ช่วงนี้นอกคนไทยทุกคนจะร่วมสักการะพระศพ ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
และน้อมนำธรรมะคำสอนของพระองค์มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ โดยมีประชาชนจำนวนมากไปเข้าแถว เพื่อรอกราบพระศพที่ตำหนักเพชร ภายในวัดบวรนิเวศแล้ว ยังมีเรื่องที่คนกำลังเฝ้าจับตากับการเปลี่ยนรูปแบบในวงการธุรกิจมีเดียของไทยนั่นคือการประมูลทีวีดิจิทัล หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดให้มีการยื่นซองประมูล ทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง เมื่อวันที่ 28-29 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่ามีบริษัทที่ซื้อซองมายื่นประมูลกันอย่างคึกคัก โดยกว่าจะรู้ผลว่าค่ายไหนจะได้ใบอนุญาตประเภทอะไรก็คงเป็นปลายเดือน ธ.ค.โน่น
ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอยก็มียังคงปักหลักอยู่ที่บริเวณถนนอุรุพงษ์ แม้จะมีคนมาร่วมชุมนุมด้วยไม่มากมายอะไร แต่ก็ไม่ถึงเงียบหายไป แถมยังอาจจะมีกลุ่มเกษตกรชาวสวนยางพาราจาก 16 จังหวัดภาคใต้ที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยราคายางที่กก.ละ 100 บาท จนถึงขั้นปิดถนนเพชรเกษมเส้นทางลงขึ้น-ลงสู่ภาคใต้ไปเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา
เหตุการณ์หลายๆ เรื่องที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจของคนไทยขณะนี้ อาจทำให้เป็นจังหวะที่รัฐบาลจะอาศัยช่วงเวลาสุญญากาศที่ไม่มีใครสนใจ รีบไปดำเนินการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกประจำปี 2555/2556 ที่ก่อนหน้านี้มีตัวเลขขาดทุนออกมาแล้วกว่า 4 แสนล้านบาท ซึ่งดูท่าก็น่าจะเป็นตัวเลขที่เชื่อถือได้ เพราะตัวเลขนี้หลุดมาจากปากของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จับผิดเรื่องนโยบายจำนำข้าวมาตลอด จึงไม่น่าจะผิดพลาดอะไรได้ง่ายๆ
แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล และ ยรรยง พวงราช รัฐนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่างก็ออกมาประสานเสียงปฏิเสธตัวเลขดังกล่าวกันยกใหญ่ ว่าถึงจะขาดทุนแต่คงไม่มากมายถึง 4แสนล้านบาท ที่สำคัญเร็วๆ นี้ก็ได้เซ็นเอ็มโอยูขายข้าวให้รัฐบาลจีนไปถึง 1 ล้านตัน
แต่ก็มีแหล่งข่าวภายในกระทรวงการคลัง บอกเป็นนัยๆ ว่า ท่าทางตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2555/2556 คงจะเปลี่ยนแปลงใหม่ อาจจะพลิกจากขาดทุน มาไม่ขาดทุนก็ได้หลังจากว่าที่ปลัดกระทรวงการคลัง รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ กำลังจะเข้าไปปัดกวาดให้ตัวเลขออกมาดูดี เพราะให้สัมภาษณ์ว่าจะไปนั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก แทน สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่ทำหน้าที่นี้อยู่ โดยอ้างว่า เป็นตำแหน่งของปลัดกระทรวงการคลังอยู่แล้ว และตัวเองมีความรู้ทางบัญชีน่าจะทำให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจนตามหลักทางบัญชี และต้องการดูว่ามีตัวเลขส่วนไหนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและถูกต้อง โดยเฉพาะตัวเลขสต็อกข้าวที่แท้จริงว่ามีจำนวนเท่าไหร่กันแน่ รวมถึงปริมาณข้าวที่ระบายขายไป และเงินจากการขายข้าว
ล่าสุดรังสรรค์ ก็บอกเป็นนัยๆ แล้วว่าโปรดเกล้าฯตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังเมื่อไหร่ งานแรกคงเข้าไปปัดกวาดการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกก่อน เพราะเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ แต่ก่อนทำอะไรก็จะคุยกับสุภาก่อน
งานนี้ไม่รู้ว่า เรื่องที่จะคุยกับสุภา จะเกี่ยวข้องกับตัวเลขขาดทุนจำนำข้าวหรือป่าว ..คงไม่ใช่แค่ถามว่า สบายดีไหม?หรอกนะ... ยิ่งตอนนี้หลายคนหันไปสนใจการประมูลทีวีดิจิทัล เพราะอยากดูทีวีแบบภาพคมชัด ..เลยอาจไม่ทันสนใจว่าอนาคตกระเป๋าคนไทยจะฉีกขาดขนาดไหน.. เพราะขาดทุนจำนำข้าว









