วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฤๅจะปล่อยให้ประเทศ เป็นผู้แพ้อยู่แถวหลัง

พอการชุมนุมบนท้องถนนเริ่มขยายวง เข้ายึดหน่วยงานราชการ ตลอดจนการเดินพามวลชนออกไป "เยี่ยมเยียน" หน่วยราชการต่างๆ

เสียงที่เห็นต่างก็เริ่มเพิ่มขึ้น แต่แน่นอนว่า มวลชนที่เห็นด้วยยังมีจำนวนไม่น้อย หากตราบใดที่การประท้วงยังดำเนินไปอย่างสันติ ปราศจากอาวุธ คนไทยก็ยังพอรับได้ ส่วนกระบวนการที่ว่ากันตามกฎหมายก็คงต้องดำเนินการกันไปตามขั้นตอน กฎระเบียบที่มี และความหวังที่ทั้งในและต่างประเทศตั้งกันไว้ ก็คือ ให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็ว และด้วยการเจรจา คืนความสงบ สันติสู่บ้านเมืองโดยปราศจากการใช้กำลัง อาวุธ และชีวิตผู้คน เพื่อเดินหน้าทางเศรษฐกิจ สร้างประเทศกันต่อไป เพราะในขณะที่โลกเคลื่อนไปข้างหน้า ถ้าไทยหยุดชะงักอยู่ประเทศเดียว ก็คงไม่มีใครรอเรา

ประเทศกำลังพัฒนา หรือประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้งหลาย ต่างมุ่งมั่นจะพัฒนาเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนพลเมืองให้ก้าวไปข้างหน้า อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่ง ประเทศไทย ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันนี้ โดยต่างชาติมองไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพ สามารถเป็นศูนย์กลางทางการค้า การลงทุน การคมนาคมขนส่ง หรือ โลจิสติกส์ แถมยังมีธรรมชาติที่สวยงาม ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร บรรยากาศโดยรวมเอื้อต่อการลงทุน แต่นั่นหมายถึงช่วงเวลาที่ประเทศสงบ การเมืองนิ่ง ไม่ใช่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองเช่นที่เป็นอยู่นี้ ที่แม้แต่นักธุรกิจชาวไทยก็หวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะจบลงอย่างไร และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ก็บอกว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1-2 สัปดาห์ คงส่งผลกระทบต่อการบริโภค การลงทุน การส่งออก ตลอดจนการท่องเที่ยวที่เคยเติบโตดีมาก และเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ภาคการเงินก็หวั่นว่าการเมืองจะฉุดเศรษฐกิจให้เติบโตต่ำ 3%

การที่อยู่ร่วมในสังคมโลก เรามิอาจปฏิเสธความเห็นของต่างชาติได้ ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศ ได้วิเคราะห์แสดงความเห็นต่อประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่สวยงาม มีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ แต่ตราบใดที่ประเทศยังย่ำอยู่กับความขัดแย้งทางการเมือง โลกก็จะไม่รอ เพราะยังมีประเทศอื่นๆ ที่เศรษฐกิจพร้อมจะก้าวข้ามไปข้างหน้าภายในระยะเวลาสั้นๆ 2-3 ปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ หรือ เวียดนาม ก็ตาม การเป็นฮับอาเซียนที่คาดหวังไว้ ก็คงเป็นเพียงความหวังที่ห่างไกลออกไปทุกที แน่นอนว่า ประเทศไทยยังต้องการการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนต่อระบบคมนาคม ขนส่ง ถนนหนทาง ท่าเรือ ระบบการเดินรถไฟ และสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ที่เชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยสามารถเป็นฮับที่สำคัญยิ่งต่อการเชื่อมระหว่าง จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ในหมู่สมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ

แล้วเราจะยอมให้ปัญหาทางการเมืองขยายวงออกไป ยอมสูญเสียโอกาสอันสำคัญที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อที่อนาคตลูกหลานหวนกลับมาศึกษาประวัติศาสตร์ แล้วก็จะพากันถามถึงบรรพบุรุษ ซึ่งก็คือพวกเรายุคปัจจุบันว่า ปล่อยโอกาสดีๆ เช่นนั้นไปให้พวกเขาต้องมาออกแรงเหนื่อยยากกว่าเดิมหลายร้อยหลายพันเท่าทำไม ทั้งๆ ที่เราทำทุกวันนี้ก็มุ่งหวังจะสร้างอนาคตที่ดีไว้ให้ลูกหลานมิใช่หรือ เราขอเรียกร้องให้จบปัญหาการเมืองด้วยการเจรจา แล้วหันหน้ามาร่วมกันพัฒนาประเทศ ให้ทันต่อการเจริญก้าวหน้าของโลก ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นผู้แพ้อยู่แถวหลัง ทั้งๆ ที่โอกาสดีๆ อยู่แค่เอื้อมมือคว้า