วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนโดนฤทธิ์หางไต้ฝุ่น การทูตเข้าอย่างจัง

เมื่อเป็นใหญ่แล้ว ใครๆ ก็จับตาดูและจับผิดในทุกความเคลื่อนไหว

จีน เจอประเด็นนี้อย่างจัง เมื่อประกาศครั้งแรกว่าจะให้เงิน 100,000 ดอลลาร์ (3 ล้านบาท) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวฟิลิปปินส์จากไต้ฝุ่นยักษ์ “ไห่เยี่ยน” เพราะเกิดการเปรียบเทียบกันทันที

สหรัฐ ประกาศฉับพลันว่าจะบริจาค 20 ล้านดอลลาร์ (600 ล้านบาท) พร้อมกับส่งเรือรบและนาวิกโยธินไปช่วยผู้โชคร้าย ที่ทั้งหิวโหย เศร้าสลด แตกตื่น

ญี่ปุ่น (คู่กรณีกับจีน) เสนอ 10 ล้านดอลลาร์ (300 ล้านบาท) เสริมด้วยทหาร เรือ และ เครื่องบิน

อังกฤษ ส่งเรือรบไปช่วย พร้อมเงินบริจาค 16 ล้านดอลลาร์ (480 ล้านบาท)

บริษัทขายเฟอร์นิเจอร์สวีเดน Ikea ให้ 2.7 ล้านดอลลาร์ (80 ล้านบาท)

ต่อมาอีกไม่กี่วัน จีนก็ประกาศเพิ่มเงินช่วยเหลืออีก 1.64 ล้านดอลลาร์ (50 ล้านบาท) ในรูปของอาหารและข้าวของสำหรับเหยื่อของภัยธรรมชาติที่ฟิลิปปินส์

แต่ก็ดูเหมือนว่าจะช้าไปเสียแล้ว เพราะสื่อตะวันตกออกมาวิพากษ์วิจารณ์จีน ว่า “ขี้ตืด” และเอาการเมืองมาพัวพันกับบทบาทด้านมนุษยธรรมของตน

เรียกว่า ประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก และมีลีลาท่าทีเป็น “มหาอำนาจ” ของศตวรรษที่ 21 พลาดโอกาสที่จะแสดงความเป็น “พี่ใหญ่ผู้โอบอ้อมอารี” อย่างน่าเสียดายยิ่ง

นักวิเคราะห์จึงวิเคราะห์ทันทีว่า ที่ปักกิ่งมีอาการ “ขี้เหนียว” อย่างนี้ เพราะว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะราบรื่นกับฟิลิปปินส์ ว่าด้วยกรณีพิพาทเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้

จีนกับฟิลิปปินส์ฟาดฟันกันเรื่องนี้มาหลายปี ต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนที่ไม่ยอมกันและกัน และดูเหมือนว่าในระยะหลังนี้ประธานาธิบดีเบนิกโน อะคิโน จะหันไปหาสหรัฐและญี่ปุ่น เพื่อสร้างแนวร่วมสู้กับปักกิ่งอย่างออกนอกหน้า

วัดจากข้อความใน social media ของจีนแล้ว คนจีนทั่วไปก็ดูเหมือนว่าจะมีอารมณ์ชาตินิยมในประเด็นนี้ไม่น้อย

ผมอ่านเจอข้อความของคนจีนใน “เวยโป๋” (ทวิตเตอร์ของจีน) ที่สะท้อนความรังเกียจฟิลิปปินส์ เช่น

“จีนก็โดนไต้ฝุ่นลูกเดียวกันนี้ แต่เราก็ยังช่วยเหลือฟิลิปปินส์ จะเรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้อีกล่ะ?”

อีกข้อความหนึ่งที่ดุดันกว่า บอกว่า

“ถ้าคุณไม่เห็นความสำคัญของเงินช่วยเหลือเรา ก็ส่งคืนมาซิ!”

กับอีกประโยคหนึ่งที่สะท้อนถึงความรู้สึกทางลบไม่น้อย

“ในเมื่อรัฐบาลฟิลิปปินส์มีงบประมาณซื้ออาวุธจากอเมริกา ก็คงไม่ต้องการเงินช่วยเหลือของเราเท่าไรหรอก”

สื่อจีนออกมาโต้ตอบอย่างดุเดือดเช่นกัน บอกว่า แม้ว่ายอดเงินที่จีนเสนอช่วยเหลือจะน้อยกว่าบางประเทศ “แต่ก็ต้องไม่ประเมินค่าของมือที่ยื่นไปช่วยเหลือน้อยเกินไป”

บทนำของหนังสือพิมพ์ China Daily โยนบาปไปให้กับ “ผู้ต่อต้านจีน” เหล่านี้ ว่า มีเจตนาที่จะทำลายภาพลักษณ์ของจีนในเวทีโลก และจงใจที่จะสร้างความร้าวฉานเพิ่มเติมระหว่างสองประเทศ

บทความเตือนว่าจีนเองก็โดนไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” ถล่มเหมือนกัน และประชาชนคนจีนกว่า 3 ล้านคนในจังหวัดทางใต้ ก็ได้รับผลกระทบด้วย

กระบอกเสียงทางการจีน พยายามจะอธิบายว่า จีนมีความรับผิดชอบในเรื่องการให้ความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรมต่อประเทศอื่นอย่างเต็มที่

“แต่ต้องไม่ลืมว่าจีนยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา และสามารถให้ตามความสามารถของเรา อีกทั้งยังเลือกวิธีการช่วยเหลือต่างประเทศที่แตกต่างไปจากของประเทศที่พัฒนาแล้ว...แม้เงินสดที่เสนอช่วยเหลือจะน้อยกว่าประเทศอื่น แต่ความช่วยเหลือด้านวัสดุและโครงการพัฒนานั้น สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับ และช่วยสร้างความสามารถในการตั้งรับภัยพิบัติได้พร้อมกันไป...”

ในแง่การเมือง ผู้นำจีน อาจจะไม่ต้องการสวนทางกับกระแสชาตินิยมภายในประเทศ ที่ต่อต้านฟิลิปปินส์ อย่างน้อยก็ในช่วงแรก แต่เมื่อมีเสียงทักท้วงจากประชาคมโลกอย่างนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนก้าวพลาดไปแล้ว

ที่เรียกว่า “soft power” หรือ “พลังนุ่มนวล” ที่มีผลไม่น้อยไปกว่า “hard power” ในวิเทโศบายระหว่างประเทศนั้น เป็นประเด็นที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งมีความสำคัญต่อจีน

มาถึงวันนี้...ผู้นำจีน คงจะต้องทบทวนวิธีคิดและวิถีปฏิบัติต่อประเทศอื่น ที่ตั้งความคาดหวังต่อปักกิ่งสูงมากขึ้น...ทุกที