วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โอกาสดีของการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

คนไทยได้ร่วมกันเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556 และในโอกาสสำคัญนี้ ทุกฝ่ายควรแสดงความรัก สามัคคีกัน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี อีกทั้งในโอกาสมหามงคลนี้ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกฝ่าย ในการหันหน้ามาพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกให้เกิดสันติ และเสียสละเพื่อประเทศชาติ

การสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศของสวนดุสิตโพล ก็พบว่าสิ่งที่อยากให้คนไทย ทำเป็นรูปธรรมเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือหันหน้าเข้าหากัน รักใคร่สามัคคี เป็นพลเมืองดี มีจิตสำนึก ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม ไม่เห็นแก่ตัว ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม นำพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ปรับปรุงตัวเองและช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าสงบน่าอยู่ หยุดเห็นแก่ตัว ไม่คอร์รัปชัน ไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตน

ดังนั้น หลังจากเกิดสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง การรับฟังความเห็นจากทุกหมู่เหล่า เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขบางสิ่งที่ขาดหายไป จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเดินไปข้างหน้าร่วมกันของคนในประเทศ เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่รอการแก้ไขยังมีอยู่ หนึ่งในนั้นคือคอร์รัปชัน ซึ่งองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย เพิ่งเปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัด ภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2556 พบว่าไทยได้ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 102 จากการจัดอันดับทั้งหมด 177 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับที่ 16 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

หากดูสถิติของเมื่อปีที่แล้ว จะพบว่าไทยอยู่อันดับที่ 88 จากการจัดอันดับ 176 ประเทศ และได้ 37 คะแนน จึงเท่ากับว่าในปีนี้อันดับของไทยลดลงไปมาก ขณะที่หากดูย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2538 จะพบว่าอันดับของไทยแย่ลงเป็นส่วนใหญ่ มีดีขึ้นเพียง 5 ปี สำหรับประเทศที่ครองอันดับ 1 ในปีนี้นั้นได้ถึง 91 คะแนนจาก 100 คะแนน อันได้แก่เดนมาร์กกับนิวซีแลนด์ ส่วนในกลุ่มประเทศอาเซียน มีเพียง 3 ชาติที่ได้คะแนนเกินครึ่ง ได้แก่ สิงคโปร์ (86 คะแนน) บรูไน (60 คะแนน) และมาเลเซีย (50 คะแนน) ขณะที่ประเทศอื่นๆ รวมทั้งไทย ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าครึ่ง

ในภาพรวมนั้น ปรากฏว่า 70% ของจำนวนประเทศที่นำมาจัดอันดับ สอบตกหรือมีคะแนนต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง มีเพียง 54 ประเทศที่สอบผ่าน หรือได้เกิน 50 คะแนน ซึ่งองค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศก็ได้เตือนว่าภาพรวมที่ได้ออกมานั้น สะท้อนว่าทุกประเทศยังเผชิญภัยคุกคามของการคอร์รัปชันในทุกระดับ ตั้งแต่การออกใบอนุญาต ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบ ที่สำคัญคือในอนาคตนั้น ความพยายามเดินหน้ารับมือกับปัญหาต่างๆ อย่างภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง วิกฤติเศรษฐกิจ และความยากจน จะเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ในรูปของการคอร์รัปชัน หากไม่รีบลงมือแก้ไขเสียตั้งแต่ตอนนี้

ในส่วนของไทยนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีปัญหาหลายอย่างที่รอการแก้ไข ดังนั้นหากทุกฝ่ายจะใช้โอกาสนี้ในการตั้งหลัก และตั้งใจอย่างจริงจัง ลงมือทำเพื่อผลประโยชน์ ความก้าวหน้า ความเป็นปึกแผ่น และประโยชน์สุขของผู้คนในประเทศทุกกลุ่ม ประเทศก็จะสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และดำเนินการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างทั่วถึง ซึ่งท้ายที่สุดความเจริญก้าวหน้าเหล่านี้จะส่งผลแง่ดีกลับมาถึงคนในชาตินั่นเอง