กรณีแก๊งมอเตอร์ไซค์เข้าไปก่อกวน กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณกระทรวงการคลัง และบริเวณสี่แยกคอกวัว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
หลายรายเมื่อกลางดึกเมื่อวานนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกันนั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องระมัดระวังอย่างมากนับจากนี้ไป แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุได้ แต่เราก็เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเป็นไปไม่ได้ที่แก๊งมอเตอร์ไซค์จะเข้าไปก่อกวนด้วยความคะนองอย่างปกติธรรมดา
ก่อนหน้านี้ การปะทะกันระหว่างกลุ่มที่มีความคิดเห็นทางการเมืองได้เกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์บานปลาย ยกเว้นกรณีที่บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีการใช้อาวุธเข้าหากัน จนมีผู้เสียชีวิตหลายราย โดยในครั้งนี้ก็ได้สร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่จะตามมาว่าอาจนำไปสู่ความรุนแรงที่มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าทุกฝ่ายก็พยายามดูแลไม่ให้สถานการณ์ขยายวงออกไป ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ กลุ่ม กปปส.
เราต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้เห็นกระบวนการเพื่อพยายามเจรจา เพื่อหาทางออกจากทั้งสองฝ่าย แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมและจุดยืนของรัฐบาลนั้นไม่อาจไปด้วยกันได้ แต่กระนั้นก็ตาม ได้มีความพยายามให้มีกลุ่มอื่นในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการหาทางออกของประเทศ เช่น ภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนว่าเวทีการเจรจาหรือหารือเพื่อหาทางออกของประเทศจะเป็นอย่างไร เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นคลี่คลายความขัดแย้งเท่านั้น
แต่การเคลื่อนไหวของรัฐบาลในขณะนี้ ได้สร้างความแปลกใจพอสมควรจากท่าทีที่แข็งกร้าว อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงก่อนหน้านี้ ทั้งการออกหมายจับแกนนำและขู่ว่าจะดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมในเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้น แม้ว่าในขณะนี้อาจยังไม่ถึงขั้นใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมก็ตาม แต่สิ่งปรากฏให้เห็นก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก ซึ่งบางคนอาจเห็นว่าเป็นแค่การเล่นสงคราม "น้ำลาย" เท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นการใช้ความรุนแรงต่อกันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรายังไม่เห็นทางออกของความขัดแย้งว่าจะเป็นอย่างไร แต่เรายังสนับสนุนกระบวนการเจรจา ไม่ว่าจะดำเนินการโดยฝ่ายใด ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการเจรจา ก็คือ ต้องสร้างความไว้วางใจก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากความไว้วางใจถือเป็นเรื่องสำคัญแรกสุดที่ทุกฝ่ายต้องมีให้แก่กัน ซึ่งหากไม่เกิดความไว้วางใจเสียแล้ว กระบวนการทั้งหมด ไม่ว่าจะเกิดจากคนกลุ่มไหนก็ยากจะทำให้เกิดข้อตกลงทางการเมืองใดๆ ได้ ในทางตรงกันข้าม ตัวการเจรจาที่ไม่เกิดจากความไว้วางใจนี้เองจะเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งต่อไป
เราเห็นว่า จากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ หลายคนหมดหวังกับการเจรจาเสียแล้ว เพราะที่ผ่านมา ฝ่ายการเมืองไม่มีใครฟังใคร รวมทั้งฟังความเห็นจากคนที่คิดต่างออกไปด้วย แต่เราก็ยังสนับสนุนให้พยายามหาช่องการเจรจากันต่อไป แม้ว่าผลที่เกิดขึ้นจากการเจรจานั้น จะต้องใช้เวลานานในการแก้ปัญหา เพราะเราเห็นว่าการเจรจาเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถลดการเผชิญหน้ากันได้ และลดความเสี่ยงการปะทะรุนแรงซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น หากเราไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง เรามีทางเดียวเท่านั้นคือการเจรจา เพราะความรุนแรงคือขั้นตอนสุดท้ายที่คนเราใช้ห้ำหั่นกัน









