วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พระวิหารพิพาท - หัวหรือก้อย

วันนี้แล้วที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกจะอ่านคำพิพากษาตัดสินกรณีพิพาทพระวิหาร อาจต้องเรียกว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ที่สำคัญวันหนึ่ง

ของคนไทยยุคปัจจุบันก็ว่าได้

หลายๆ คนหลายๆ ฝ่ายต่างก็พยายามวิเคราะห์ถึงแนวทางหรือโอกาสความเป็นไปได้ที่ศาลโลกจะตัดสินออกมา ทั้งนี้ มีเหตุมีราวบางประการที่ทำให้คาดการณ์ (และภาวนา) ว่า คำตัดสินน่าจะออกมาในรูป "หยวน-หยวน"

แรกสุดก็คือการพิจารณาเหตุการณ์วันสำคัญของกัมพูชาเมื่อเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพราะวันนี้ถือเป็นวันที่สำคัญที่สุดของเพื่อนบ้านเราทางตะวันออก นั่นคือ เป็นวันชาติหรือเป็นวันแห่งอิสรภาพวันที่ได้ประกาศความเป็นอิสระจากฝรั่งเศส ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ปีนี้เป็นวันครบ 60 ปีพอดิบพอดี จึงยิ่งความสำคัญมากขึ้น

ในการคิดคำนวณของผู้นำกัมพูชา คงจะไม่มีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่าการเฉลิมฉลองวันสำคัญที่สุดเยี่ยงนี้ด้วยความรู้สึกภูมิใจและชัยชนะ

หากรัฐบาลกัมพูชาทราบผลระแคะระคายล่วงหน้าว่า ศาลโลกจะตัดสินในแนวทางที่จะเป็นคุณเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชามากที่สุดแล้ว กัมพูชา (โดยความช่วยเหลือของกลุ่มประเทศFrancophonie ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลัก?) คงหาทางผลักดันในศาลโลกอ่านคำพิพากษาวันใดวันหนึ่งก่อนจะถึงวันที่ 9 พฤศจิกายนเป็นแน่

หรือเป็นเพราะว่า ผลคำตัดสินไม่ได้เป็นไปในแนวทางตามที่ฮุนเซน วาดหวังต้องการทั้งหมด จึงต้องการหรือร้องขอ (ผ่านทางฝรั่งเศส) ให้ศาลโลกนัดอ่านคำตัดสินหลังพ้นวันชาติไปแล้ว

นอกจากนี้ ในวันเฉลิมฉลองวันชาติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ ดูเหมือนว่า body language ของฮุนเซน ไม่ได้สะท้อนให้เห็นว่าชนะแน่นอนจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่

สอง ดูเหมือนว่า The chemistry of power ของ "ทักษิณ-ฮุนเซน" ที่แนบแน่นและเกื้อกูลซึ่งกันและกันมาโดยตลอดนั้น เริ่มฉายแววของปัญหา เป็นปัญหาที่น่ากังวลวิตกเป็นที่สุดในชีวิตการเมืองของผู้นำทั้งสองคนก็ว่าได้ เรียกว่า ทั้งสองกำลังประสบกับแรงกดดันแรงต่อต้านทางการเมืองในบ้านที่หนักหนาที่สุดจนอาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยน หรือกระทั่งเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบตามที่สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ก็เป็นได้

ในช่วงปีพ.ศ. 2505 เราเชื่อว่า การที่ผู้พิพากษาอาร์เจนติน่าโหวตให้แก่ฝ่ายไทยนั้นส่วนสำคัญหนึ่งก็เป็นผลเนื่องมาจากการล็อบบี้ของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณที่มีตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตประจำบัวโนสไอเรส ณ เวลานั้น

เพราะคำตัดสินในกรณีพระวิหารที่ออกมา "หยวน-หยวน" นั่นคือฝ่ายกัมพูชาได้เพียง 0.7 ตารางกิโลเมตร (หรือใกล้เคียง) ตามแผนที่ของฝ่ายตน และฝ่ายไทยไม่ต้องสูญเสียพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร จะเป็นเหมือน "ออกซิเจน" ช่วยชีวิตทางการเมืองของคุณทักษิณและฮุนเซนที่กำลังโคม่าอยู่ ณ เวลานี้

หากผลคำตัดสินออกมาเป็นลบต่อประเทศไทย ก็เหมือนกับการโยนระเบิดปรมาณูใส่คุณทักษิณและพรรคเพื่อไทยแบบเต็มๆ

หากผลคำตัดสินเป็นบวกเต็มๆ สำหรับกัมพูชา ก็อาจจะทำให้ฮุนเซนเจอแรงกดดันจากสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านที่กำลังทรงพลังในกัมพูชา ณ เวลานี้ เป็นแรงกดดันที่อาจเรียกร้องให้ฮุนเซนหันมาจัดการกับปัญหาการลุกล้ำดินแดนกัมพูชาทางฝั่งตะวันตกโดยฝีมือของเวียดนามต่อ

จึงอาจจะเป็นเหตุให้เชื่อว่า ผู้นำทั้งสองคงต้องพยายามในทุกวิถีทางเพื่อให้คำตัดสินออกมา "หยวน-หยวน" ที่พอยอมรับกันได้ (หรือจำใจต้องยอมรับ)

สาม หากพิจารณาอ่านคำสัมภาษณ์คำแถลงล่าสุดของผู้นำทั้งสองประเทศแล้วทำให้คาดการณ์ได้มากขึ้นว่า จะออกมาแบบ “หยวน-หยวน”

พล.อ.เตีย บัน รัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชาสัมภาษณ์อ้างอิงฮุนเซนที่มีคำสั่งถึงหน่วยงานต่างๆ ให้ทำความเข้าใจกับคนกัมพูชาว่า "ไม่ว่าคำสั่งของศาลโลกจะตัดสินออกมาอย่างไรคนกัมพูชาก็จะต้องยอมรับด้วยเช่นกัน" ซึ่งอาจจะตีความได้ว่าคนกัมพูชาต้อง (ทำใจ) ยอมรับผลคำตัดสินที่อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการทั้งหมด?

ในขณะที่คำแถลงล่าสุดส่วนหนึ่งของนายกฯยิ่งลักษณ์ ความว่า "ไม่ว่าผลของคำตัดสินของศาลโลกจะออกมาเป็นเช่นไร ไทยและกัมพูชาจะต้องเจรจาหารือกันเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับได้ของทั้งสองฝ่าย"

หากถอดความระหว่างบรรทัด หมายความว่า ศาลอาจจะตัดสินให้ทั้งสองประเทศไปดำเนินการเจรจาภายใต้กรอบทวิภาคีกันเอง

เว้นเสียแต่ว่า Francophonie (ภายใต้แรงสนับสนุนของปารีส?) จะกลายเป็นปัจจัยที่ทรงพลังและช่วยกันผลักดันทำให้ผลคำตัดสินออกมาเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชามากที่สุด