วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปสังคม-การเมือง โอกาสอีกครั้งของสังคมไทย

การชุมนุมของกลุ่มประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)

ที่ประกาศเข้าพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลเมื่อคืนก่อนหน้านี้ ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตามที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านั้นว่าจะเกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ไม่ว่าเบื้องหน้าและเบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร ภาพที่ปรากฏให้เห็นก็น่าจะทำให้สถานการณ์การเมืองของประเทศคลี่คลาย แม้จะมีคำถามว่าจากนี้ไปสังคมไทยจะเดินหน้าต่อกันไปอย่างไร

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเริ่มลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย และเห็นแนวโน้มว่าการเมืองไทยจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป ขณะที่แต่ละฝ่ายยังยึดมั่นใจในจุดยืนของตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ของประชาชนในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าเกิดการตื่นตัวทางการเมืองครั้งใหญ่ และมีเป้าหมายต้องการเห็นสังคมการเมืองที่ดีเกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนอีกครั้ง แต่ปัญหาก็คือจะทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการเช่นนี้ขึ้น

หากย้อนอดีตในช่วงเกิดการเคลื่อนไหวของประชาชนฝ่ายต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมานั้น แม้ยังไม่เกิดให้มีการเปลี่ยนแปลงการเมืองอย่างแท้จริง โดยการเปลี่ยนแปลงในช่วงกระแสของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในอดีตนั้น ได้ทำให้คนตื่นตัวทางการเมือง แต่แล้วก็ไม่มีการปฏิรูปการเมืองอะไรเกิดขึ้น เช่นเดียวกับกระแสของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือคนเสื้อแดง ซึ่งเรียกร้องความเป็นธรรม แต่กลับไม่ได้ดำเนินการอะไรที่เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเลย นอกจากนโยบายประชานิยม

ดังนั้น การตื่นตัวทางการเมืองในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสของสังคมไทยอีกครั้ง ที่จะเดินหน้าเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการปฏิรูป และถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีเนื่องจากการตื่นตัวของประชาชน แต่คำถามขณะนี้คือเราจะทำอย่างไร วิธีการจะเป็นไปตามข้อเสนอของกลุ่มกปปส.จะเป็นไปได้หรือไม่ หรือว่าเราจะพยายามจะหากระบวนการปฏิรูปการเมืองอย่างไร เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรกับทั้งฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มกปปส. ว่าจะทำอย่างไรให้แนวทางปฏิรูปการเมืองที่ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องการ

อย่างไรก็ตาม หากเราตั้งเป้าหมายว่าต้องการระบอบการเมืองที่ดีและเป็นประชาธิปไตย ก็ดูเหมือนวิธีดำเนินการไม่เป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ต้องใช้เวลา เพียงแต่ทุกฝ่ายต้องมีความตั้งใจจริงในการเดินหน้าปฏิรูปสังคมเศรษฐกิจคครั้งใหญ่ และต้องตั้งเป้าหมายว่าจะขจัดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความขัดแย้งให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งความขัดแย้งในแง่โครงสร้าง เช่น สร้างความเท่าเทียมทางสังคม และความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองที่เป็นเรื่องการเมืองจริงๆ เช่น กติกาการถ่วงดุลอำนาจ หรือกติการการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม

เราเห็นว่าขณะนี้ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่อีกครั้งของสังคม ที่จะต้องก้าวพ้นความขัดแย้งเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น แต่มุ่งไปที่แก้ปัญหาระดับสังคมโดยรวมโดยมีเป้าหมายต้องการให้สังคมไทยเป็นสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงและลดความเหลื่อมล้ำต่างๆที่เกิดขึ้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งในขณะนี้จะตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการกำหนดการปฏิรูปการเมือง เราไม่ต้องการเห็นการปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปและต้องมาต่อสู้บนท้องถนนครั้งแล้วครั้งเล่า จึงเป็นโอกาสอีกครั้งของสังคมในการก้าวให้พ้นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยาวนานมานับสิบปี