ระบอบทักษิณ ไม่ใช่แค่รัฐบาลทักษิณ แต่หมายรวมถึงระบอบและนโยบายเศรษฐกิจการเมืองแบบผูกขาดรวบอำนาจโดยทักษิณและกลุ่มนักธุรกิจการเมืองของเขา
การใช้อำนาจทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง ระบบอุปถัมภ์ การซื้อเสียง การใช้นโยบายประชานิยมแบบหาเสียงระยะสั้นเพื่อเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจทุนนิยมแบบสุดโต่ง การใช้อำนาจรัฐหาผลประโยชน์ให้ตนเองให้มากที่สุด เร็วที่สุด โดยไม่คำนึงถึงหลักประชาธิปไตย ความเป็นธรรม จริยธรรมใดๆ
ที่ “ระบอบทักษิณ” เกิดขึ้นได้ ก็เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองไทยเป็นการผูกขาดโดยคนกลุ่มน้อยที่จารีตนิยมมาโดยตลอด ไม่กระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษาที่มีคุณภาพ ให้คนส่วนใหญ่ ทำให้กลุ่มทักษิณใช้วิธีการซื้อเสียง ซื้อใจประชาชน ยึดอำนาจรัฐจากชั้นนำผู้ปกครองกลุ่มอื่นได้ ความจริงชนชั้นผู้ปกครองกลุ่มอื่นก็ดำเนินนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารและใช้อำนาจการเมืองเพื่อประโยชน์ของตนเองคล้ายทักษิณ เพียงแต่ทักษิณทำแบบสุดโต่ง ทำอย่างเป็นระบบ ทำอย่างโลภมากกว่าทำให้ระบอบทักษิณเป็นอันตรายที่เห็นได้ชัดกว่า รวมทั้งกินกลุ่มเดียวไม่ค่อยแบ่งให้ชนชั้นนำกลุ่มอื่น ทักษิณและกลุ่มของเขาเป็นคนที่มุ่งหาผลประโยชน์อย่างสุดโต่ง ช่างคิดช่างทำ ทำอะไรใหม่ๆ แปลกๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วและปั่นป่วนได้หลายอย่างที่ควรได้ชื่อว่า “ระบอบทักษิณ” แต่ระบอบทักษิณมองในแง่โครงสร้างและนโยบายก็คือส่วนหนึ่งของระบอบผูกขาดโดยชนชั้นนำส่วนน้อยคือกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มทักษิณด้วย
ระบอบทักษิณทำให้คนเกือบครึ่งประเทศเลือกและนิยมได้ และทำให้คนไทยแตกเป็น 2 ขั้วอย่างสุดโต่ง การพัฒนาแนวทุนนิยมเพื่อการบริโภคและนโยบายการหาเสียงประชานิยมอย่างสุดโต่ง ทำให้ประเทศและประชาชนเป็นหนี้มากขึ้น ล้างผลาญงบประมาณและทรัพยากรส่วนรวมมากขึ้น ทำให้คนไทยหมกมุ่นกับการได้เงินกู้มาบริโภคเพื่อประโยชน์ระยะสั้นอย่างง่าย ซึ่งเป็นการทำให้ประเทศตกต่ำและอ่อนแอในระยะยาว แต่คนที่ได้ส่วนแบ่งเศษเล็กน้อยจากระบอบทักษิณ หรือเชื่อว่าเขาจะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้ ก็เลือกเข้าข้างพวกเขา โดยไม่สนใจหรือไม่เชื่อว่าทักษิณกับพวกใช้อำนาจรัฐทุจริต คอร์รัปชัน และหาผลประโยชน์ทับซ้อนทำให้คน 2 กลุ่มในสังคมไทยพร้อมที่จะด่าทอใช้ความรุนแรงต่อกัน โดยไม่ได้วิเคราะห์ เข้าใจ ปัญหาและทางออกที่แท้จริง
การจะล้มระบอบทักษิณเพื่อจะปฏิรูปประเทศ ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าเพื่อประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนกำหนดเพิ่มขึ้นต้องเป็นธรรม และพัฒนาได้อย่างยั่งยืน การจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองแบบจารีตนิยมและแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารให้เป็นระบบเสรีประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า และระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับสังคมนิยมประชาธิปไตย รัฐสวัสดิการและชุมชนสวัสดิการ ไม่ใช่แค่ล้มรัฐบาลตัวแทนทักษิณ แต่ได้ชนชั้นนำกลุ่มอื่นมาบริหารประเทศด้วยนโยบายไม่ได้ต่างจากทักษิณ
ระบอบทักษิณโดยเฉพาะประชานิยม กระตุ้นให้ระบบเศรษฐกิจมีเงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้คนจนส่วนใหญ่หลงใหลเท่านั้น แม้คนชั้นกลางส่วนหนึ่งก็ชอบ แม้พรรคฝ่ายค้าน เช่น ประชาธิปัตย์ก็คิดเรื่องแนวทางนโยบายการพัฒนาประเทศได้ไม่ได้ต่างไปจากแนวส่งเสริมทุนนิยมอุตสาหกรรมกึ่งผูกขาดที่เป็นบริวารบริษัทข้ามชาติ รวมทั้งนโยบายประชานิยมหาเสียงแบบระบอบทักษิณมากนักเพียงแต่ทำน้อยกว่า ช้ากว่า โกงน้อยกว่า ระบอบทักษิณจึงไม่ใช่แค่ตัวทักษิณและกลุ่มของเขา แต่เป็นระบบที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อนักธุรกิจ นักการเมือง รวมทั้งชนชั้นนำอื่นๆ ของไทยอยู่มากประเด็นคือทำอย่างไรจะได้รัฐบาลใหม่ และระบบการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ที่เป็นคนกลุ่มใหม่ที่คิดและทำแบบเสรีนิยมก้าวหน้า ที่มุ่งสร้าง ประชาธิปไตย คือสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาคหรือความเป็นธรรม ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สำหรับคนส่วนใหญ่จริงๆ ไม่ใช่คิดแบบจารีตนิยมหรือทุนนิยมแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา
ประชาชนต้องศึกษาค้นคว้า เรียนรู้ใหม่ว่ามีแนวทางวิธีการพัฒนาประเทศแนวอื่นๆ ที่ดีกว่าระบอบทักษิณ เช่น การปฏิรูปเศรษฐกิจแนวสังคมนิยมประชาธิปไตยที่คำนึงถึงระบอบนิเวศ การปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปการเกษตรและอุตสาหกรรมขนาดกลาง ขนาดย่อม ปฏิรูประบบการลดภาษี เพื่อสร้างความเป็นธรรม กระจายโอกาสและส่งเสริมให้คนจนทำงานได้ดีและได้ผลตอบแทนสูงขึ้น ปฏิรูปการศึกษาอบรมให้คนคิด วิเคราะห์ เน้นมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ปฏิรูประบบราชการ การกฎหมาย ปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมด้านต่างๆ ที่มีลักษณะก้าวหน้าเพื่อเพิ่มความสมดุล ความเป็นธรรม ความมีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (คือ การหลีกเลี่ยงลดการทำลายสิ่งแวดล้อม การสร้างมลภาวะ)
ประเทศไทยปัญหาเร่งด่วนและสำคัญที่สุดคือการจัดการศึกษาได้คุณภาพต่ำและไม่ทั่วถึง พลเมืองมีความรู้ความสามารถ ความคิดความอ่านในระดับที่มีคุณภาพต่ำมาก รวมทั้งการที่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มความเหลื่อมล้ำต่ำสูงมาก ทำให้มีคนจนและรายได้ต่ำ ทำให้ประเทศไทยแข่งขันสู้ใครได้น้อยลง หรือแม้แต่จะแก้ไขปัญหาตัวเองก็ยังไม่รู้ทางแก้ที่ถูกต้อง ต้องหาทางทำให้ประชาชนฉลาด คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเป็น รู้วิธีปกป้องต่อรองผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเองมากกว่าจะถูกครอบงำด้วยอารมณ์ ความเชื่อ ให้เป็นพรรคพวกของผู้นำทางการเมือง ไม่ว่าจะทุนนิยมหรือจารีตนิยมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
(แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจ อ่าน วิทยากร เชียงกูล. เศรษฐศาสตร์แนวใหม่ เพื่อชีวิตและระบบนิเวศที่สันติสุข. กรุงเทพธุรกิจ 2556)






