วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปโครงสร้างอีกกี่ครั้งก็ยังล้มเหลว

หากเริ่มต้นนับหนึ่งของประชาธิปไตยไทยจากวันที่คณะราษฎรยึดอำนาจการปกครองจากพระมหากษัตริย์ แล้วสถาปนาระบบประชาธิปไตยขึ้นมาแทนที่

ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นปฏิรูปโครงสร้างการเมืองการปกครองครั้งใหญ่ (ต่อไปขอเรียกรวมกันว่าปฏิรูปโครงสร้าง) ส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ทางสังคมของประชาชนไทยที่ทุกคนมีสถานภาพเท่าเทียมกันในฐานะเจ้าของประเทศ แม้เป็นในทางทฤษฎีก็นับว่าเป็นมิติใหม่ที่ประชาชนคนธรรมดาได้รับการยกฐานะขึ้นมาให้เท่าเทียมกันกับชนชั้นนำ ตามหลักการประชาธิปไตย

หลังจากการปฏิรูปโครงสร้างของคณะราษฎรแล้ว ประเทศไทยมีการปฏิรูปโครงสร้างดังกล่าวหลายครั้ง โดยเฉพาะการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎกติกาต่างๆ ที่ขอเรียกรวมๆ ในที่นี้ว่า กฎหมาย ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้คนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างเท่าเทียมกัน เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายทุกฉบับคือการบังคับใช้แก่ประชาชนทุกคนโดยเท่าเทียมกัน หากมีการละเมิดก็มีบทลงโทษที่สมควรแก่ความผิดที่ได้ทำไป ซึ่งตัดสินโดยกระบวนการยุติธรรมที่เรียกว่าศาล นี่คือหลักการประชาธิปไตยอันเป็นสากล

การปฏิรูปโครงสร้างในแต่ละครั้ง เนื่องจากเห็นว่าโครงสร้างเดิมไม่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่คนทั่วไปได้อย่างยุติธรรมโดยถ้วนทั่วอีกแล้ว ประเทศไทยมีการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่มาแล้วอย่างน้อยสามครั้ง นั่นคือ โดยคณะราษฎรในปี พ.ศ. 2475 ได้เปิดศักราชประชาธิปไตยโดยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรก พ.ศ. 2475 ครั้งต่อมาโดยประชาชนในเหตุการณ์เดือนตุลาคม 2516 ได้รัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2517 ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดฉบับหนึ่ง ครั้งที่สาม โดยประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาคม พ.ศ. 2535 นำมาสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2540 ซึ่งถือกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยใกล้เคียงกับฉบับปี 2517 โดยกระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนชัดเจนที่สุด ด้วยการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ขึ้นมาจัดทำร่างแล้วทำประชาพิจารณ์และให้ประชาชนลงประชามติ เมื่อผ่านกระบวนการครบถ้วนจึงประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2540

แต่การปฏิรูปโครงสร้างสามครั้งใหญ่ๆ ที่กล่าวมานั้น แม้จะมีเครื่องมือกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกอีกหลายฉบับที่ออกมาบังคับใช้ภายใต้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่กำหนดให้มีองค์กรอิสระทำหน้าที่ด้านต่างๆ โดยไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐบาล เพื่อให้ปลอดจากการเมืองหรืออิทธิพลของรัฐบาล แต่ปรากฏว่า ในทางปฏิบัติเกิดความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า มีความขัดแย้งและความวุ่นวายทางการเมือง จบลงด้วยการรัฐประหารปี พ.ศ. 2549 รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 ถูกยกเลิกแล้วแทนที่ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 ซึ่งกระบวนการได้มาคล้ายกับฉบับปี 2540 แต่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลที่ถูกโค่นล้มเมื่อปี 2549 ไม่ให้การยอมรับ ส่งผลกระทบเป็นความวุ่นวายทางการเมืองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เหตุที่การปฏิรูปโครงสร้างล้มเหลวอย่างแทบจะสิ้นเชิงทั้งสามครั้งสามครา เกิดจากสิ่งใดไปไม่ได้นอกจากคุณภาพของคน กล่าวอย่างตรงไปตรงมาก็คือ คุณภาพของประชาชนไทยโดยรวมนั่นเอง ที่ยังขาดสำนึกส่วนรวมหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าจิตสาธารณะ อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของประชาธิปไตย ซึ่งประชาธิปไตยถือหลักแห่งความเท่าเทียมเป็นแกน หากคนปราศจากสำนึกส่วนรวมหรือจิตสาธารณะแล้ว ก็ยากที่จะเข้าใจประชาธิปไตย ยากที่จะยอมรับและปฏิบัติตนตามหลักการประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ จึงเกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวง คอร์รัปชัน ทุจริต ประพฤติมิชอบในทุกระดับ อันเป็นอุปสรรคอันสำคัญยิ่งของประชาธิปไตย

การปฏิรูปโครงทางโดยกฎหมายอีกกี่ครั้งก็จะต้องล้มเหลวอีกแน่นอน เพราะถึงแม้จะจะมีกฎระเบียบ มีโครงสร้างที่ดีเพียงใด แต่ถ้าหากคนซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างนั้นไม่มีสำนึกที่ดี ไม่ปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ถือเอาเพียงประโยชน์ตนฝ่ายเดียว โครงสร้างที่ดีเลิศนั้นก็ไร้ประโยชน์ เพราะจะมีแต่คนหาเหลี่ยมมุมที่เอื้อแต่ประโยชน์ตน อุปมาเหมือนมีบ้านสวยงามมั่นคงหลังหนึ่ง คนในบ้านไม่ช่วยกันบำรุงรักษา กลับแต่จะหาประโยชน์จากบ้านหลังนั้น บ้างก็แงะฝาไปขาย บ้างก็งัดไม้กระดานไปขาย ต่างคนต่างแสวงหาประโยชน์แก่ตนเช่นนี้ ไม่นานบ้านั้นก็พัง ฉันใดก็ฉันนั้น

การปฏิรูปโครงสร้างจะสำเร็จลงได้ย่อมต้องทำไปพร้อมกับการปฏิรูปจิตสำนึกของคนด้วย ประชาชนไทยทั้งหลายจะต้องช่วยกันปฏิรูปจิตสำนึกของตนเอง ให้มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมมากขึ้น มีจิตสาธารณะยิ่งขึ้น อาศัยหลักการประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน เบียดเบียนผู้อื่นน้อยที่สุด เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ค่อยๆ ก้าวไปสู่เรื่องใหญ่ๆ เริ่มจากตนเองและครอบครัวโดยไม่ต้องสนใจคนอื่นครอบครัวอื่นว่าจะทำหรือไม่ หากต่างคนต่างเริ่มไปเช่นนี้เชื่อแน่ว่าการปฏิรูปโครงสร้างที่ดีโดยมีประชาชนที่ดีใช้ประโยชน์จากโครงสร้างที่ดีนั้น การปฏิรูปย่อมสำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอน

ผู้เขียนได้เขียนเรื่องนี้หลายครั้งหลายคราแล้วในคอลัมน์นี้ นั่นคือ เริ่มจากตัวเราเองก่อน เพราะผู้เขียนเชื่อว่าปัจเจกบุคคลมีพลังมหาศาล สังคมประกอบด้วยปัจเจกบุคคล ปัจเจกบุคคลมีคุณภาพเช่นไรสังคมย่อมมีคุณภาพเช่นนั้น และเชื่อเสมอมาว่า ปัจเจกบุคคลทุกคนมีศักยภาพที่จะปฏิรูปตนเองตามหลักการที่กล่าวมาได้ ถ้าพร้อมจะทำ