเป็นรองปลัดกระทวงกลาโหม และผงาดเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมในที่สุด

หากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยชนะศึกการเมืองเที่ยวนี้ ว่ากันว่าเป้าหมายของ พล.อ.นิพัทธ์ ไม่ใช่แค่เกษียณในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างสง่างามเท่านั้น แต่อาจฝันไกลไปถึงเก้าอี้ ผบ.ทบ. และ ผบ.ทสส.กันเลยทีเดียว!