ท่ามกลางความยุ่งเหยิงทางการเมืองที่เกิดขึ้น อีกหนึ่งเรื่องที่มาแรงไม่แพ้กัน คือ ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
ที่หนาวเย็นกว่าทุกปีที่ผ่านมา และยังมีอุณหภูมิลดต่ำต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ ทั้งนี้ยังมีพยากรณ์อากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่ง ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนคืนวานนี้ (8 ม.ค.) ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศจะหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลงได้ 2-3 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน และภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป
ประเทศไทยยังคงมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ และคาดหมายว่าอากาศช่วง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 9-12 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรง แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก มีอากาศเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ต่อจากนั้น ช่วงวันที่ 13-14 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าว อุณหภูมิจะลดลงได้อีก 2-3 องศาเซลเซียส และสรุปการคาดหมายช่วงวันที่ 9-13 ม.ค. บริเวณประเทศไทยอากาศจะหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค
หลายๆ จังหวัดของประเทศไทย ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติจากอากาศที่หนาวเย็น บางจังหวัดร้องขอความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาให้ช่วยกันบริจาคเสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องกันหนาว เพื่อนำไปมอบต่อแก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่ประสบภัยหนาว แต่เสียงร้องขอเหล่านี้ไม่ดังเหมือนเช่นปีก่อนๆ ที่แม้จะมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีนี้ก็ตาม
สภาวะอากาศที่หนาวเย็นไม่ได้เป็นแต่เฉพาะประเทศไทย หากเกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียน หรือไกลไปถึงสหรัฐอเมริกาดังที่ทราบกัน ซึ่งรายงานข่าวล่าสุด ระบุว่า อุณหภูมิสหรัฐต่ำกว่าดาวอังคาร มวลลมขั้วโลกเหนือแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ในสหรัฐอเมริกาและเเคนาดา จนทำให้อุณหภูมิติดลบเป็นประวัติการณ์ และอากาศหนาวเย็นกว่าพื้นผิวดาวอังคาร ทุกรัฐในแคนาดาและสหรัฐ ยกเว้นฮาวาย เผชิญอุณหภูมิที่ติดลบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 ม.ค.) รวมถึงรัฐฟลอริดาและเเคลิฟอร์เนียที่ปกติอบอุ่นด้วยแสงแดด
โดยแถบที่อุณหภูมิติดลบเข้าขั้นอันตราย ถึงขั้นอาจทำให้ผู้คนแข็งตายได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงบริเวณมิดเวสต์ ซึ่ง โรงเรียน สถานประกอบการ และสถานที่ราชการ ต่างปิดดำเนินการ เช่นเดียวกับการคมนาคมที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก สภาพถนนเต็มไปด้วยน้ำแข็งปกคลุม การเดินทางด้วยรถยนต์ รถไฟ หรือเเม้แต่เครื่องบินต่างหยุดชะงักลง เมืองเอมบาร์เรส ในรัฐมินนิโซตา มีอุณหภูมิต่ำที่สุด ค่ำวานนี้ติดลบ 37 องศา รัฐมอนแทนา ติดลบ 52 องศาเซลเซียส รัฐอื่นๆ อุณหภูมิอยู่ระหว่างลบ 40 ถึงลบ 50 องศาเซลเซียส ขณะที่ ยานมาร์ส โรเวอร์ ซึ่งไปสำรวจดาวอังคารได้ส่งค่าอุณหภูมิรายวันกลับมา ปรากฏว่าอุณหภูมิบนพื้นผิวดาวอังคาร ติดลบเพียง 25-31 องศา
ประเทศที่คุ้นเคยกับความหนาวเย็น และมีอำนาจทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า ก็ยังประสบพิบัติภัยจากความหนาว และทำให้มีผู้คนต้องสังเวยชีวิตให้แก่ความหนาว ประเทศไทยที่อยู่เขตร้อนกว่ามาก การเผชิญหรือรับมือกับความหนาว หรือความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ อาจทำได้ไม่ดีเท่า หากว่าเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นปกติสุข เราคงได้รับข่าวคราวร่วมบริจาคช่วยภัยหนาวแก่พี่น้องร่วมชาติ จังหวัดนั้น จังหวัดนี้ แต่ ณ เวลานี้ กลายสภาพเป็นช่วยเหลือกันไปตามมีตามเกิด และหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเฉพาะพื้นที่ แล้วเราจะปล่อยให้สภาพน่าสังเวชนี้ ดำรงต่อไปอีกนานเพียงใด









