จากการสำรวจของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู พบว่า ปีที่ผ่านมา มีประชากรเข้าสู่โลกออนไลน์เพิ่มขึ้น
กว่า 250 ล้านคน และภายในสิ้นปีนี้ 40% ของประชากรโลกจะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ภายในสิ้นปีนี้จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ราว 9 พันล้านเครื่อง และปี 2568 จะเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านเครื่อง ทั้งคาดว่าการใช้งาน 4จี จะเพิ่มขึ้น 10 เท่า ในช่วงปี 2555-2560 ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยี ทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกันได้ระหว่างอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เช่น เครื่องใช้ครัวเรือน และฐานข้อมูลทั่วโลก ไม่ใช่เพียงการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือเท่านั้น ทำให้ผู้คนไม่เพียงทำธุรกิจ แต่ยังเชื่อมต่อกับครอบครัว และคนรู้จักได้ใกล้ชิด การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นสิ่งจำเป็น และต้องให้ประชาชนทุกชาติเข้าถึงได้
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน อยู่ที่ความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศต่างๆ ในความสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งปัจจุบัน 80% ของครัวเรือนในประเทศที่พัฒนาแล้วเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แต่ประเทศกำลังพัฒนามีเพียง 28% เท่านั้น ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องการใช้การเชื่อมโยงด้านไอซีทีผิดวัตถุประสงค์ ทำให้เกิดอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ การก่อการร้ายในโลกไซเบอร์ และการละเมิดความเป็นส่วนตัว ต่างล้วนเป็นปัญหาที่ควรได้รับการจัดการแก้ไข หากชุมชนทั่วโลกจะเชื่อมต่ออย่างแท้จริง นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์จากการเติบโตร่วมกันทั่วหน้า ตามเป้าหมายการลดช่องว่าง และพัฒนาชุมชนโลกเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างชาญฉลาดและเท่าเทียม
ขณะที่ ประเทศไทยก็มีแผนยกระดับการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (อีกอฟเวิร์นเมนต์) ที่ปัจจุบันอยู่อันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับ 9 เอเชียแปซิฟิก และอันดับที่ 20 ทั่วโลก ไต่สู่ระดับ 1 ใน 10 ของโลกอีก 6 ปีข้างหน้า เราเห็นด้วยกับการไต่อันดับขึ้นผู้นำของโลกดังกล่าว หากนำไปสู่การพัฒนาบริการของรัฐให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ไม่ใช่เพียงการทุ่มงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือบรอดแบนด์ไปมากมายโดยเปล่าประโยชน์ เพื่อหวังใช้งบประมาณจำนวนมากเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ต้องถูกประณาม เพราะนั่นหมายถึงความสูญเปล่าของงบประมาณที่เป็นเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งแผ่นดิน
การจะไต่อันดับโลก ต้องสร้างความร่วมมือกันทั่วโลก ล่าสุด ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ จัดงานประชุมและงานแสดงนิทรรศการ “ไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2013” ระหว่างวันที่ 19-22 พ.ย. 2556 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้ประกอบการไอซีที จาก 33 ประเทศ ร่วมแสดงนิทรรศการ จำนวน 48 บูธ รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณจัดงานราว 230 ล้านบาท คาดว่าจะมีตัวแทนจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ประมาณ 20,000 คน เข้าร่วมงาน และคนไทยอีกราว 10,000 คน งานนี้ประเมินว่าจะมีเงินสะพัดประมาณ 3,000 ล้านบาท อีกทั้งไทยยังเล็งเห็นว่าการจัดงานใหญ่ระดับนานาชาติเช่นนี้ จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจไมซ์ หรือ การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งมูลค่า และจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ซึ่งปี 2557 ธุรกิจไมซ์จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 96,000 ล้านบาท และมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์เข้ามาประมาณ 987,000 คน









