วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข้อคิดสะกิดใจเตรียมรับมือ 'หลุมพราง' ดิจิทัลปี 2557

ผู้บริโภคยุคดิจิทัล สภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ รวมทั้งการแข่งขันในโลกออนไลน์ที่ไร้พรมแดน

มีคู่แข่งและจำนวนผู้บริโภคมีอำนาจการซื้อที่เข้าถึงได้จากทุกมุมโลก ล้วนทำให้หลายองค์กรต่างเตรียมพร้อมกลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งกันอย่างจริงจังมากขึ้นในปี 2557 และหลายๆ บริษัทที่พร้อมมากกว่าก็ซุ่มปรับตัวสู่กลยุทธ์ Digital Transformation เต็มสูบมากขึ้นเช่นกัน

จึงอยากส่งท้ายปีนี้ด้วยข้อคิดบางประการให้แก่ผู้บริหารที่ได้วางแผนส่วนงานดิจิทัลในองค์กร ให้ตระหนักถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับหลุมพรางดิจิทัล เพื่อขจัดอุปสรรคและช่วยผลักดันองค์กรสู่การแข่งขันยุคดิจิทัลได้อย่างราบรื่นในปีใหม่นี้

สิ่งที่ผู้นำขององค์กรควรเป็นผู้ริเริ่ม และขจัดทัศนคติและความเข้าใจผิดของพนักงานที่เคยมีมาเสียก่อน เพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นและร่วมมืออย่างขยันขันแข็งจากทุกส่วนในองค์กร อาทิ

ดิจิทัลเป็นของคนหนุ่มสาว และดิจิทัลเป็นเพียงโครงการทดลอง
หลายบริษัทให้ความสำคัญกับการใช้กลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อเป็นโครงการนำร่องระยะสั้นๆ และมักกำหนดให้พนักงานรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นผู้ตัดสินใจ เมื่อเริ่มต้นจากการให้ความสำคัญเล็กน้อย ขาดผู้เชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์หรือการตลาดคอยให้คำแนะนำและแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กัน ดังนั้น การประเมินผลงานจึงไม่ได้คาดหวังกับผลประกอบการมากนัก ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้เสียโอกาสในการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย

โลกออนไลน์มีของฟรี องค์กรจึงไม่ควรลงทุนมาก
เราทราบดีว่าโลกออนไลน์เป็นพื้นที่อิสระ มีการแชร์และแบ่งปันข้อมูลและเครื่องมือมากมายให้ใช้อย่างเสรี แต่ในฐานะผู้ประกอบการควรย้อนคิดเกี่ยวกับความมั่นคงระยะยาวของธุรกิจด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เราควบคุมเองไม่ได้ ดังนั้น องค์กรที่พอจะมีงบประมาณจึงควรศึกษาแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีจากสิ่งที่มีอยู่สร้างให้เป็นเครื่องมือเฉพาะของตัวเองในระยะยาวด้วย

เทคโนโลยีที่รวดเร็ว แม่นยำ จะมาทดแทนแรงงานคน
เป็นความกลัวและความเข้าใจผิดที่พนักงานส่วนใหญ่ไม่เปิดใจยอมรับการเปลี่ยนวิธีการทำงานสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น การแนะนำให้ทีมงานรู้จัก เข้าใจและเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อลดขั้นตอน และย้ำถึงความสำคัญของพนักงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในทักษะเฉพาะด้านและประสบการณ์ ที่สำคัญก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ ที่เทคโนโลยีมาแทนที่ไม่ได้ จะช่วยให้ทีมงานพร้อมเรียนรู้และมีเวลาว่างไปศึกษาและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ได้มากขึ้น

พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีเดิม อาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ
เรามักเห็นทีมอาร์ แอนด์ ดี นำข้อมูลจากคู่แข่ง ออกสำรวจแล้วพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดสอบจนกว่าจะได้ผลตามที่ต้องการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต แต่คงดีไม่น้อยหากเราใช้ช่องทางสื่อสารดิจิทัลอย่างโซเชียลมีเดีย หรือ สื่อออนไลน์ที่มีอยู่ พูดคุยกับลูกค้าตัวจริงได้ทันที เพราะสิ่งที่เทคโนโลยีรวบรวมให้คุณ คือ เสียงของลูกค้าตัวจริง จากนั้น นำมาหารือกับทุกส่วนในองค์กร ไม่แน่ว่าเราอาจได้นวัตกรรมใหม่ๆ ที่คนทั่วโลกกลายเป็นลูกค้าเราได้ชั่วข้ามคืน

ตัวอย่างแนวคิดเหล่านี้ เป็นปัจจัยขวางกั้นให้องค์กรของคุณยังลังเลกับการใช้ดิจิทัลมาปรับปรุงการกระบวนการทำงานในองค์กร ลองเปลี่ยนความคิดเป็นการตั้งนโยบายที่ชัดเจน ระดมความร่วมมือและกำหนดแนวทางที่เหมาะสม วางงบประมาณและเครื่องมือสนับสนุน ใช้พนักงานหัวกะทิที่รู้จักองค์กรดีที่สุด เข้าใจลูกค้าและอ่านเกมการตลาดออกมาเป็นผู้นำทีม เพื่อใช้ดิจิทัลทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยง
โลกที่ทุกอย่างถูกเชื่อมโยงกันให้เล็กลง ผู้คน สิ่งมีชีวิตและสิ่งของเริ่มติดต่อถึงกันและส่งข้อมูลจำนวนมหาศาล เจ้าของกิจการและแบรนด์สินค้าจากทั่วทุกมุมโลกต่างพยายามสร้างช่องทางที่ดึงดูดลูกค้าและผู้บริโภคกลุ่มใหม่อยู่เสมอ ทำให้การแข่งขันในวันนี้ต้องแข่งกับเวลาและคู่แข่งที่อาจปรากฏตัวขึ้นฉับพลันในสนามเดียวกัน

ดังนั้น การบริหารงานให้องค์กรเท่าทันและต่อสู้กับคู่แข่งได้ คงหนีไม่พ้นต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาทำงานช่วยทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายผลิต ฝ่ายการเงิน ฯลฯ ผู้บริหารที่นำองค์กรสู่การเปลี่ยนโฉมด้วยดิจิทัล จึงควรเป็นผู้ที่เข้าใจ มีวิสัยทัศน์ที่ในการเลือกใช้นวัตกรรมที่เหมาะสม ใช้จุดเด่นของเทคโนโลยีมาช่วยให้กระบวนการผลิตและบริการเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2557 ด้วยความมุ่งหวังเช่นกันว่า องค์กรธุรกิจไทยจะแข็งแกร่งและมุ่งสู่การสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่เป็น The Best of Both Worlds เป็นที่ต้องการของคนทั้งในโลกออนไลน์ และออฟไลน์ได้ไม่ยาก