วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังเชื่อมั่นสันติวิธี คือการแก้ปัญหาระยะยาว

สถานการณ์ความรุนแรง จนนำไปสู่การเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.

และต่อเนื่องมากถึงวานนี้(1 ธ.ค.) เป็นสัญญาณที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าการชุมนุมในครั้งนี้ มีการใช้อาวุธกันทั้งสองฝ่าย เพราะปรากฏว่าผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืน ซึ่งไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด แต่การปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำให้สถานการณ์การชุมนุมเลวร้ายลง และอาจบานปลายหากขยายวงกว้าง โดยขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าเหตุการณ์ในขณะนี้จะนำไปสู่จุดใด

แม้การปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมจนนำไปสู่ความสูญเสียนั้น แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกจากคนที่มีความเห็นทางการเมืองต่างกัน เนื่องจากแต่ละฝ่ายมีแนวทางในการแก้ปัญหาต่างกัน ซึ่งที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายที่มีความเห็นทางการเมืองต่างกันนั้น ปฏิเสธที่จะนั่งเจรจากันอย่างจริงจัง และสิ่งนี้เองนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจระหว่างกัน จนยากที่จะเจรจาหาข้อยุติได้

จากสถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ทุกฝ่ายไม่มีใครฟังเหตุผลใคร แต่เราขอย้ำว่าทุกฝ่ายต้องตั้งมั่นว่าจะต้องยึดมั่นในสันติวิธีเท่านั้น เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย หากจำกันได้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีตที่ผ่านมานั้น ทุกคนประกาศตรงกันว่าต้องการให้การสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับสังคมไทย แต่ในที่สุดแล้ว เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าความสูญเสียจากความขัดแย้งนั้นไม่มีคำว่าครั้งสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่าขณะนี้ยังไม่สายเกินไป สำหรับการแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามบานปลาย จนเป็นการจลาจลทั่วประเทศอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง หากทุกฝ่ายยังเดินหน้าพยายามหาข้อยุติร่วมกัน โดยมุ่งมั่นว่าจะใช้สันติวิธี เพราะเราเชื่อว่าทุกฝ่ายคงไม่อยากเห็นสภาพความวุ่นวายเกิดขึ้นในวงกว้างไปกว่านี้ เพราะนั่นจะหมายถึงว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมานาน จะยิ่งขยายวงกว้างและลึกลงไปในจิตใจของประชาชนมากเท่านั้น และจะทำให้ปัญหายิ่งแก้ยากขึ้น

บัดนี้ ทุกฝ่ายต้องตระหนักว่าความขัดแย้งทางการเมืองในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น ได้สร้างบาดแผลให้กับคนในสังคมไทยอย่างมาก จนบัดนี้ฝ่ายผู้สูญเสียยังเห็นว่ายังไม่มีมาตรการลงโทษหรือชดเชยบาดแผลที่เกิดขึ้น จึงทำให้เกิดความไม่พอใจเกิดขึ้นอยู่ไม่สิ้นสุด ซึ่งก็เช่นเดียวกับความขัดแย้งในครั้งนี้ หากเกิดความสูญเสียเหมือนที่เคยเกิดขึ้น เราก็เชื่อว่าบาดแผลก็ยิ่งร้าวลึกลงไปในจิตใจของผู้คน จนในที่สุดแล้ว คนในสังคมจะอยู่กันด้วยความขัดแย้งและกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน

เรายังมองโลกในแง่ดีว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังมีทางออกให้กับทั้งสองฝ่าย เพียงแต่จะพยายามหาทางออกหรือไม่เท่านั้น ซึ่งเราหวังว่าทางออกที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันจะเป็นทางออกแบบสันติวิธี และเราขอประณามความรุนแรงใดๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจากฝ่ายใดก็ตาม เพราะความรุนแรง นอกจากจะทำให้เกิดความสูญเสียแล้ว ยังสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นและนำไปสู่ความรุนแรงที่มากขึ้นในอนาคต เราเห็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการเมืองไม่เคยเป็นวิธีการแก้ปัญหาให้กับสังคมไทยได้เลย