วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทัศนคติคือทางออก

ท่ามกลางความขัดแย้งและความผันผวนทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองในบ้านเรา ผมเชื่อว่าปมปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นมายาวนานต่อเนื่อง

ไม่ได้เป็นเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเสื้อสีใดสีหนึ่ง แต่น่าจะเป็นเรื่องของทัศนคติเป็นตัวสำคัญที่ทำให้ทุกๆ ทางออกมีปัญหาเสมอ

ข้อคิดที่อยากจะฝากไว้ใน “ไอทีไร้พรมแดน” ฉบับนี้จึงขอว่าด้วยเรื่องของ Attitude หรือทัศนคติล้วนๆ ที่ผมเชื่อว่าการปรับทัศนคติจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการแก้ปัญหาทุกๆ อย่าง รวมถึงการปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่

เริ่มจากข้อแรกคือการสร้างทัศนคติ "คิดบวก" เพราะหากเราไม่รู้ตัวว่าทัศนคติของเราเป็นลบ ในใจก็ย่อมแต่มีความคิดเชิงลบ และส่งผลให้สังคมรอบข้างติดลบ โยงใยไปจนเรารู้สึกว่าสภาพแวดล้อมเป็นลบย่ำแย่ไปทั้งหมด หากยังคิดลบก็จะไม่สามารถหาทางออกใดๆ ได้เลย การคิดบวกจะทำให้เรามองทะลุปัญหาที่อยู่ข้างหน้าและสร้างแรงผลักดันให้เราอยากเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ดีขึ้นจนทำให้เราไม่ยอมอยู่เฉยและลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น

ข้อ 2 ต้องรู้จัก “คิดนอกกรอบ” เพราะเมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา หลายๆ ครั้งเรามักใช้กรอบความคิดเดิมๆ แก้ปัญหาจนเจอทางตันในท้ายที่สุดเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มีต้นตอมาจากองค์ประกอบเดิมๆ แต่มีความซับซ้อนขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

หากเราเคยคิดแก้ปัญหาด้วยองค์ประกอบที่คุ้นเคย สุดท้ายเราก็จะคิดแก้ปัญหาในกรอบแคบๆ เพราะเคยอยู่ในกรอบนี้และเคยทำอย่างนี้จนทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะทางแก้ปัญหาที่มีใช้ได้เพียงแค่แก้ปัญหาในอดีตเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาในปัจจุบันหรือในอนาคตได้ สิ่งที่ต้องทำ คือ ทำให้ตัวเองอยู่เหนือปัญหาเปิดโอกาสให้ตัวเราเห็นปัญหาในทุกมุมมองเมื่อเห็นปัญหาชัดเจนก็จะมีทิศทางรับมือได้แน่นอนมากขึ้น

เมื่อรู้สาเหตุของปัญหา บวกกับการรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง เราต้องรู้จักใช้จุดแข็ง ป้องกันจุดอ่อน ท้ายที่สุดย่อมมีลู่ทางรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าได้เต็มร้อย แม้อาจไม่สำเร็จแต่ย่อมทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

ปัญหาใหญ่ของการแก้ปัญหา คือ ความคิดว่าเราเจอ "ทางตัน" ทั้งที่ยังมีทางเลือกอีกหลายทางที่มองไม่เห็น การแก้ปัญหาที่เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ ยุ่งยากและไม่น่าแก้ไขอะไรได้จึงต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อนเป็นด่านแรก

ข้อสุดท้ายคือ "เปิดกว้าง" ด้วยการสื่อสารและสนทนากับคนรอบข้างให้มากที่สุด เพราะชีวิตคนเราไม่ว่าจะเป็นชีวิตครอบครัว การทำงาน การเมือง สังคม อุตสาหกรรม ฯลฯ ล้วนต้องมีปฏิสัมพันธ์คนรอบข้าง เราจึงต้องมีพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมสมาคม ธุรกิจที่ต้องรู้จักและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

การสื่อสารที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น เพราะเราไม่อยู่ได้เพียงลำพัง แต่จะทำอย่างไรให้ผู้อื่นเข้าใจความคิดอ่านของเราและทำอย่างไรที่เราจะเปิดใจรับความคิดคนอื่นในเวลาเดียวกัน เพื่อให้สังคมอยู่นั้นเกิดการสื่อสารสองทางและรับฟังซึ่งกันและกัน

ตัวการสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ "อคติ" ที่ต้องขจัดออกไปจากทัศนคติของเรา แม้เราจะมีความคิดและแนวทางแก้ปัญหาต่างกัน แต่เชื่อได้ว่าแต่ละคนล้วนมีจุดยืนร่วมกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นของประเทศชาติ สังคม อุตสาหกรรม ฯลฯ ซึ่งเราต้องหาผลประโยชน์ร่วมกันนี้ให้พบ

ปัญหาประเทศไทยเวลานี้ยังมีความหวังให้เราเห็น เพราะท้ายที่สุดผมเชื่อว่าคนไทยมีผลประโยชน์ร่วมกัน คือ อนาคตประเทศ ที่จะจุดประกายให้เรากลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนเช่นเคย