วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ยิ่งลักษณ์"โปรดทราบ... ส.ว.กำลังหาทางลงให้แล้ว!

"จากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาร่วม 10 ปี ได้สร้างความบอบช้ำให้กับประเทศอย่างมาก

และเมื่อดิฉันได้รับเลือกตั้งเข้ามา ดิฉันเชื่อว่าคนไทยทุกคนเห็นตรงกันว่า หากความขัดแย้งดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป จะเป็นการบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้"

จากคำแถลงของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดูเหมือนจะเข้าใจปัญหาของประเทศชาติที่สะสมมานาน แต่อาจจะไม่เข้าใจว่า"ใคร"มีส่วนทำให้ปัญหาบานปลายถึงวันนี้

มักเจอคำถามตลอดว่า รัฐบาลและโดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเมินมวลชน"ต่ำไป" หรือ ทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าหากโยนของร้อนนิรโทษกรรมเหมาเข่งออกมา ก็ต้องเจอแบบนี้ แต่อย่างน้อยก็ได้เช็คพลังของกลุ่มต่อต้าน (นิรโทษกรรมเหมาเข่ง...เกมตรวจแถวฝ่ายต้านรัฐบาล! http://bit.ly/1de2Bic )

หากไม่ไหวเจอแรงต้านมากๆ ก็หาทางลง...หากกลุ่มต้านไม่มาก ก็จะผ่านฉลุย

หาก!ส.ว.คว่ำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นความพ่ายแพ้ของรัฐบาล หรือ"ทางลง"

ถึงตอนนี้ชัดเจนว่าส.ว.ที่มาจากสรรหา อย่างน้อย 60 เสียง"โหวตคว่ำแน่นอน"....ของเพียงเสียงจากส.ว.เลือกตั้งอีก 10 เสียงก็สามารถ"ล้ม"กฎหมายได้แล้วในกรณีที่มาลงชื่อประชุมครบทุกคน 149 ท่าน แต่เอาเข้าจริงน่าจะมี คนป่วย คนลา ดังนั้นขอแค่"ครึ่งหนึ่ง"ของส.ว.ที่เข้าประชุมก็สามารถคว่ำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้แล้ว

ดูจากบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ย.2556 ดัชนีเปิดตลาดปรับขึ้นแรง ปิดตลาดที่ระดับ 1,415.44 จุด ปรับขึ้น 27.04 จุด หรือ 1.95% มูลค่าการซื้อขาย 34,968.98 ล้านบาท

เหตุผลเพราะนักลงทุนเก็งไว้ล่วงหน้าว่าการประชุม 11 พ.ย.นี้เชื่อว่า..ส.ว.คว่ำแน่ๆ

และจากคำแถลงของนิคม ไวยรัชพานิชประธานวุฒิสภา และ ส.ว.เลือกตั้งอีก 10 คน ชัดเจน ว่า จะมีการยับยั้ง ไม่รับร่างหลังจากนั้นจะต้องส่งคืนกลับให้สภาผู้แทนราษฎร โดยจะต้องทิ้งไว้ 180 วันถึงจะพิจารณาใหม่ได้

นายกรัฐมนตรี ก็ทราบอารมณ์ของ ส.ว.วันนี้ดีว่าเช็คเสียงแล้ว"ผ่านยาก"ไม่แปลกที่ออกมาแถลงระบุว่า .."ดิฉันจึงใคร่ขอเสนอให้วุฒิสภาโดยวุฒิสมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนจากการแต่งตั้งและการเลือกตั้ง ทั้งจากกลุ่มเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลได้กรุณาใช้ดุลยพินิจอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าวุฒิสภานั้นไม่มีใครก้าวก่ายได้ ได้โปรดใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา โดยอาศัยพื้นฐานความปรองดอง ความเมตตาธรรมกับผู้ที่เดือดร้อนและผู้ที่เจ็บปวดมาเป็นเวลานานให้ได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค"

ถึงตอนนี้..ส.ว.เขากำลังหาทางลงให้แล้ว...อย่าไปฝืนเขาเลยปล่อยให้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถูกยับยั้งในชั้นวุฒิสภา และรัฐบาลและส.ส.ควรหันมาทบทวน"ถอน"กฎหมายออกไป

หากทำได้เช่นนี้ เท่ากับว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีกล่าว"ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาร่วม 10 ปีได้สร้างความบอบช้ำให้กับประเทศอย่างมาก".... นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำ ได้ร่วมแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วย

หากยังดันทุรัง ผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม...เท่ากับว่า"รู้ปัญหาของชาติแต่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่!!!