ข้อแรกที่ควรพิจารณาในการจัดตั้งสภาประชาชน คือ ต้องยอมรับว่าทุกคนในประเทศคือ ประชาชน
วันที่ 4 กันยายน 2556 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (ต่อมามีรายชื่อเป็นหนึ่งใน กปปส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 กันยายน 2556 จะมีการเปิดตัว "สภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย" ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาคประชาชน นักวิชาการ นักศึกษา องค์กรด้านแรงงาน และนักธุรกิจ หลังจากแถลงข่าวเปิดตัว "สภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย 2556 (สปท.)" อย่างเป็นทางการ ภายใต้หัวข้อหยุดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม ต่อมามีการประชุมสมัชชาใหญ่สภาประชาชนฯ ทั่วประเทศครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2556 โดยมีตัวแทนขององค์กรต่างๆ เข้าร่วมประมาณหนึ่งพันสองร้อยคน อาทิ กลุ่มกรีน กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ และกลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน (เสื้อหลากสี) เป็นต้น รายงานสรุปออกมาว่าเป็นภารกิจ “สองสร้าง” คือ 1. สร้างอำนาจของสภาประชาชนฯ และ 2. สร้างการนำในสภาประชาชนฯ
กระทั่งวันที่ 1 ธันวาคม 2556 แกนนำกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงการก่อตั้งสภาประชาชน ที่มีจุดร่วมสำคัญกับสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย คือ การต่อต้านรัฐบาลฯ ทั้งนี้ ได้เกิดความเห็นที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย หนึ่ง ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลฯ รักษาการ นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และแกนนำนักวิชาการในกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ยืนยันว่าการตั้งสภาประชาชน มีความเป็นไปได้ มีที่มาที่ไป มีเหตุผลรองรับ ทั้งเหตุผลทางกฎหมายและเหตุผลเรื่องความชอบธรรม ตามหลักรัฐธรรมนูญ สอง ฝ่ายรัฐบาล เช่น นายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคฯ ตั้งคำถามว่า การตั้งสภาประชาชน นั้น เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 8 และมาตรา 171 ใช่หรือไม่ และในวันที่ 8 ธันวาคม 2556 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ได้แจกหนังสือ “จากเผด็จการโดยพรรคการเมือง นายทุนในระบบรัฐสภา ถึงพลังมวลมหาประชาชน” ที่จัดทำขึ้นโดยกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ เพื่อทำความเข้าใจที่มาของ “สภาประชาชน” ตามคำประกาศของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ การจัดตั้งสภาประชาชนเพื่อมุ่งไปสู่ 6 แนวทาง ได้แก่
1. ต้องทำให้การเลือกตั้งปราศจากการซื้อเสียง ขายเสียง
2. ทำให้ประเทศไทยปราศจากการคอร์รัปชัน แก่กฎหมายไม่ให้คดีคอร์รัปชันมีอายุความ
3. ประชาชนถอดถอนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และ ส.ส. ได้โดยไม่ต้องใช้เวลานาน
4. กระจายอำนาจให้ประชาชน โดยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ได้ทุกจังหวัด
5. ปฏิรูประบบราชการให้มีคุณธรรม ไม่ให้พึ่งระบบอุปถัมภ์
6. ปฏิรูปการศึกษา สาธารณสุข คมนาคม และเศรษฐกิจ
จะเห็นได้ว่า แนวคิด (Ideas) พื้นฐานในการจัดตั้งสภาประชาชนฯ ของเครือข่ายความร่วมมือภาคประชาชนฯ และ กปปส. ที่ตรงกัน คือ การสร้างความชอบธรรม และมีคุณธรรม โดยมีการกล่าวกันว่า สภาประชาชน เปรียบเหมือน สภาคนดี
เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พบว่ามีแนวคิด (Ideas) การจัดตั้งสภาประชาชน และการสร้างภาพลักษณ์สภาคนดี คือ สมัชชาแห่งชาติ ขึ้น เพื่อคัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขึ้นเมื่อปี 2516 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมสมัชชาแห่งชาติ ณ สนามราชตฤณมัยสมาคมฯ หรือสนามม้านางเลิ้ง ในวันที่ 18 ธันวาคม 2516 จึงเป็นที่มาของคำว่า “สภาสนามม้า” โดยมีข้อถกเถียงและทัศนะวิพากษ์เกี่ยวกับสภาสนามม้า ในอีกแง่มุม ตั้งแต่ปี 2517 จนถึงปัจจุบัน ดังต่อไปนี้
ปี 2517 ภายหลังการจัดตั้งสภาสนามม้า ในหนังสือสมานมิตร'17 ฉบับศึก มีบทความวิเคราะห์ว่า ตัวแทนของกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่ได้ตั้งขึ้นมา ไม่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มอาชีพที่แท้จริง เพราะรัฐบาลเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น หรือสนับสนุนให้ตั้งขึ้น โดยเห็นว่าการแต่งตั้งเกี่ยวกับอำนาจนิติบัญญัตินี้ ไม่สามารถเรียกได้ว่า เป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ม่านของประชาธิปไตยที่เปิดขึ้นจึงเป็นการแสดง ก้าวมาสู่ปัจจุบัน ในเฟซบุ๊คของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงทัศนะในหัวข้อ ""สภาคนดี" ปี 2516 กับ โลกที่เป็นจริง" พร้อมกับหลักฐานประวัติศาสตร์ คือหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในช่วงเวลานั้น ไว้ว่า "สมัชชาแห่งชาติ" - "สภาสนามม้า" ที่ถูกเสนอกัน ทั้งในสมัยนั้น และในขณะนี้ เป็นแบบฉบับของ “ประชาธิปไตยแบบไทย” ที่ไม่เอานักการเมือง แต่เป็น “ตัวแทนประชาชนสาขาอาชีพต่างๆ” มีความเป็น “คนดี” มากกว่า ฯลฯ เอาเข้าจริง ก็มีลักษณะไม่ต่างจากสภานักการเมือง... ขณะที่ศูนย์ข่าว TCIJ รายงานว่า ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ มองการเทียบเคียงสถานการณ์ขณะนี้กับสถานการณ์หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 นั้น เป็นการเทียบเคียงที่ผิดฝาผิดตัว เนื่องจากหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมือง แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เกิดภาวะสุญญากาศเช่นนั้น การตั้งสภาประชาชนจึงทำไม่ได้ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
จากข้อมูลและข้อถกเถียงข้างต้น ผู้เขียนเห็นว่ามีข้อพิจารณาสำคัญในการจัดตั้งสภาประชาชน อยู่ 4 ประการ ได้แก่
1. บริบททางประวัติศาสตร์
2. แนวคิด
3. หลักการ
4. บทบัญญัติทางกฎหมาย
และข้อแรกที่ควรพิจารณาในการจัดตั้งสภาประชาชน คือ ต้องยอมรับว่าทุกคนในประเทศคือ ประชาชน






