ของ กลุ่มคณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ด้วยการตั้งเวที 7 จุด ได้แก่ 1.หน้าศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ 2.ห้าแยกลาดพร้าว บริเวณถนนพหลโยธิน ใกล้กับธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ 3.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.แยกปทุมวัน 5.สวนลุมพินี 6.แยกอโศก และ 7 แยกราชประสงค์
+++ เป้าหมาย คือ เรียกร้องให้ "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลรักษาการ "ปากคาบคัมภีร์" ยืนยันว่าต้อง "เลือกตั้งก่อนปฏิรูป"
+++ "หันหลังให้กัน" แล้วเดินไปคนละทาง ความขัดแย้งในสังคมของ "สองขั้วใหญ่" คงยากที่จะหาจุดบรรจบกันได้
+++ หากรูปการณ์ยังคงเป็นอยู่เช่นนี้ ก็น่าเป็นห่วงสถานการณ์ "ความรุนแรง" ที่รออยู่ข้างหน้า เพราะเพียงแค่นี้ในแต่ละวัน ก็เกิดเหตุสลด "สูญเสียเลือดเนื้อ" ขึ้นให้เห็นเป็นรายวัน
+++ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ "หญ้าแพรก" จะเลิกถูก "ช้างสาร" เหยียบให้แหลกลาญเสียที
+++ ทั้งหมดทั้งปวง เป็นเพราะ "อำนาจ" ตัวเดียว หากฝ่ายที่ "เหนือกว่า" ไม่ยอมลดราวาศอกให้กับฝ่ายที่ "เป็นรอง" เห็นทีคงยากที่ "สังคมจะเกิดความสงบสุข"
+++ ปรากฏการณ์ "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" ครั้งนี้ หากจะถือว่าเป็นศึกสายเลือดของศิษย์เก่า "ลูกช้าง-มช." ก็ว่าได้ เพราะว่าเลขาธิการ กปปส. สุเทพ เทือกสุบรรณ หัวหอกฝ่ายต่อต้าน จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ปี 2521 ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็จบรัฐศาสตร์ มช. ปี 2531 คณะเดียวกัน
+++ นอกจากนั้น นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ท้าทายอำนาจรัฐด้วยการนำประชาคมสาธารณสุข เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกและเร่งปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็จบแพทยศาสตรบัณฑิต จาก มช. ปี 2521 เช่นกัน
+++ จะว่าไปแล้วสถานการณ์การชุมนุมสร้างความสับสนอลหม่านไม่เฉพาะรัฐบาลหรือประชาชนทั่วๆ ไป ที่ต้องการเดินทางไปทำงานหรือกลับบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลไกสำคัญของรัฐอย่าง "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ด้วย
+++ ข่าวแว่วว่าภารกิจจัดทัพรับการชุมนุมของ "กำนันสุเทพ" ทำเอาขุนพลสีกากีผิดใจกันไปไม่น้อย โดยเฉพาะ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่สวมหัวโขน ผบ.ตร.อยู่ รับผิดชอบทั้งกฎหมายและศักดิ์ศรีองค์กร กำลังถูก "สั่นคลอน" ด้วยกลุ่ม "นรต.30" นำโดย "บิ๊กแจ๊ด" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการนครบาล และ "บิ๊กย้อย" พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.
+++ ว่ากันว่า ใบสั่งตรงที่ให้ "บิ๊กเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาเกี่ยวมายุ่งใน ศอ.รส.ได้ตามสบาย เป็นเพราะ "คนทางไกล" ชักไม่ค่อยพอใจผลงานการปราบ...เอ๊ย...คุมม็อบของ "บิ๊กดุลย์" จึงสั่งให้โยกเฉลิมจาก "ทัพหนุน" มาเป็น "ทัพหน้า" แล้วให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา เป็นหัวหอก ส่วนเสร็จศึกแล้วจะมีใครต้องเก็บของออกจากเก้าอี้ตัวใหญ่ ต้องรอลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายคว้าชัย
+++ ปิดท้ายด้วยข่าวไม่ใหญ่แต่กระทบสังคม คือ ตั้งแต่กำลังตำรวจถูก "ระดม" ไปช่วยรับมือการชุมนุม ปรากฏว่าแก๊งค้ายาสารพัดกลุ่มฉวยโอกาสเคลื่อนย้ายสินค้าราคาดีกันสบายใจเฉิบ โดยเฉพาะ "ไอซ์" เพราะหันไปทางไหนด่านตรวจก็ไม่มี ฝากบิ๊กๆ ตำรวจที่ไม่ได้ไปร่วมสกัดม็อบช่วยหันมาดูที อย่าให้เรื่องนี้กลายเป็นตัวเร่งทำลายสังคม






