วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปิดเกม?

การชุมนุมของ กปปส. หรือคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ยิ่งยืดเยื้อยาวนานก็เริ่มมีเสียงถามกันหนาหูขึ้นว่า "จะจบอย่างไร?"

ที่สำคัญคือจะพาประเทศไทยเดินไปสู่จุดไหน?

เมื่อวานมีบทความชิ้นใหม่ของ อาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นักสันติวิธีชื่อดัง ที่เสนอปลดชนวนขัดแย้งเรื่องเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ด้วยการเพิ่มช่องลงไปในบัตรเลือกตั้งว่า "ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57" เพื่อให้ฝ่าย กปปส.และผู้สนับสนุนเดินไปกากบาทแบบสันติวิธี ไม่ต้องชุมนุม ปิดล้อม ขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งสุ่มเสี่ยงนำไปสู่ความรุนแรง

ผมเห็นว่าข้อเสนอของอาจารย์ชัยวัฒน์น่าสนใจ เพราะอาจารย์เองก็เคยบอกเอาไว้ว่า การเลือกตั้งไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่มันเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ทำให้คนไม่ฆ่ากัน

แต่ผมก็เชื่อว่า กปปส.คงไม่รับข้อเสนอนี้ และยังเดินหน้าชุมนุมใหญ่ "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" ในวันที่ 13 ม.ค. เพื่อ "ปิดเกม" ตามที่ประกาศเอาไว้ เพราะ กปปส.เชื่อว่าอย่างไรเสียก็ไม่น่าจะมีการเลือกตั้ง และทุกอย่างน่าเห็นหน้าเห็นหลังกันภายในสัปดาห์นี้ ไม่เกินสัปดาห์หน้า

มีเสียงถามกันเซ็งแซ่ว่า กปปส.จะปิดเกมอย่างไร เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศ หรืออย่างน้อยก็ส่วนใหญ่ที่มีส่วนร่วมทางการเมืองในปัจจุบัน ไม่ได้มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกับ กปปส.ทั้งหมด มีจำนวนไม่น้อยแม้จะสนับสนุน แต่ก็เลือกเชียร์อยู่ที่บ้าน จึงไม่ได้เป็นพลังอะไรมากมายนัก

และเป็นที่รู้กันดีว่าการจะ "ปิดเกม" การเมืองของเมืองไทย เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักๆ เท่านั้น คือ 1.ทหารยึดอำนาจ 2.องค์กรอิสระตัดสิน

ข้อ 2 ต้องลุ้นกันวันนี้ แม้จะยังไม่เห็นภาพทั้งภาพ แต่ก็พอมองเห็นลางๆ กล่าวคือ หาก ป.ป.ช.แจ้งข้อหา 381 ส.ส. ส.ว.ที่ร่วมกันเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในประเด็นที่มาของ ส.ว. แบบ "ยกเข่ง" โอกาสที่สถานการณ์การเมืองจะบีบรัดมากขึ้นจนถึงกับ "ทะลักจุดแตก" ก็มีสูง

เพราะฝ่ายรัฐบาลย่อมหนีไม่พ้น ต้องนำประเด็นนี้ไปดิสเครดิตองค์กรอิสระ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อไป แต่อีกด้านย่อมเป็นการเพิ่มอารมณ์คุกรุ่นโกรธแค้นให้กับมวลชนฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลมากขึ้น และอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ควบคุมยาก

แต่หาก ป.ป.ช.ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแบบ "เหมาเข่ง" รัฐบาลก็คงมีเวลาหายใจได้ยาวๆ ได้บ้าง อย่างน้อยก็ก่อนถึงสุดสัปดาห์นี้ และลูกตุ้มสถานการณ์จะถูกเหวี่ยงกลับไปที่ฝ่าย กปปส.และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าจะเอาอย่างไรต่อ

จะปิดเกมอย่างไร ชัตดาวน์กรุงเทพฯแล้วไง?

การเมืองที่ซับซ้อนและมีพัฒนาการมากขึ้น ทั้งเรื่องผลประโยชน์และความชอบธรรม ที่ถูกนำไปผูกติดกับการเลือกตั้งอย่างในปัจจุบัน จนทำให้ฝ่ายหนึ่งชนะตลอด และใช้เสียงข้างมากฟุ่มเฟือยจนดูเหมือนไม่มีความชอบธรรมนั้น ก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะโค่นล้มได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการอะไรก็ได้ เพราะความไม่ชอบธรรมที่ว่ามันไปผูกพันกับความชอบธรรมอื่นๆ อีกหลายส่วน

หากเราพัฒนาจริยธรรมทางการเมืองไปพร้อมๆ กัน สถานการณ์บ้านเมือง ณ ปัจจุบันก็อาจไม่เกิดขึ้น เพราะฝ่ายบริหารมักหน้าบาง ทำงานหรือตัดสินใจผิดพลาดก็ลาออก ไม่ต้องเสียเวลาชุมนุมขับไล่กัน

แต่การเมืองบ้านเราวันนี้ยังเป็นระบบ "ครึ่งควบลูก" หรือ "ลูกผีลูกคน" ประกอบกับการได้อำนาจรัฐคือการ "กินรวบ" ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์มหาศาล โครงการประชานิยม ตลอดจนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการซึ่งล้วงลูกได้ตั้งแต่ซี 11 ถึงซี 1 ตั้งแต่นายพลถึงนายสิบ จึงทำให้ไม่มีใครยอมใคร

กระทั่งสถานการณ์กำลังสุ่มเสี่ยงนำไปสู่ความรุนแรงครั้งใหญ่อยู่ ณ ขณะนี้!