สำหรับคนไทยโดยทั่วไปแล้วในสิบสองเดือนของหนึ่งปีนั้น เดือนที่ดูเหมือนจะเป็นเดือนที่คนไทยทั่วไปมีความสุขที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นเดือนเมษายน
กับเดือนธันวาคม เดือนเมษายนนั้นมีทั้งวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน อีกทั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็เป็นช่วงที่เราชุ่มฉ่ำด้วยเทศกาลประเพณีที่มีมาแต่โบราณ สำหรับเดือนธันวาคมนั้นเรามีวันสำคัญของคนไทยทั้งชาติในวันที่ 5 ธันวาคม อีกทั้งเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีวันหยุดหลายวัน อากาศก็เริ่มเย็น พอเข้ากลางเดือนก็เริ่มเข้าสู่เทศกาลจับจ่ายซื้อของขวัญให้กับผู้อื่นทั้งเนื่องในโอกาสคริสต์มาสและปีใหม่ (งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าเราจะมีความสุขมากขึ้นถ้าเสียเงินซื้อของเพื่อผู้อื่น) ยิ่งพอช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม หลายๆ องค์กรก็ดูเหมือนจะลดผลิตภาพในการทำงานลง ทุกคนต่างวุ่นวายกับการเดินทางไปสวัสดีปีใหม่บุคคลอื่น ทั้งรับและมอบของขวัญปีใหม่ รวมทั้งการจัดงานปีใหม่ของแต่ละองค์กร ปิดท้ายด้วยการได้หยุดเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดยาว
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนเดือนธันวาคมปีนี้ เราจะไม่ได้เริ่มต้นเดือนอย่างมีความสุขเหมือนกับทุกปี คำถามที่อยู่ในใจทุกคนก็คือสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร? จะลงเอยอย่างไร? จะต้องมีการบาดเจ็บล้มตายอีกไหม? ในช่วงสถานการณ์ที่คุกรุ่น เพื่อนฝูงหลายๆ คนก็จะนอนไม่หลับ หลายคนก่อนนอนจะต้องเช็คข่าวหรือตรวจสอบข่าวล่าสุด พอตื่นนอนขึ้นมาสิ่งที่พะวงเป็นอย่างแรกก็คือเมื่อคืนที่ผ่านมามีสถานการณ์ใดเกิดขึ้นหรือไม่? คนรู้จักหลายๆ คนก็ต่างบ่นกันถึงความเครียดที่เกิดขึ้น ดังนั้น สัปดาห์นี้ผมขอพาท่านผู้อ่านมาลองสร้างความสุขกันด้วยวิธีง่ายๆ บ้างครับ และเป็นวิธีการที่มีการพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าจะช่วยทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น เผื่อจะได้เร่งสร้างความสุขให้สมกับความเป็นเดือนแห่งความสุขสุดท้ายของปีนี้
เริ่มง่ายๆ ด้วยการนอนหลับให้เพียงพอครับ เพราะช่วงที่เรานอนหลับ ร่างกายเราจะพลิกฟื้นจากความเหนื่อยหล้าและซ่อมแซมตัวเองจากความเหน็ดเหนื่อยของวันที่ผ่านมา ทำให้เราตื่นมาด้วยความสดใสพร้อมจะเผชิญสถานการณ์ต่างๆ อีกทั้งการที่เราขาดนอนหรือนอนไม่พอจะส่งผลต่อ hippocampus (อวัยวะส่วนหนึ่งของสมองเรา) ซึ่งเป็นตัวช่วยประมวลผลความทรงจำที่ดีๆ มีความสุข
อีกวิธีหนึ่งในการสร้างความสุขอย่างง่ายๆ ก็คือการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและเพื่อน มีการค้นพบเวลาที่เราใช้เพื่อสังคม อยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงนั้น ส่งผลต่อระดับความสุขของเรา Daniel Gilbert ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างความสุขของ Harvard เคยกล่าวไว้เลยครับว่า “เมื่อเราอยู่กับครอบครัว เราจะมีความสุข เมื่อเราอยู่กับเพื่อนเราจะมีความสุข และยิ่งการมีครอบครัวและเพื่อนมากขึ้นก็ยิ่งทำให้มีความสุขมากขึ้น”
การช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอก็เป็นอีกวิธีง่ายๆ ในการสร้างความสุขครับ ถ้าเราอยากจะมีความสุข แทนที่จะทุ่มเทความสนใจมาที่ตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้ โดยมีการกำหนดตัวเลขขึ้นมาว่าอาจจะอยู่ที่ปีละ 100 ชั่วโมง หรือ ประมาณสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง มีงานวิจัยจำนวนมากที่ระบุว่าการใช้เงินเพื่อผู้อื่นก่อให้เกิดความสุขมากกว่าใช้เงินเพื่อตนเอง และไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้เงินเพียงอย่างเดียว การใช้เวลาเพื่อผู้อื่น ก็ทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากกว่าใช้เวลาเพื่อตนเอง การอาสาทำความดีต่างๆ เพื่อผู้อื่นทำให้เรารู้สึกมีความสุข ควรจดจำได้มากกว่าเวลาที่ใช้เพื่อตนเอง
ถัดมาคือการ “ยิ้ม” ครับ การยิ้มอย่างเดียวอาจจะทำให้เรารู้สึกเป็นสุขขึ้น แต่ถ้าเรายิ้มพร้อมทั้งมีความรู้สึกที่ดีด้วย ก็จะยิ่งทำให้เรามีความสุขขึ้น มีงานวิจัยที่พบว่าการเสแสร้งแกล้งยิ้มทั้งวัน ทำให้เรารู้สึกไม่ดีและหดหู่ แต่ถ้าเรายิ้มจากใจจริงๆ ยิ้มพร้อมทั้งความรู้สึกดีที่อยู่ข้างในจะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น
สุดท้ายครับคือข้อแนะนำที่เราได้ยินกันบ่อยมากนั้นคือการออกกำลังกายครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักจะอ้างกันเป็นประจำว่าไม่มีเวลา แต่ตอนนี้มีงานวิจัยใหม่มาอีกครับว่าถ้าออกกำลังกายได้วันละ 7 นาที ก็อาจจะเพียงพอในระดับหนึ่งแล้ว
ท่านผู้อ่านจะเห็นได้เลยนะครับว่าเคล็ดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งห้าประการเป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ และช่วยในการสร้างความสุขให้กับเราได้ แม้ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเหมือนช่วงที่ผ่านมาท่านผู้อ่านก็สามารถนำหลักทั้งห้าประการมาสร้างความสุขระหว่างความเครียดได้ครับ









