การทำธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องมองหาอยู่เสมอคือ โอกาสทางธุรกิจช่องทางใหม่ๆ
ที่จะทำให้ธุรกิจของท่านมีโอกาสเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น ถ้าจะถามว่าแล้วโอกาสทางธุรกิจอยู่ที่ไหนล่ะ มันอยู่ทุกที่นั่นแหละครับ อาจจะเกิดจากการพูดคุยกับเพื่อน พบปะผู้คน อ่านหนังสือ บางครั้งแค่ดูทีวีก็อาจคลิกไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมา อาจถึงขั้นสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาได้ หรือการไปอบรมสัมมนาแล้วได้เห็นมุมมองใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นไปได้ทั้งหมด
ผมได้มีโอกาสทำงานกับคนที่เป็นมืออาชีพ กับทั้งที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร และพนักงานทั่วไป สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ คนที่เป็นเจ้าของกิจการส่วนใหญ่จะเปิดรับโอกาสที่จะพบผู้คน หาคนร่วมงานใหม่มากกว่าพวกมืออาชีพที่ส่วนใหญ่มักมุ่งไปที่งานในหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น ไม่ค่อยเปิดโอกาสจะหาอะไรใหม่ๆ สักเท่าไหร่ ยิ่งตำแหน่งใหญ่ หรือบางก็ไม่ใหญ่มากแต่อยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ก็ทำตัวให้ยุ่งยากเข้าพบยาก ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดโอกาสของคุณเอง
ผมขอยกตัวอย่างผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง คือ คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เจ้าของ GMM Grammy บริษัทยอดขายเป็นหมื่นล้าน เป็นคนหนึ่งที่เปิดรับโอกาสใหม่ๆ ตลอดเวลา รับไอเดียใหม่ เรื่องใหม่อยู่เสมอ เรียกได้ว่าออกจาก comfort zone เพื่อไปทำสิ่งที่ยากกว่าท้าทายกว่าเสมอ ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็ก หรือ รุ่นไหน คุณไพบูลย์ยอมรับฟังเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คุณไพบูลย์เป็นคนที่ไม่เคยตกเทรนด์ ใครมีไอเดียมานำเสนอไม่เคยปฏิเสธที่จะฟังหรือรับรู้ นี่แหละเคล็ดลับที่ทำให้คุณไพบูลย์ประสบความสำเร็จ แม้กระทั่งเด็กนักศึกษาเปิดโอกาสได้พูดคุย เพราะหนึ่งในหน้าที่ของผู้บริหารที่ดีก็ต้องมองหาคนใหม่หรือว่าที่เพชรที่จะเข้ามาสู่องค์กรของตนเสมอ
น่าเสียดาย บางครั้งโอกาสทางธุรกิจ ดีๆ ก็หลุดลอยไป เพราะอาจโดนบรรดาเลขาคอยสกัดดาวรุ่ง โดยไม่ตั้งใจเพราะคิดว่าเจ้านายยุ่ง ตัดสิ่งที่คิดว่าสำคัญน้อยกว่าออกไป ทั้งที่บางครั้งเรื่องที่คิดว่าไร้สาระ กลับกลายเป็นไอเดียสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือ คนที่เป็นเจ้านายเองก็มีหน้าที่ต้องสื่อสารและทำความเข้าใจร่วมกันกับเลขาของคุณถึงทิศทางธุรกิจ รวมถึงแนวทางการทำงาน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะทิ้งเงินเป็นร้อยร้อยล้านโดยไม่รู้ตัวก็เป็นไปได้ เสียเวลาแค่ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง
นอกจากนั้น ลองฟังอะไรใหม่คุณอาจจะได้พบไอเดียใหม่ๆ เป็นเรื่องที่คุณอาจจะไม่เคยรู้ อย่างน้อยที่สุดคุณก็ได้รู้จักคนเพิ่มอีกคนสองคน ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองแล้ว
บางครั้งการมองหาโอกาสก็เป็นเรื่องของมุมมอง เวลาผมได้ดูสารคดีจากต่างประเทศ ผมเห็นว่าบางประเทศมีมุมมองเรื่องนี้แบบน่าทึ่ง ออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่มองหาโอกาสดีๆ สร้างโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น อย่างเช่น เขาเอาวัวเนื้อวากิว จากญี่ปุ่นไปเลี้ยง ขยับขยายจนกลายเป็นผู้นำในการส่งออกเนื้อวากิวนำหน้าญี่ปุ่น มีขายแม้กระทั่งในญี่ปุ่นเอง ออสเตรเลียมีพื้นที่ที่มากมาย เขาเลือกที่จะขายเนื้อราคาแพงดีกว่าเลี้ยววัวแต่ขายได้ราคาต่ำ
ล่าสุดได้เห็นความสำเร็จในการเลี้ยงปลาทูน่าบลูฟิน ซึ่งปกติเป็นปลาที่หายาก และขายได้ราคาแพงเป็นที่ต้องการทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก เขาไปสร้างโป๊ะขนาดใหญ่กลางทะเลลึก เพื่อที่เลี้ยงปลาทูน่าบลูฟินโดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ของเขาก็สร้างสถาบันวิจัยศึกษาการเพาะพันธุ์ทูน่าบลูฟินขึ้นมาโดยเฉพาะ
ออสเตรเลียเลือกโอกาสที่จะสร้างรายได้จากสินค้าที่มีโอกาสสร้างความสำเร็จ และสร้างรายได้มาก ทั้งเนื้อวากิว หรือ ปลาทูน่าบลูฟิน เพราะความต้องการสิ่งเหล่านี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะแค่เลือกเลี้ยงวัวถูกๆ เลี้ยงปลาถูกๆ เสียเวลา เสียเงินไม่แตกต่าง แต่โอกาสจะสร้างรายได้ผิดกันอย่างมหาศาล
สำหรับผม โอกาสไม่ได้มีวิ่งเข้ามาเรา แต่เราต้องวิ่งไปหามัน ที่สำคัญกว่านั้นคือ คุณคว้ามัน และทำให้เกิดประโยชน์กับคุณเองหรือไม่เท่านั้นเอง









