วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ฆาตกรโรคจิต" ภัยแฝง สังคมต้องช่วยกันแก้

ภาพของชาวบ้านที่ออกมาเตรียมรุมประชาทัณฑ์ "หนุ่ย" หรือ "ติ๊งต่าง" วัย 36 ปี ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูนวัยเพียง 6 ขวบ

ในช่วงระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ซอยลาซาล ย่านอ่อนนุช เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา เปรียบเสมือนคำพิพากษาของสังคม ที่ตัดสินประหารชีวิตผู้ต้องหารายนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

แต่หากมองในมุมของกลุ่มนักสังคมสงเคราะห์ กลับเห็นว่า หนุ่ยคือผลพวงของสังคมอันไร้ที่พึ่ง โดย นที สรวารี เลขามูลนิธิอิสรชน สะท้อนว่าหนุ่ยเป็นหนึ่งในเหยื่อของสังคมไทย ที่ทอดทิ้งคนอ่อนแอและคนชายขอบ ที่ชีวิตกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้รับการดูแลปกป้องหรือเยียวยาทางจิตใจ และคนกลุ่มนี้เมื่อโตขึ้นมาจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ อับอาย และถูกกดทับจากคนอื่นตลอดเวลา ทำให้ต้องหาทางระบายออกมา ด้วยการทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่าเขา ซึ่งมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ เด็กเล็ก คนแก่ และผู้หญิง กับเหยื่อเหล่านี้เขาสามารถแสดงพลังอำนาจได้เต็มที่

ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ งามจิต แต้สุวรรณ หัวหน้าบ้านมิตรไมตรี กระทรวงพัฒนาสังคมฯ หนึ่งในผู้ดูแลกลุ่มคนไร้บ้าน ที่ระบุว่านายหนุ่ยน่าจะมีอาการผิดปกติทางจิต แต่ไม่รู้ว่ารุนแรงแค่ไหน และที่น่าเสียดายคือเขาไม่ได้รับการรักษาเยียวยาในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงกระบวนการทางสังคมที่ล้มเหลว

และนี่คงเป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในสังคม จึงมีคำถามตามมาว่าหลังจากนี้ ยังคงมี "หนุ่ย 1 หนุ่ย 2" ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องอีกหรือไม่ เพราะหากดูสถิติคนเร่ร่อนจากสถิติของมูลนิธิอิสรชน พบว่า เมื่อปี 2555 มีคนเร่ร่อนอายุมากกว่า 18 ปี อยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน เฉพาะใน กทม.มีเกือบ 3 พันคน ในจังหวัดใหญ่อีกไม่ต่ำกว่าจังหวัดละ 1 พันกว่าคน โดยมีผู้เคยต้องโทษหรือเข้าคุกแล้วออกมาประมาณร้อยละ 10 ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นการย้ำเตือนว่าสังคมไทย ยังต้องเฝ้าระวังปัญหาคนเร่ร่อนที่แฝงมากับ"ฆาตกรโรคจิต"ให้มากขึ้น

การที่จะหวังเพียงหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ มองว่าสังคมต้องร่วมด้วยช่วยกันมากกว่านี้ การช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างน้อยจะช่วยทุเลาปัญหาหรือเหตุการณ์ที่รุนแรงให้เบาลง โดยเฉพาะความสูญเสียชีวิตของเหยื่อที่ไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้

นอกจากนี้ ประเด็นการนำเสนอข่าวของสื่อโทรทัศน์ ที่ฉายภาพวงจรปิดที่นายหนุ่ยจูงมือน้องการ์ตูนซ้ำไปซ้ำมา หลังจากที่สังคมรับรู้แล้วว่าน้องการ์ตูนได้เสียชีวิตแล้วนั้น เกิดคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะหากมองในมุมของ พ่อแม่ และญาติพี่น้องของน้อง คงจะทำใจได้ยากยิ่งกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในที่นี่ไม่ได้หมายความว่าสื่อมวลชนทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็อยากให้มีการนำเสนอภาพข่าวด้วยความระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้น เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

สำหรับช่องทางแจ้งเบาะแส กรณีผู้พบเห็นใครมีอาการผิดปกติทางจิต หรือพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนนเรนทร 1669 สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1667 หรือ 1323