วิเคราะห์ความเสี่ยงกองทุน FIF กลุ่มแบงก์

วิเคราะห์ความเสี่ยงกองทุน FIF กลุ่มแบงก์

ช่วงนี้มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบ้านเราหลายแห่งเริ่มเสนอขายหน่วยลงทุน ตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะในรายอุตสาหกรรมสถาบันการเงิน

ผมจึงขอนำเสนอการวิเคราะห์ความเสี่ยงของแบงก์ใหญ่ๆ ของโลกซึ่งมีความละเอียดอ่อนในการพิจารณา หลายครั้งที่การวิเคราะห์และเปรียบเทียบความเสี่ยงของแบงก์ใหญ่ๆ ซึ่งมีขนาดของความเสี่ยงด้านตลาดค่อนข้างสูง มักจะประสบปัญหาการเปรียบเทียบระหว่างแบงก์ต่างๆ ไม่สามารถทำได้แบบตรงๆ เนื่องจากแบบจำลองทางธุรกิจของแต่ละแบงก์มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ บางแบงก์ลงทุนในตราสารทางการเงินที่ซับซ้อน ในขณะที่บางแบงก์ทำธุรกิจ Retail Banking แบบพื้นๆ จากรูปที่ 1 จะพบว่าอัตราส่วนของมูลค่าความเสี่ยงด้านตลาดต่อสินทรัพย์ เพื่อการค้า (Trading Book) ของแต่ละแบงก์ขนาดใหญ่ 15 แห่งในโลก มีความแตกต่างกัน

ทั้งนี้ ความแตกต่างดังกล่าวอาจเกิดจากการที่ธุรกรรมทางการเงินที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ด้านตลาดของแบงก์ต่างๆ ดังกล่าวมิได้มีความคล้ายคลึงกัน หรือ วิธีการในการวัดความเสี่ยงด้านตลาด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ยังมีช่องว่างที่ทำให้แต่ละแบงก์สามารถเลือกวิธีที่ตนเองต้องการได้ ตรงจุดนี้ ถือได้ว่านักวิเคราะห์มักจะมีความลำบากในการเปรียบเทียบความเสี่ยงดังกล่าวระหว่างแบงก์ต่างๆ บทความนี้ จะขอพาท่านผู้อ่านมาลองทำความเข้าใจในประเด็นดังกล่าว

ก่อนอื่นต้องบอกว่า แม้แต่แบงก์ในสหรัฐและยุโรปเองก็ยังมีความแตกต่างในการวัด ความเสี่ยงด้านตลาด สำหรับความเสี่ยงตลาดประเภททั่วไป (General Market Risk) ในสหรัฐ ทางธนาคารกลางสหรัฐอนุญาตให้ใช้วิธีที่ยุ่งยากกว่าหรือวิธีแบบจำลองภายในเท่านั้นในการวัด ส่วนในยุโรปอนุญาตให้ใช้ทั้งวิธีมาตรฐานและวิธีแบบจำลองภายในสำหรับการประเมินความเสี่ยง ดังกล่าว

ทีนี้ มาเจาะดูว่า หากจะเปรียบเทียบความเสี่ยงด้านตลาดของแบงก์ต่างๆ ต้องดูอะไรบ้าง เริ่มจาก หนึ่ง องค์ประกอบของสินทรัพย์เพื่อการค้า (Trading Book) จากรูปที่ 2 ซึ่งแกนตั้งแทนด้วยมูลค่าความเสี่ยงด้านตลาดต่อสินทรัพย์เพื่อการค้า และแกนนอน แทนด้วยสินทรัพย์สำหรับความเสี่ยงด้านตลาดที่รายงานต่อสาธารณชนต่อสินทรัพย์สำหรับความเสี่ยงด้านตลาด พบว่าหากแบงก์ยิ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นเท่าไร ก็จะรายงานมูลค่าความเสี่ยงด้านตลาดต่อสาธารณชนที่ไม่สะท้อนความเสี่ยงดังกล่าวมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ อาจเป็นไปได้ว่าแบงก์อาจทำการป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนดังกล่าว โดยขนาดของวงกลมในรูปที่ 2 สะท้อนขนาดสินทรัพย์ของแบงก์ต่างๆ

สอง วิธีที่แบงก์ใช้ในการวัดความเสี่ยงด้านตลาดและการเลือกแบบจำลองที่ใช้ ซึ่งโดยทั่วไป หากแบงก์ใช้วิธีมาตรฐานในการคำนวณความเสี่ยงด้านตลาดเป็นหลัก ก็มีแนวโน้มที่จะรายงานสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดที่สูงกว่าแบงก์ที่ใช้วิธีแบบจำลองภายใน หากลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการค้าด้วยมูลค่าที่เท่ากัน อย่างไรก็ดี จากรูปที่ 3 พบว่าการลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความซับซ้อนกว่า มักจะดำรงสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดที่สูงกว่าการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความซับซ้อนน้อย ดังเช่น ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยในกลุ่มที่ซับซ้อนขึ้นก็มีความเสี่ยงด้านตลาด สูงขึ้นเช่นกัน

หากพิจารณาให้ลึกลงไปอีกชั้น โดยพิจารณาว่าปัจจัยใดที่ก่อให้เกิดความแตกต่างในการรายงาน ความเสี่ยงด้านตลาดระหว่างแบงก์ต่างๆ สำหรับธุรกรรมทางการเงินแบบพื้นฐาน เช่นการลงทุนในพันธบัตรและหลักทรัพย์ จะพบว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ซึ่งมีความแตกต่างกัน และ วิธีการรวมความเสี่ยงประเภทต่างๆ เข้าด้วยกัน ปัจจัยที่มีผลกระทบปานกลาง ได้แก่ ความละเอียดของวิธีการประเมินความเสี่ยง ส่วนปัจจัยที่มีผลกระทบน้อย ได้แก่ การเลือกใช้แบบจำลองและวิธีการคำนวณค่าตัวแปรต่างๆ ในแบบจำลองนั้นๆ

นอกจากนี้ สำหรับปัจจัยที่ก่อให้เกิดความแตกต่างในการรายงานความเสี่ยงด้านตลาด ระหว่างแบงก์ต่างๆ สำหรับธุรกรรมทางการเงินที่มีความซับซ้อนขึ้น อาทิ อนุพันธ์ทางการเงินต่างๆ จะพบว่า จะพบว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ได้แก่ วิธีการคำนวณค่าสหสัมพันธ์ที่แตกต่างกัน และ การเลือกใช้แบบจำลอง ปัจจัยที่มีผลกระทบปานกลาง ได้แก่ ความละเอียดในการใช้ปัจจัยเสี่ยงในแบบจำลองและสมมติฐานต่างๆ ในแบบจำลอง อาทิ การคำนวณสภาพคล่องและการคำนวณความเสียหายหากเกิดความเสียหายจากการลงทุน

ท้ายสุด การเพิ่มเติมปริมาณเงินกองทุนไว้รองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยคาดไม่ถึง (Margin of Safety) ในสัดส่วนมากน้อยต่างกันของแต่ละแบงก์ ก็จะทำให้การเปรียบเทียบ ความเสี่ยงด้านตลาดของแบงก์ต่างๆ ต้องใช้วิจารณญาณค่อนข้างมากในการประเมินครับ

หมายเหตุ : หนังสือด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาค (Macro Investing) เล่มล่าสุดของผู้เขียน “เล่นหุ้นต้องใช้ใจ... รวยได้ไม่รู้จบ” วางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นการลงทุน ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ