วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงพลัง ต้องระวังการเผชิญหน้า

การแสดงพลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พอใจการถูกกล่าวโจมตี

จากการชุมนุมทางการเมืองตลอดช่วง 2 เดือน โดยเฉพาะกรณีที่เกิดการปะทะ ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม ในวันรับสมัครรับเลือกตั้งที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย แต่การแสดงพลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ได้สร้างความกังวลมากขึ้นไปอีกว่าอาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเจ้าพนักงานหลักในการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม

หากติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจถือว่าเป็นกลุ่มคนที่น่าเห็นใจไม่น้อย เพราะต้องดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมไม่ให้เกิดความรุนแรง ขณะที่อีกด้านต้องควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับการชุมนุมทางการเมืองขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมจากฝ่ายใด ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นด่านหน้าเสมอระหว่างฝ่ายที่ไม่พอใจรัฐบาลกับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเมื่อมีการกล่าวหาโจมตีการทำงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในการตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างหนักหน่วงทุกครั้ง

สำหรับข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง มีความสัมพันธ์ทางการเมืองกับนักการเมืองบางคน ส่งผลให้คนไม่พอเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เป็นประเด็นที่ไม่ต้องการกล่าวถึงในที่นี้ แต่สิ่งที่ต้องการชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญคือบทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควรจะเป็นมากกว่า เพราะบทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านมาเราก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหาบางด้านจริง แม้ว่าจะประกาศว่าตัวเองไม่เลือกข้างทางการเมือง แต่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ด้วยการรักษากฎหมายของบ้านเมือง

ยกตัวอย่างกรณีของการปะทะที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งมีตำรวจและผู้ชุมนุมเสียชีวิตทั้งสองฝ่าย โดยในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวโทษคนชุดดำว่าเป็นมือที่สามสร้างสถานการณ์ ก่อนที่จะออกมายอมรับว่าคนชุดดำที่ว่านั้นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นเอง การชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสร้างความสับสนเกิดขึ้นและเกิดความไม่พอใจมากยิ่งไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการกล่าวโจมตีอย่างรุนแรงจากโลกโซเชียลมีเดียและเวทีการชุมนุม จนต้องจัดเจ้าหน้าที่ติดตามชี้แจงในแต่ละประเด็น และตามมาด้วยการแสดงพลังทั่วประเทศ

กรณีที่เกิดขึ้นนี้เอง ทำให้ความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจของประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก และดูเหมือนว่าไม่ว่าเจ้าหน้าที่จะชี้แจงด้วยข้อมูลและหลักฐานอะไร ก็ไม่อาจสร้างความเชื่อถือให้กลับคืนมาได้ แต่ในทางตรงกันข้าม การชี้แจงของเจ้าหน้าที่กลับถูกมองด้วยความสงสัยและมองว่ามีเป้าหมายทางการเมืองอย่างเด่นชัด ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เนื่องมาจากบทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานการณ์การชุมนุมเอง ซึ่งหากต้องการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา ก็จำเป็นต้องมานั่งทบทวนบทบาทกันใหม่

อย่างกรณี การออกมาแสดงพลังเพื่อสนับสนุนผู้บังคับบัญชา และปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองนั้น เราขอตั้งคำถามว่าบทบาทเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพนักงานของรัฐ และเป็นหน่วยงานที่ดูแลกฎหมายบ้านเมือง อีกทั้งเป็นกลุ่มคนที่มีอาวุธ ซึ่งการแสดงพลังเช่นนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการประกาศเผชิญหน้ากับการชุมนุมในขณะนี้ เราเห็นว่าสิ่งที่ตำรวจควรกระทำคือการจี้แจงทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและตรงไปตรงมา ไม่ใช่การแสดงพลัง เพราะอาจชนวนที่นำไปสู่ความรุนแรงได้โดยง่าย