ช่วงนี้ผมเดินทางค่อนข้างบ่อยครับ ส่วนใหญ่เป็น Business Trip สั้นๆ ล่าสุด ผมไป Paris มา 2 คืน
กลับมาไม่นานก็ต่อด้วยเวียดนาม 2 เมือง 3 คืน จึงมีโอกาสได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในแต่ละเมืองมากน้อยต่างกัน แน่นอนครับ ในแต่ละเมืองต่างก็มีสีสัน มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวเมืองของตนเอง
Paris เป็นเมืองที่ผมไปอย่างสม่ำเสมอมาก ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ผมไปมาถึง 4 ครั้ง แต่ก็ยังเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย ถ้าถามผมส่วนตัวว่าเมืองไหนสวยที่สุด จากที่เคยเดินทางมาเกือบ 40 ประเทศ และมากกว่า 100 เมืองทั่วโลก ผมยกให้ 2 เมืองหลวงที่สวยที่สุด คือ Paris ประเทศฝรั่งเศส กับ Brussels ประเทศ Belgium สวยจริงๆ
ก่อนหน้านี้ที่ไป Paris ก็ยังไม่รู้สึกว่าสวยมากนัก เพราะมัวแต่ลงรถไฟใต้ดินตลอด เลยไม่ค่อยได้เห็นอะไร พอไปครั้งที่ 3 จึงได้สัมผัสความสวยงามเพราะมีโอกาสขึ้น City Tour แบบ Hop on - Hop off ได้ชมทัศนียภาพสวยๆ ของ Paris จริงๆ ทั้งยังได้เห็นวิวที่สวยสุดของ Paris หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมไปเมืองไหนต้องขอใช้บริการ City tour ในวันแรกที่เดินทาง เพื่อจะได้เห็นเมืองให้เยอะที่สุด เพราะโดยส่วนใหญ่ City tour จะเลือกสถานที่ที่เป็นสถานที่หรือแลนด์มาร์คสำคัญๆ ของเมืองนั้นเสมอ ทำให้เราเห็นเมืองนั้นทั้งเมืองจริงๆ ตามเมืองใหญ่ๆ ก็จะมีบริการ City tour แบบนี้บริการอยู่เสมอ ได้แก่ London Barcelona Madrid Amsterdam Brussels Paris Munich เป็นต้น
อะไรคือ เสน่ห์ที่สามารถดึงดูดคนให้ไปเที่ยวแล้วยังอยากกลับไปอีก ซึ่งเมืองก็เหมือนกับ Product หนึ่ง ที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบมากมาย ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ผมเองหลังจากมีโอกาสไปท่องเที่ยวมามากมาย พบว่ามีหลายแห่งที่รู้สึกว่าขอไปที่นี่แค่ครั้งเดียว และไม่อยากกลับไปอีก ผมจะลองวิเคราะห์ ในมุมมองแบบนักท่องเที่ยวดู นะครับ
1) ความสวยงามของบ้านเมือง อันนี้มีส่วนให้คนอยากไปมากนะครับ ทำไมเราเลือกไปเชียงใหม่ เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่ยังคงความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้สามารถสะท้อนวัฒนธรรมที่มีมาเก่าก่อนได้ หรืออย่างเกาะ Hawaii มีข้อห้ามติดตั้ง Billboard cut out หรือ ป้ายไฟบนตึก ทำให้สามารถคุมโทนสีของเมืองได้ เมืองก็มีความเป็นระเบียบมาก (ในย่านท่องเที่ยว) บาหลี ก็มีศิลปวัฒนธรรมที่มีความเป็น Unique สูงมาก ไปแล้วชอบมากครับ บ้านเรือนของชาวบ้านแทนที่จะสร้างแบบตะวันตก กลับกลายเป็นว่ายังคงความจะเป็นแบบของดั้งเดิมได้ ดูมีเสน่ห์เหมือนเข้าไปใน Theme Park หรือในหลายๆเมืองจะควบคุมเรื่องการออกแบบ ให้สถาปัตยกรรมของเมืองไปในแนวทางเดียวกันหมด
2) ความบันเทิงที่มีความหลากหลาย สำหรับเรื่องนี้คงต้องยกให้กรุงเทพมหานครจริงๆ ครับ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมประเทศไทยถึงได้ชนะเลิศเรื่องนี้ คนจึงอยากมาเที่ยวกรุงเทพฯ มาแล้วอยากมาอีก เรามีความสนุกสนานที่เลือกได้แบบไม่รู้จบครับ แบบศิลปวัฒนธรรม ของเราก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่ท่านสร้างไว้อย่างสวยงาม วัดพระแก้วมรกต พระบรมมหาราชวัง สวยงามไม่แพ้ใครในโลกจริงๆ ครับ หรือ คุณจะชอบ ชอปปิงก็สนุกกันตั้งแต่ 10 โมงเช้ายัน 4-5 ทุ่ม ไม่มีวันหยุด ถ้าเป็นทางโซนยุโรป วันอาทิตย์ ร้านค้าหยุดหมด วันธรรมดา 18.00-19.00 น. ก็ปิดห้างร้านกันหมดแล้ว ตกเย็นไม่รู้จะทำอะไร มีแค่ใน London เท่านั้นที่ห้างเปิดทุกวันให้ชอปปิง หรือจะเที่ยวกลางคืน ก็มีหลากหลายสไตล์ให้เลือกตามรสนิยม
3) ค่าเงิน บ้านเราถ้าเปรียบเทียบถึงความคุ้มค่าของการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวแล้ว ในประเทศไทยเราถือว่าเกินคุ้มจริงๆ ครับ ค่าโรงแรมเราก็ไม่แพง อาหารการกินถูกกว่าท่องเที่ยวในละแวกประเทศเพื่อนบ้านเราเสียอีก
แต่สิ่งหนึ่งผมเริ่มเป็นห่วงบ้านเราคือ การจัดระเบียบและความสวยงามของบ้านเมือง ที่อยากให้คงความสมบูรณ์ของศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเอาไว้ แต่ยังสามารถเอานวัตกรรมใหม่หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อช่วยในการจัดระบบ ระเบียบของเมืองให้ดีขึ้นได้ เช่น ระบบสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ เป็นต้น และระบบความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เพราะผมยังคงมีความมั่นใจว่า ประเทศไทยยังคงเป็นเป้าหมายในใจสำหรับนักท่องเที่ยวอีกหลายคนทั่วโลกที่จะต้องมาเที่ยวสักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเราสามารถสร้างความประทับใจให้กับพวกเขาในครั้งแรก แถมทำให้รู้สึกว่ามาแล้ว แต่อยากมาอีก
นี่แหละคือแต้มต่อของประเทศไทยที่ผมและทุกคนคงอยากเห็นครับ








