วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ออนไลน์ชอปปิง" ขายอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีนวัตกรรม

เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายซื้อขวัญเพื่อมอบให้แก่กันและกัน

สำหรับในสหรัฐการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพ.ย. โดยบรรดาห้างสรรพสินค้าชั้นนำจะลดราคาสินค้ากระหน่ำต้อนรับวันแห่งการชอปปิงสำคัญแห่งปี ที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อของ "วันแบล็คฟลายเดย์" ซึ่งเป็นวันศุกร์หลังวันขอบคุณพระเจ้า ในปีนี้ตรงกับศุกร์สุดท้ายของเดือนคือวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งการลดราคาสินค้าจะต่อเนื่องไปในวันเสาร์และอาทิตย์

สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นอาร์เอฟ) ประเมินว่า มีนักชอปกว่า 141 ล้านคนที่ออกมาจับจ่ายในช่วงวันขอบคุณพระเจ้าจนถึงสุดสัปดาห์ และพบว่า 37.3% มาเข้าแถวรอก่อนห้างเปิดในเที่ยงคืนก่อนวันแบล็คฟลายเดย์

ผลสำรวจพบว่านักชอปแต่ละรายใช้เงินเฉลี่ย 407 ดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ยอดการใช้จ่ายสูงถึง 57,400 ล้านดอลลาร์ และคาดว่ายอดการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้จะสูงถึง 602,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 19.3 ล้านล้านบาททีเดียว

ยอดขายไซเบอร์มันเดย์พุ่ง
ความล่าช้าของวันแบล็คฟลายเดย์ในปีนี้ ทำให้ห้างสรรพสินค้า และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซต่างเร่งแผนโปรโมชั่นเพื่อสร้างยอดขายล่วงหน้ากันก่อน มีการนำโมบายแอพ และเว็บไซต์มาเป็นกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขาย ทั้งในการทำโปรโมชั่นพิเศษและการเปรียบเทียบราคาสินค้า โดยโปรโมชั่นต่างๆ ได้เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นในวันจันทร์ หลังวันขอบคุณพระเจ้าหรือที่เรียกกันว่า "วันไซเบอร์มันเดย์" ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค.

คอมสกอร์ ดอท คอม ระบุถึงยอดเงินจากการจับจ่ายสินค้าทางออนไลน์ในวันไซเบอร์มันเดย์ไว้ที่ 1,735 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 18% นับเป็นวันที่ยอดขายออนไลน์สูงที่สุดในอเมริกา และหากนับยอดขายออนไลน์รวมทั้ง 5 วันนับตั้งแต่วันขอบคุณพระเจ้าจนถึงวันไซเบอร์มันเดย์ จึงมียอดขายรวมถึง 5,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% จากปีที่แล้ว

ขณะเดียวกันบริษัทอโดเบ ซิสเต็มส์ สรุปตัวเลขจากการติดตามข้อมูลเว็บไซต์ค้าปลีกกว่า 2,000 แห่งในสหรัฐว่า ยอดขายออนไลน์ของวันไซเบอร์มันเดย์อยู่ที่ 2,290 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้น 16% ซึ่งข้อมูลจากทั้งสองแหล่งนี้ แสดงให้เห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้ออนไลน์ในการจับจ่าย หรือหาข้อมูลในช่วงเทศกาลคริสต์มาสว่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

ขณะที่อีเบย์ ดอท คอม เผยถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริการในเครือว่าเพย์พัล ดอท คอม ซึ่งให้บริการการชำระเงินผ่านออนไลน์มียอดการใช้บริการเพิ่มขึ้น 91% โดยพบว่ามีผู้ชอปผ่านอุปกรณ์โมบายเพิ่มขึ้นถึง 130% และบริษัทอีเบย์ เอนเตอร์ไพรซ์ ซึ่งให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซกับห้างสรรพสินค้า และแบรนด์ชั้นนำอย่างทอยส์ อาร์ อัส และโปโล ราล์ฟ ลอเรน ก็ยังระบุถึงออร์เดอร์การจัดส่งที่เพิ่มขึ้นกว่า 127% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

แรงด้วยนวัตกรรม
แชนแนลแอดไวเซอร์ ดอท คอม คาดว่ายอดขายของ อเมซอน ดอท คอม ในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 46% และในช่วงระยะเวลาห้าวันจากวันขอบคุณพระเจ้าถึงไซเบอร์มันเดย์ เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่รายนี้ก็มียอดขายเพิ่มถึง 35% จึงเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอีกปีหนึ่งของอเมซอน

เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอของอเมซอน ให้สัมภาษณ์ในรายการ "60 มินนิทส์" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอเมซอนตลอดจนการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ โดยอเมซอนได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจหลายด้าน โดยเฉพาะในส่วนโกดังสินค้าที่เรียกว่า Fulfillment Center (FC) ซึ่งมีอยู่ 96 แห่งทั่วโลก

โกดังแต่ละแห่งอาจมีขนาดใหญ่ถึง 1.2 ล้านลูกบาศก์ฟุตหรือเท่ากับสนามฟุตบอล 20 สนาม เพื่อรองรับสมาชิกกว่า 255 ล้านราย มีระบบคำนวณพื้นที่ว่างในชั้นเพื่อให้สามารถจัดวางสินค้าได้มีประสิทธิภาพที่สุด โดยแทนที่จะจัดวางสินค้าตามหมวดหมู่แต่สินค้าจะถูกจัดวางตามขนาดของที่ว่างที่ต้องการใช้ ทำให้อเมซอนสามารถจัดเก็บสินค้าได้เพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีระบบสายพานแยกสินค้า และลำเลียงวัสดุที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกับพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับได้ว่าอเมซอนมีนวัตกรรมการจัดเก็บและการส่งสินค้าที่เหนือชั้น จนต้องยอมรับว่าอเมซอนมีการพัฒนานวัตกรรมและบริการที่แข่งขันสูง จนขึ้นเป็นผู้นำได้ไม่น้อยหน้าบริษัทอย่างแอ๊ปเปิ้ลหรือกูเกิลเลย
อเมซอน ไพรม์ แอร์

หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมากของอเมซอนที่ถูกเปิดเผยระหว่างการสัมภาษณ์คือ "อเมซอน ไพร์ม แอร์" ซึ่งเป็นยานบินบังคับขนาดเล็กที่ใช้ในการจัดส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อส่งสินค้าน้ำหนักไม่เกิน 5 ปอนด์ให้ถึงมือผู้รับภายใน 30 นาที ขณะนี้ระบบดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการวิจัยและพัฒนาซึ่งอาจใช้เวลาอีก 4-5 ปีจึงสามารถให้บริการได้

ในอนาคตเราคงจะเห็นเครื่องโดรนในลักษณะเดียวกันนี้บินไปมาในท้องฟ้าเพื่อจัดส่งสินค้าหรือทำงานอื่นๆ ด้วยการที่ผู้ประกอบการทั้งหลายเพิ่มความสะดวกสบายและมีนวัตกรรมอย่างที่เห็น ย่อมทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกและหันมาใช้บริการดิจิทัลได้มากขึ้น

ผู้บริหารเองต่างก็คงเตรียมรับมือกับโจทย์ใหม่เพิ่มขึ้นทุกวันเช่นกัน