วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หัวใจมีไว้ทำไม

วันๆ ทำแต่งาน ไม่เห็นเคยมีเวลาให้กันบ้างเลย.. "แล้วที่ทำงานหนักทุกวันนี้ เพื่อใครล่ะ"

คนหนึ่งอยากอยู่ด้วยกันในปัจจุบัน คนหนึ่งอยากอยู่ด้วยกันในอนาคต

ทะเลาะกันเรื่องนี้ทีไร ไม่เคยหาข้อสรุปได้ซักที ต่างฝ่ายต่างอยากให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น และคิดว่าเหตุผลของตัวเองถูก และมันก็ถูกทั้งคู่ด้วยซิ

ความสัมพันธ์น่าจะเป็นเรื่องยากและเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิต เพราะทุกวินาทีที่ผ่านไปเราทุกคนต่างก็ปฏิสัมพันธ์ถ้าไม่กับคนที่เรารู้จัก ก็เป็นคนแปลกหน้า หรือไม่ก็สิ่งมีชีวิตอื่นบนโลก และความสัมพันธ์น่าจะเป็นพื้นฐานของทุกศาสนา

เทคโนโลยี 3G หรือ 4G ไม่เพียงทำให้เราเชื่อมต่อกันง่ายขึ้น บ่อยครั้งยังทำให้เราทะเลาะกันง่ายขึ้นด้วย หรือมีบางอย่างที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ อดีตวิศวกรนาซ่า เคยกล่าวไว้ว่า "โลกนี้คนมีเหตุผลทะเลาะกันมากที่สุด แต่คนมีหัวใจไม่ทะเลาะกัน"

ครั้งหนึ่งสาธารณรัฐมาซิโดเนีย เคยเป็นแหล่งหลอมหลวมความแตกต่างด้านวัฒนธรรมของศาสนาคริสต์และอิสลามจนเป็นหนึ่งเดียว ผู้คนรักใคร่ ไปมาหาสู่กันดุจพี่น้อง จนเมื่อ 10 ปีที่ฝ่านมาประเทศนี้ก็แตกเป็น 2 ฝ่าย มีการปะทะจนมีคนเสียชีวิตเกือบทุกวัน ต่างฝ่ายอยากให้มาซิโดเนียเป็นประเทศของศาสนาตน

ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่ใจของพวกเค้ากลับสร้างเส้นแบ่งให้ห่างไกลกันสุดขอบจักรวาล เพียงเพราะนับถือศาสนาต่างกัน

รัฐบาลมาซิโดเนียจึงออกแคมเปญ "10 Meters Apart" เพื่อตั้งคำถามกับทั้ง 2 ฝ่ายว่าศาสนาต่างกันจะอยู่ร่วมกันได้ไหม

ทีมงานพบสถานที่แห่งหนึ่งในหมู่บ้านห่างไกลเล็กๆแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เดียวที่เป็นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของทั้งชาวคริสต์และชาวมุสลิม โดยไม่แบ่งแยก

สถานที่เดียวกัน พี่น้องชาวคริสต์เรียกว่าโบสถ์ พี่น้องชาวอิสลามเรียกว่ามัสยิด แต่ถึงจะเรียกต่างกันพี่น้องทั้งสองฝ่ายก็มาที่แห่งนี้เพื่อสวด บทสวดซึ่งเป็นคำสอนที่มีปลายทางเหมือนกันคือ "ไม่เห็นแก่ตัว และเมตตาต่อผู้อื่น"

ทีมงานจึงเชิญตัวแทนระดับชาติของทั้งสองศาสนา มาสวดร่วมกันในสถานที่เดียวกัน เพื่อสันติสุขในประเทศ จากนั้นจึงเก็บภาพและนำไปเผยแพร่เป็นโฆษณาโทรทัศน์ จนสื่อต่างๆหยิบไปพูดถึงกลายเป็นกระแสจนรัฐบาลจัดให้มี

"วันสวดแห่งชาติ" ที่ทั้ง 2 ศาสนาจะสวดร่วมกันเพื่อสันติภาพและยอมรับซึ่งกันและกัน

ทุกความแตกต่างเริ่มขึ้นจากไหน

ถึงแม้จะอยู่ต่างชาติ นับถือต่างศาสนา ต่างเพศ ต่างวัย ต่างสถานะ เราก็มีพันธุกรรมเดียวกัน และพันธุกรรมส่วนใหญ่ของคนเป็นตัวเดียวกันกับหมา แมว ปลา นก แมลง ต้นไม้ คนทุกคน สิ่งมีชีวิตทุกชีวิต ต่างเป็นพี่น้องกัน และเรามีแม่คนเดียวกัน คือ ธรรมชาติ

ถึงแม้จะต่างศาสนา วิธีปฏิบัติต่างกัน แต่ก็มีปลายทางเดียวกัน คือมอบความรักต่อเพื่อนร่วมโลก ไม่เห็นแก่ตัว ทันทีที่เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติเหมือนเรา มีความเชื่อเหมือนเรา จนต้องทำร้ายซึ่งกันและกัน ความเห็นแก่ตัวก็เกิดขึ้นทันที

แล้วคุณยังอยากให้คนที่คุณรักคิดหมือนคุณ ทำเหมือนคุณ และจะโกรธหากเค้าคิดหรือทำต่างจากคุณอยู่หรือเปล่า สิ่งที่เราคิดว่าดี บางครั้งก็ทำร้ายคนอื่น หากเรามอบสิ่งดีๆ ที่เราคิดเอาเองฝ่ายเดียว โดยไม่เคยยอมรับในความต่างซึ่งกันและกัน

พื้นฐานสำคัญที่สุดของความสัมพันธ์ของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคนที่คุณรัก คนสัตว์สิ่งของ และโลกใบนี้ คือ ความ "เห็นใจ" ซึ่งกันและกัน ที่ใดมีความขัดแย้ง ที่นั่นต้องการความเห็นอกเห็นใจมากที่สุด

สิ่งที่จะมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอก รวมถึงความแตกต่างที่คนสมมติขึ้นจนเห็นใจกัน ไม่ใช่ที่หัว แต่เป็นที่ "ใจ"