สถานการณ์การเมือง ณ ขณะนี้เต็มไปด้วยข่าวลือปนข่าวจริง ทัศนะความเห็นของฝ่ายต่างๆ ทั้งที่ผ่านสื่อกระแสหลักและโซเชียลเน็ตเวิร์ค
หลายเสียงเชื่อไปแล้วว่าการปฏิวัติรัฐประหาร จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในบ้านเมืองนี้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะถือเป็นการรัฐประหารในปี 2557 หรือ ค.ศ.2014 แบบไม่แคร์สายตาชาวโลกกันเลยทีเดียว
ยิ่งถ้าถอดรหัสเรื่อง"อีกากับวัว"ตามที่ ผบ.ทบ.นำมาพูดระหว่างให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่่ 7 ธ.ค. ทำนองว่า"ถ้าวัวมีแผล อีกาก็จะมาจิกหลังทุกวัน ถ้าไม่มีแผลก็ไม่มีอีกา ถ้าไม่มีเงื่อนไข ก็ไม่มีเรื่อง"แถมยังสำทับว่า"ถ้าเกิดจลาจล มีประชาชนเจ็บตาย รัฐบาลต้องรับผิดชอบ"ด้วยแล้ว งานนี้บางคนฟันธงว่า คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย นอกจากเป็นการ"ขู่ปฏิวัติ"แบบโจ่งแจ้ง
ตรวจสอบข่าวไปยังหน่วยงานที่คุมงานด้านความมั่นคงของประเทศ ก็ประเมินอย่างที่บางคนฟันธงนั่นแหละ เพราะการชัตดาวน์กรุงเทพฯของกลุ่ม"สุเทพ-กปปส."เป้าหมายก็คือสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว และความวุ่นวายนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะบานปลายกลายเป็นจลาจล และเกิดความสูญเสีย
การที่หน่วยงานซึ่งเป็นกลไกของรัฐในการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย กลับประกาศโยนความรับผิดชอบให้รัฐบาล จึงตีความได้ว่าทหารไม่ได้อยู่ข้างรัฐบาลอีกต่อไปแล้ว (หรือไม่ก็ไม่ได้อยู่มาตั้งแต่ต้นแล้ว)
มีการอ่านเกมกันต่อว่า กำลังพลและยุทโธปกรณ์ล็อตใหญ่ได้ถูกเคลื่อนเข้ากรุงเทพฯอย่างเนียนๆ ภายใต้โครงการสวนสนามวันกองทัพไทย ท่ามกลางความสงสัยของหลายฝ่ายว่า พื้นที่ที่จะใช้ในกิจกรรมที่ว่านั้น มันเพียงพอรองรับรถถังและยานเกราะจำนวนมากได้จริงหรือ ทำไมไม่ไปใช้สถานที่ในต่างจังหวัด เช่น โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก
ขณะที่ในกระดานการเมืองเอง...บรรดา"เบี้ย-เรือ-ขุน-โคน"ก็กำลังก้มหน้าเดินเข้าสู่"เดดล็อค"โดยเฉพาะล่าสุดเมื่อ ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา ส.ส. และ ส.ว.ถึง 308 คน ย่อมส่งผลผูกพันต่อจังหวะก้าวทางการเมืองในฉากต่อไปอย่างรุนแรง แม้จะจัดเลือกตั้งได้ในวันที่ 2 ก.พ. ก็อาจจะมี ส.ส.อีกจำนวนนับร้อยที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลให้วุฒิสภาถอดถอน จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
แล้วสภาจะอยู่ได้อย่างไร รัฐบาลใหม่จะอยู่กันอย่างไร?
หลายคนอาจโล่งใจที่เบอร์ 1 ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทยอย่างยิ่งลักษณ์ ชินวัตรกลับหลุดรอดจากคมดาบของ ป.ป.ช.ไปได้อย่างเฉียดฉิว แต่งานนี้คนในวงการเขาเรียกว่าเป็นแผน"น้ำเย็นปลาตาย"คือ บทบาทขององค์กรอิสระกำลังบีบให้รัฐบาลและนายกฯจนแต้ม มีทางเดินน้อยลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายต้องยอม เหมือนค่อยๆ ปล่อยน้ำเย็นจนปลาตาย ไม่ใช่โฉ่งฉ่างในลักษณะเอาไม้ตีหัวทีเดียวสลบ
เพราะนั่นจะกลายเป็นเงื่อนไขให้อีกฝ่ายปลุกกระแสมวลชนขึ้นมาต่อสู้!
หันไปดูจังหวะก้าวของ กปปส. ประเมินกันว่าธงของ กปปส. 3 ประเด็นนั้น ขณะนี้สำเร็จไปเกือบจะครึ่งทางแล้ว กล่าวคือ
1.ทำให้การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ไม่สามารถกระทำได้ในบางพื้นที่ ส่งผลให้แม้มีการเลือกตั้งก็ไม่สามารถเปิดสภาได้ ซึ่งข้อนี้สำเร็จไปแล้ว
2.ทำให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เกิดขึ้นไม่ได้ แม้จะยังไม่สำเร็จ แต่ก็มีแนวโน้มสูง
และทั้ง 2 ข้อจะนำไปสู่ข้อ 3 คือ ข้อเรียกร้องตั้งต้นดั้งเดิมของ กปปส. ได้แก่ นายกฯลาออกจากรักษาการ และคืนอำนาจให้ประชาชน
ดูเหมือนการขับเคลื่อนของ กปปส. จะเป็นแรงกดดันคู่ขนานไปกับคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระ และคำประกาศท่าทีของขุนทหารอย่างน่าสนใจ
เส้นทางของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกำลังถูกบีบให้ตีบตันลงทุกที สถานการณ์นับจากนี้จะเป็นตัวชี้ขาด ว่าประเทศไทยจะเปลี่่ยนผ่านการเมือง และความขัดแย้งด้วยวิถีทางที่ไม่ใช่การเลือกตั้งได้หรือไม่...
เป็นการเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายและสุ่มเสี่ยงต่อความสูญเสียมากมายจริงๆ









