วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มประชากร 'Digital Native'พลังขับเคลื่อนใหม่ยุคโซเชียล เน็ตเวิร์ค 2.0

เรื่องเกี่ยวกับประชากรและพลเมืองโซเชียล เน็ตเวิร์ค

สำหรับเมืองไทยนั้น ผมเขียนไปค่อนข้างมากครับ อย่างฉบับก่อนๆ ผมเขียนว่าประชากรเฟซบุ๊คเริ่มมีอายุเฉลี่ยมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากประชากรผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุในบ้านเรา ผู้ที่เกษียณแล้ว หรือคุณอาคุณลุง ก็หันมาให้ความสนใจกับโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์ค และ หันมาใช้เครื่องไม้เครื่องมือการสื่อสารยุคใหม่มากขึ้นนั่นเองครับ

วันนี้ผมขอพูดถึงอีกกลุ่มหนึ่งครับ ในทางการตลาดเราจะเรียกกลุ่มพวกนี้ว่า "Digital Native" ถ้านับอายุผม ปีนี้ผมอายุุ 38 ก็ต้องเรียกรุ่นนี้ว่า รุ่นหลานละครับ คนกลุ่มนี้ยังเด็กอยู่เยอะเลยครับ เรียกว่าประชากรที่เรียนอยู่ต่ำกว่าชั้นประถมปีที่ 6 ลงไปเรื่อยจนถึงอนุบาลนั่นละครับคุณผู้อ่าน

กลุ่มนี้เรียกว่าเป็นคนที่ไวต่อเทคโนโลยีมากๆ เพราะเกิดมาก็รายล้อมไปด้วย คอมพิวเตอร์ แทบเล็ต สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ไอทีที่เป็นดิจิทัล มีเดีย อีกสารพัดอย่างเลย ดังนั้นคนกลุ่มนี้ก็จะเติบโตและ "ใช้เทคโนโลยีเป็นแต่เกิด"

ถึงแม้ว่า จะไม่ได้เกิดมาจากท้องแม่แล้วจิ้มคีย์บอร์ดเป็นเลยนะครับ แต่เรียกว่าอัตราเฉลี่ยการเข้าถึงอุปกรณ์ไอทีที่เป็นสะพานเชื่อมโลกโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กยุค Digital Native นี้ เขาเป็นโดยที่ไม่ต้องสอนกันแล้วครับคุณผู้อ่าน

ผมเดาเอาว่าคุณผู้อ่านคอลัมน์ผมยังคงจำยุคที่เราต้องมานั่งเรียนการใช้คอมพิวเตอร์กันได้อยู่นะครับ เราหัดใช้เมาส์ หัดเปิด - ปิดโปรแกรม มันช่างยากเย็นเสียกระไรนี่ แต่ทว่าเด็กๆ รุ่น Digital Native เขาใช้เป็นจากชีวิตประจำวัน จากสภาพแวดล้อมไอทีในยุคนี้เลยครับ ผนวกกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สมัยนี้ ก็ไม่ได้แพงและทุกๆ อย่างก็เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าไปสู่โลกโซเชียลเน็ตเวิร์คได้โดยสะดวกแล้วนั่นเอง

ทีนี้กลุ่มนักการตลาดยุคดิจิทัล ก็ต้องตามให้ทันด้วยละครับ เด็กๆ รุ่น Digital Native นี้ จะมีนิสัยการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คต่างจากยุคเราครับ

พวกเราๆ ท่านๆ แฟนคอลัมน์ผมก็อาจจะเป็น "นักส่อง" มากกว่า "นักแสดง" ใช่ไหมครับ พูดง่ายๆ คือ ถ้าเปิดเฟซบุ๊คมาก็คิดว่านั่งอ่านไปเพลินๆ ดีกว่า ไม่อยากจะเขียนอะไรมาก หรือถ้ามีแคมเปญให้ทำนั่นโน่นนี่ก็อาจจะยากเกินไป ทำไม่เป็นว่าอย่างนั้น ซึ่งตรงนี้ก็ต่างกันมากๆ กับคนรุ่น Digital Native

รูปแบบดังกล่าว ก็จะส่งผลกับการทำ Campaign Design ครับ ก็ต้องออกแบบเคมเปญให้เข้าถึงคนกลุ่ม Digital Native ได้ง่ายๆ

ผมขอยืมหลักการของ "สตีฟ จ็อบส์" ที่ใช้ออกแบบไอพอด อุปกรณ์เปลี่ยนโลกที่เป็นต้นตระกูลไอโฟนที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้มานิยามการทำ Campaign Design ว่า

"ท่านจะออกแบบกิจกรรมทางการตลาดบนโซเชียลเน็ตเวิร์คยังไงก็ได้ แต่กฎคือ 4 คลิกต้องจบ”

ใช่แล้วครับ 4 คลิกเท่านั้น มากกว่านั้น คนรุ่นนี้ไม่เอา ไม่เล่น ไม่พยายามแล้วครับ ไปทำอย่างอื่นดีกว่า และยิ่งประเภทที่ต้องให้กรอกแบบฟอร์มสารพัดอย่างนี่ไม่ต้องทำเลยครับเพราะเสียเวลาเปล่าๆ ไปแน่นอน

ลองปรับดูครับ เดี๋ยวนี้มีแคมเปญที่มุ่งเน้นให้เข้าถึงกลุ่ม Digital Native พวกนี้กันเยอะเลย ส่วนหนึ่งหลากหลายแบรนด์บริษัท สินค้า ต่างๆนั้นก็คิดว่าเป็นการปูรากฐานแบรนด์ไว้แต่เนิ่นๆ ครับ พวกนี้ไม่อีกกี่ปีก็จะเข้ามาเป็นผู้กำหนดบทความทางการซื้อขาย เศรษฐกิจ ของเมืองไทยเราอยู่แล้ว ดังนั่นทำไว้เสียตอนนี้ ก็เรียกว่าไม่เสียหาย และยังได้แต้มต่อในการทำการตลาดในโซเชียลมีเดียในยุค 2.0 ด้วยครับคุณผู้อ่านครับ