วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขอให้ทุกฝ่าย"อดทน"

สถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้ เราเห็นว่าเข้าสู่ภาวะตึงเครียดมากที่สุด มีความอ่อนไหวที่จะขยายบานปลายได้ทุกขณะ

หากแต่ละฝ่ายใช้อารมณ์และมุ่งเอาชนะ โดยไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของประเทศชาติ ดังนั้นในสถานการณ์อ่อนไหวเช่นนี้ ทุกฝ่ายต้องอดทน เคลื่อนไหวอย่างสงบ มีสติขณะที่ภาครัฐ หากเห็นว่ามวลชนที่เคลื่อนไหวนอกกรอบกฎหมาย อดทนต่อการเจรจาแทนที่จะใช้ความเข้มงวดรุนแรงในการแก้ปัญหา เพราะเราเห็นว่าทุกฝ่ายต่างมีความหวังดีต่อประเทศชาติ ซึ่งหากทุกฝ่ายยึดในแนวทางนี้เชื่อว่าทุกอย่างสามารถหาทางออกอย่างสันติได้ ซึ่งนั้นหมายความว่าทุกฝ่ายต้องยึดแนวทางเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจขณะนี้แม้ว่าจะยังไม่เห็นผลมากนัก แต่หากยังยืดเยื้อแน่นอนว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนในระยะยาวได้ง่าย บัณฑิต นิจถาวร ประธานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยและอดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มองว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า เป็นเรื่องที่ตลาดการเงินให้ความสำคัญอยู่แล้ว แต่ที่ยังไม่ชัดเจนคือสถานการณ์จะลากยาวและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้นขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ รวมถึงการเข้ามาของนักท่องเที่ยวที่อาจเกิดขึ้นตามมา ในแง่ความระมัดระวังของนักลงทุนเริ่มมีให้เห็นแล้วจากการประกาศเตือนต่างๆ

ดังนั้นปัจจัยขณะนี้ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะมีต่อเนื่องนานแค่ไหน แต่มีประเด็นที่แตกต่างจากในอดีตคือทั้งนักลงทุนและนักธุรกิจ พยายามคาดเดาผลกระทบต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้อาจมีเตรียมปรับตัวรับสิ่งต่างๆมาก ยอมรับว่าความไม่แน่นอนส่งผลไม่ดีต่อเศรษฐกิจและการทำธุรกิจ ขณะเดียวกันอารมณ์ของนักลงทุนในตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ก็สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน ดัชนีเปิดตลาดปรับลดลง 13 จุด ระหว่างวันปรับลดลงต่ำสุดที่ระดับ 1,345.02 จุด ปรับสูงสุดที่ระดับ 1,359.90 จุด ปิดตลาดที่ระดับ 1,352.86 จุด ลดลง 6.21 จุด หรือ 0.46% มูลค่าซื้อขาย 32,181.18 ล้านบาท

ประเด็นที่ทุกฝ่ายห่วงใยในวันนี้ คือคำถามที่ว่าปัญหาความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากเกิดความรุนแรงขึ้นก็อาจจะกระทบต่อจิตวิทยาในการลงทุน แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง การเติบโตของเศรษฐกิจไทยมาจากการส่งออกเป็นหลัก เพราะหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนต่ำกว่าภูมิภาค หากสถานการณ์ทางการเมืองจบเร็ว เชื่อว่าตลาดหุ้นจะกลับมาฟื้นตัว โดยกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ขณะที่ เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ประเมินว่า จากเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมได้มีการเข้าไปยึดกระทรวงการคลังนั้น มองว่าปัจจุบันยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้ เนื่องจากการเข้ายึดสถานที่ราชการในกระทรวงสำคัญเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงต้องรอประเมินว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการจัดการด้านการเบิกจ่ายงบประมาณมากน้อยเพียงใด

เราเห็นว่าการชุมนุมยิ่งยืดเยื้อยาวนานมากขึ้น การบริหารอารมณ์ของผู้ชุมนุมถือว่าสำคัญยิ่ง แกนนำที่ดูแลมวลชนต้องมีสติและคิดให้รอบคอบ ทุกย่างก้าวต้องระวังเป็นพิเศษ ความอดทน ต่อข้อเรียกร้องเป็นสิ่งสำคัญ และรัฐบาล การอดทนต่อแรงกดดัน ก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่งเช่นเดียวกัน หากทุกฝ่ายดำเนินการได้เช่นนี้ เราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ซึ่งหากเราพ้นวิกฤติในระยะสั้นไปได้ หลังจากนี้ ควรที่จะหันหน้ามาหาทางออกการแก้ปัญหาในระยะยาว รื้อโครงสร้างที่เป็นปัญหาทั้งภาคการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะหากไม่จัดการแก้ที่โครงสร้าง วันหน้าปัญหาวันนี้ก็จะมาเยือนเราอีกครั้ง