วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปประเทศจะสำเร็จได้ ต้องไร้เป้าหมายการเมือง

รัฐบาลเตรียมเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศ ดูเหมือนแนวทางในขณะนี้ คือ ต้องมีองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อดำเนินการปฏิรูป

รวมทั้งตัวบทกฎหมายเพื่อรองรับการทำงาน อีกทั้งขั้นตอนและกระบวนการทำงานทั้งหมด ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาระบบประชาธิปไตยเอาไว้ได้ด้วยจากการกำหนดเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. หรืออาจจะเลื่อนออกไปเนื่องจากขณะนี้ขั้นตอนการรับสมัครยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่งจากท่าทีล่าสุดก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีแผนการปฏิรูปจริงๆ จากที่ก่อนหน้านี้ค่อนข้างจะไม่ชัดเจนนักว่าจะดำเนินการอย่างไร

อันที่จริง เรื่องการปฏิรูปประเทศหรือปฏิรูปการเมืองนั้น หาใช่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มกปปส. แต่ได้พูดถึงกันมาก่อนหน้านี้มายาวนานมาก เพียงแต่ไม่มีการนำมาปฏิบัติกันอย่างจริงจังว่าจะดำเนินงานอย่างไร อาจกล่าวได้ว่าในช่วงที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกอย่างรวดเร็วในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เราได้ยินทั้งเรื่องการปฏิรูปการเมือง การศึกษา การสาธารณสุข ฯลฯ อาจเรียกได้ว่าเมื่อเราพูดถึงเรื่องหนึ่งเรื่องใดว่ามีปัญหา สิ่งที่ตามก็คือคำว่าการปฏิรูปทุกครั้งไป ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย

แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เริ่มจากกระแสการปฏิรูปในส่วนของภาคการเมืองเป็นสำคัญ เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น เกิดความขัดแย้งการเมืองอย่างรุนแรงและยังไม่มีแนวโน้มว่าจะหาทางออกกันอย่างไร เมื่อเป็นเช่นนี้คนจำนวนมากจึงเห็นว่าการเมืองเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ แต่อย่างไรก็ตาม แนวคิดของกลุ่มกปปส.นั้นดูเหมือนว่าต้องการปฏิรูปให้หมดในทุกด้านที่เห็นว่ามีปัญหา ไม่เพียงแค่การเมืองเท่านั้น ซึ่งยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าหากมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมานั้นจะดำเนินการอย่างไร

ความเห็นของผู้ที่เคยทำงานกับความขัดแย้งมานาน เสนอแนวคิดว่ารูปแบบการตั้งคณะกรรมการอิสระ ถือเป็นทางออกที่ดีของการสร้างความปรองดองในสังคมไทย แต่ปัญหาสำคัญคือจะทำอย่างไรให้องค์กรที่จัดตั้งมานั้นเป็นอิสระอย่างแท้จริง ซึ่งยังเป็นเรื่องท้าทายเสมอมาสำหรับสังคมไทยที่มีความขัดแย้งอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อคณะกรรมการที่มีการจัดตั้งโดยรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยหรือใหม่ อีกฝ่ายมักจะต้องข้อสงสัยและมองด้วยความไม่ไว้วางใจ ผลที่สุดแล้วข้อเสนอที่ออกมาก็ไม่ได้รับการยอมรับจากอีกฝ่าย

ดังนั้น ปัญหาใหญ่ที่สุดของคณะกรรมการปฏิรูป คือ จะสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดของการสร้างความไว้วางใจก็คือ ฝ่ายการเมืองต้องพยายามอย่าเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งทางตรงทางอ้อม เพราะหาไม่แล้ว การจัดตั้งคณะกรรมการในครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากอดีต ซึ่งในที่สุดก็ล้มเหลวเนื่องจากไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายที่อยู่ในความขัดแย้ง นั่นหมายความว่าการเริ่มต้นของคณะกรรมการอิสระหรือเป็นกลางที่จะจัดตั้งขึ้นนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของกระบวนการปฏิรูป

เราเห็นว่ากรณีที่รัฐบาลเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าว เช่นเดียวกับหลายกลุ่มที่เสนอในลักษณะเดียวกัน นับว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะดูเหมือนว่าข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการโต้แย้งเรื่อง"เลือกตั้ง-ปฏิรูป"นั้นเริ่มมีทางบรรจบกันมากขึ้น เป็นโอกาสอีกครั้งในการหาทางออกร่วมกัน หากฝ่ายการเมืองหันมามุ่งหน้าเพื่อปฏิรูปที่แท้จริง โดยปล่อยวางเป้าหมายการเมืองเอาไว้ชั่วคราว