วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกาะติดสถานการณ์ทุกที่ ทุกเวลา

แน่นอนครับช่วงนี้การเมืองยังคงคุกรุ่นอยู่ แต่ก็ถือได้ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญในช่วงนี้

ทำให้ผมได้เห็นและได้เรียนรู้อะไรจากอีเว้นท์ครั้งนี้พอสมควร

ไม่ว่าจะเป็นพลังมหาประชาชนที่หลั่งไหลไปร่วมชุมนุมกันอย่างไม่ขาดสายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม ทั้งเนื่องด้วยมีแนวคิดร่วม หรือด้วยการรับข่าวสารข้อมูลด้านใดด้านหนึ่งทั้งจริงหรือเท็จตลอดเวลา จนแทบแยกกันไม่ออก รวมถึงท่าทีการตั้งรับของทั้งสองฟากฝั่ง ก็ตาม

ทั้งนี้ข้อมูลเหล่านี้ต้องขอบอกว่า เป็นการวิเคราะห์ในเชิงการสื่อสารการตลาดเท่านั้นนะครับ อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากกลุ่มแนวร่วม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม การสื่อสาร ให้ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่ต้องการจะสื่อกับกลุ่มเป้าหมายที่ตนต้องการ โดยอาศัยช่องทางที่ตรงกับการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้น

อย่างเฟซบุ๊ค ก่อนหน้านี้ชักเริ่มซาไปเหมือนกันครับ คนเริ่มหันไปเล่นอินสตาแกรมกันมากกว่า แต่มาวินาทีนี้ต้องบอกว่าเฟซบุ๊คเริ่มมีพลังมากในเมืองไทยกับการแชร์ข้อมูลมหาศาล ทั้งที่เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวทางการเมือง ข้อมูลที่ได้รับมาและนำมาแชร์ต่อๆ กัน ภาพและคลิปตัดต่อไม่ว่าจะเป็นจากอีกฟากที่มีความเห็นที่แตกต่าง หรือฝ่ายที่ตนสนับสนุนก็ตาม ภาพที่ตนเองได้ไปเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมก็ตาม

ภาพความขัดแย้งที่เกิดความรุนแรง และภาพมิตรภาพที่เกิดขึ้นหรือภาพเก็บตกจากการชุมนุม เหล่านี้มีทั้งข้อเท็จจริงและความคิดเห็นที่อาจมีทั้งผิดและถูก แต่ก็สามารถดึงคนจำนวนมหาศาลเข้ามาเป็นแนวร่วมได้

ทั้งนี้ เฟซบุ๊คอาจจำกัดอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน หรือกลุ่มอื่นๆ บ้างประปราย แต่สื่อหลักอย่างโทรทัศน์ก็ยังคงอิทธิพลมากพอสมควรกับกลุ่มเป้าหมายค่อนข้างกว้าง และที่สำคัญทุกวันนี้

เรายังสามารถติดตามรายการโทรทัศน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ได้แก่ มือถือ แท็บเล็ต แถมยังมีทางเลือกถ่ายทอดเสียงผ่านทางสถานีวิทยุอีกต่างหาก เพียงแค่นี้ทุกคนก็เข้าถึงและซึมทราบการเมืองเข้าไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้ว

ครับ มิหนำซ้ำบางท่านอาจเปิดทิ้งไว้ทั้งวันก็มีนะครับ ประมาณว่างานการก็ทำตามปกติได้ แต่ก็สามารถเกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลา เรียกได้ว่า มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นสามารถแชร์ต่อได้ทันที

อีกพฤติกรรมหนึ่งที่โดดเด่นสืบเนื่องมาจากการใช้สื่อก็คือการแชร์ข้อมูล สิ่งที่แชร์ก็ตามที่กล่าวไปในข้างต้นครับ ส่วนทำไมจะต้องแชร์ หรือต้องโพสต์ความคิดเห็นลงบนโซเชียลมีเดีย แน่นอนครับว่า

ทุกคนย่อมต้องการการยอมรับ ต้องการมีกลุ่ม ต้องการแสวงหาแนวร่วม หรือต้องการประณามคนผิด เป็นต้น อันที่จริงอาจไม่ใช่คนที่ชอบชี้แจง ไม่กล้าพูดหรือไม่ชอบอธิบายด้วยวาจาก็เป็นได้

แต่คำอธิบายที่เป็นตัวอักษรหรือภาพอาจบอกความเป็นตัวตนของเขาได้ หรือสามารถอธิบายได้ดีกว่าการพูดก็เป็นได้
ที่สำคัญตอนนี้คนที่อยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์คกลับกลายเป็นว่าทุกคนเสพติด Like ไปเสียแล้ว จะรู้สึกดีและภาคภูมิใจ

กับการได้รับการกด Like มากกว่าการแสดงความเห็นหรือการกดแชร์เสียอีก ซึ่งการแชร์ภาพและความเห็นต่างๆ ก็ทำให้คนได้เห็นความเคลื่อนไหว สามารถดึงดูดให้คนไปเป็นแนวร่วมอีกมากมายให้หนาตาตามมา

แต่ในขณะเดียวกัน ก็อย่าลืมนะครับ ฝ่ายที่ถือว่าเป็นฝั่งตรงข้ามก็สามารถจับทิศทางการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้เช่นกัน จนบางครั้งก็กลับกลายเป็นอาวุธมาทำร้ายตัวเองก็มีอีกเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าทุกท่านได้รับข้อมูลมาจากสื่อใด หรือช่องทางไหนก็ตาม ควรใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่บางครั้งไม่สามารถสืบหาต้นตอหรือที่มาของแหล่งข่าวได้เลยด้วยซ้ำ

และที่สุดก็คงไม่มีใครถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือผิดร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ เพราะเหรียญยังมีสองด้าน