วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อกีฬาผูกโยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน

ผมเชื่อลึกๆ ว่าเหตุผลหนึ่งที่ผมเคยจำได้ว่าทีมชาติฟุตบอลเกาหลีเคยเป็นรองประเทศไทยของเราหลายขุม

ในเวลาที่ผมยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นต้องฟังเสียงพากย์การถ่ายทอดสดการแข่งขันทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเวลาประเทศไทยไปแข่งกีฬาเอเซียนเกมส์ เมอร์เดก้าคัพ หรือกีฬาแหลมทอง เซียฟเกมส์ในอดีต ต้องคอยลุ้นและภาคภูมิใจกับความสำเร็จของนักกีฬาของเราในอดีตหลายต่อหลายท่าน ที่พวกเรามักจำเอาไปตั้งชื่อเล่นกันเวลาเตะบอลหน้าสนามโรงเรียน

ความภาคภูมิใจในอดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วกระทั่งวันนี้ทีมชาติเพื่อนบ้านอ่อนหัดด้านการกีฬาไม่เคยได้เหรียญในการแข่งขันกีฬากลับทำสถิติวิ่งแซงหน้าประเทศชั้นนำหลายประเทศ เห็นได้ชัดเวียดนามประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ไม่ต้องพูดถึงประเทศคู่แข่งด้านการกีฬาอย่าง จีน เกาหลีใต้ ที่วันนี้เขาไม่มองในภูมิภาคอีกต่อไป เพราะนักกีฬา สมาคมกีฬาของเขามุ่งไปที่กีฬาชั้นนำของโลกอย่างโอลิมปิกฤดูร้อนและฤดูหนาวเป็นเป้าหมายสำคัญ

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะเห็นพ้องกับความจริงที่ว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันหลากหลายรูปแบบในหลายสมาคมกีฬาของประเทศที่เรารักและหวงแหน บางสมาคมหลักฐานปรากฏชัดเจน ขาดเอกสารเบิกจ่ายเครื่องไม้เครื่องมือ วัสดุสิ้นเปลืองก็ใช้กันอย่างฟุ่มเฟือยสิ้นเปลืองสมชื่อ แต่พัฒนาการของนักกีฬาในสังกัดไม่ส่อให้เห็นผลแห่งการใช้จ่ายเงินงบประมาณวัสดุอุปกรณ์ที่มักแจ้งแถลงให้ทราบในรายงานประจำปี ยังไม่พูดถึงเรื่องคาราคาซัง ที่ถกเถียงมาช้านาน ทั้งเรื่อง การพนันขันต่อ การกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้า พูดง่ายๆ คือ การล็อกผล เหมือนล็อกเบอร์หวยให้ออกผลอย่างที่เจ้ามือรับแทงต้องการ จึงเกิดคำถามว่าสมาคมกีฬาต่างๆ ทำอะไรกันอยู่

เพราะนักกีฬาชื่อเสียงก้องโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็น นักแบด นักเทนนิส นักกอล์ฟ ล้วนพัฒนามาจากความพยายามส่วนตนและลำแข้งแรงกายแรงใจแรงเงินทุนของผู้ปกครองนักกีฬาแต่ละคน พอได้เหรียญรางวัล ได้โล่ได้ความชื่นชมขึ้นมา เหล่าบรรดาสมาคมกีฬาถึงได้เห็นเข้ามาโชว์ใบหน้าออกจอทีวี มีส่วนได้ส่วนเสียกับนักกีฬาขึ้นมาให้เห็นกันหลายสมาคม หากถามผมตรงๆ ว่ารู้สึกอย่างไรกับภาพที่ปรากฏเช่นนี้ ก็ต้องบอกว่าเป็นภาพที่เห็นแล้วอยากเบือนหน้าหนี ด้วยมันสะท้อนความล้าหลังทางความคิดและขาดความจริงใจในการร่วมกันผลักดันนักกีฬาและทีมกีฬาให้เป็นหน้าเป็นตาของคนส่วนใหญ่ เห็นแต่เวลามีสปอนเซอร์ มีผู้มอบความช่วยเหลือก็มักปรากฏชื่อคนโน้นคนนี้เข้ามาร่วมหารกับนักกีฬาอย่างไม่น่าจะเป็นธรรมเท่าที่ควร

ยิ่งการสรรหาคัดเลือกนักกีฬา ไม่นับการเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคมต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องของ “โควตา” และ “เส้นสาย” หาได้เป็นการเลือกสรรจากความรู้ความสามารถและศักยภาพในการบริหารจัดการ หรือ ความสามารถในทางการกีฬาอย่างแท้จริง ปัญหาดังกล่าวหมักหมมมาช้านาน กระทั่งล่าสุดเรื่องที่โจษจันกันทั่วบ้านทั่วเมืองกรณี คณะกรรมการเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งไม่รับรองผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ด้วยถ้อยแถลงของหนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ชัดเจนและบ่งบอกให้เห็นความไม่ชอบมาพากลหลากหลายประการภายในสมาคมฟุตบอลฯ

อาจเรียกได้ว่า การทุจริตคอร์รัปชันของสังคมที่เราคิดว่ามีอยู่ทุกหย่อมหญ้า คงต้องเปลี่ยนให้เห็นภาพชัดว่า มันพัฒนาไปไกลถึงเป็นการคอร์รัปชันที่ก่อตัวอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออกของคนซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ มีอิทธิพล มีพวกพ้อง ลิ่วล้อแขนขา เพราะหยิบจับอะไรสำหรับคนที่มองอะไรก็พบช่องทำมาหากิน เขาจะมองเห็นเป็น “โอกาส” มองเห็นเป็น “ขุมทรัพย์” ที่มุ่งจะกอบโกยเข้าพกเข้าห่อ และยิ่งการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบชี้นำด้วย “เสียงข้างมาก” เราจะพบว่า ประชาธิปไตยในบางเวลาได้เปิดช่องให้คนเห็นแก่ได้เข้ามาสร้างขุมเครือข่ายแสวงประโยชน์ ถึงจะมีองค์กรอิสระ หรือ องค์คณะตุลาการที่จะเข้ามาพิพากษาชี้ถูกผิดในหลายกรณีดูเหมือนจะสายเกินไปกว่าจะแก้ไขเยียวยา

ผมจึงเห็นว่าหากเราคิดจะส่งเสริมพัฒนาการกีฬาของชาติให้แข็งแรงมั่นคงอย่างจริงจัง คงต้องรื้อระบบแก้ไขระเบียบให้สอดคล้องต้องกันทุกสมาคมให้มีมาตรฐานกลาง เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหลายสมาคมมักอ้าง “ข้อกำหนดเฉพาะในส่วนของสมาคมกีฬาโลกที่ตนเองเกี่ยวข้องเข้ามาเป็นข้อผูกมัด” ฟังดูคล้ายเรื่องของ “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ซึ่งไม่ควรเป็นการสร้างภาระกับการพัฒนาสร้างสรรค์นักกีฬาของไทยให้มีศักยภาพและความสามารถ เพราะเมื่อกรรมการเป็นคนไทย สมาคมกีฬาก็ตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ระเบียบกฎเกณฑ์อะไรที่ยอมรับได้ก็เอามา อะไรเกินเลยต้องพูดคุยเจรจาแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของเรา