วันที่ 28-29 ต.ค.นี้จะได้เห็น "ผู้เล่น" ตัวจริง ในสงครามดิจิทัลทีวีว่าใครบ้าง ตัดสินใจลงสนามประมูล
ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.)กำหนดให้เป็นวันยื่นซองพร้อม"เงินสด"ค้ำประกัน หลังจาก"ผู้สมัคร"ซื้อซองประมูลไปทั้งหมด 49 ซองจาก 33 บริษัทที่นับรวมแล้ว 24 กลุ่มธุรกิจ
ลองประเมินจากความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจในรอบ 1-2 เดือนที่ผ่านมาน่าจะเหลือผู้มายื่นซองประมาณ 40 ซอง เพราะแต่ละรายต้องตัดสินใจว่าจะยื่นซองประมูลในช่องประเภทไหน พร้อมกำเงินสดหรือแคชเชียร์เช็ค 10 %ของราคาประมูลขั้นต่ำที่กสท.กำหนด
ช่องวาไรตี้ความคมชัดสูง( HD ) กำหนดราคาขั้นต่ำ 1,510 ล้านบาท น่าจะมีผู้ยื่นซองประมูลประมาณ 10 ซองจากผู้ซื้อซองทั้งหมด 12 ซอง รายที่ตัดสินใจจะไม่ยื่นประมูลแบบช่อง HD 1 รายและคาดว่าอีก 1 รายอยู่ระหว่างการตัดสินใจจะเล่นเกมแบบ"หักดิบ"ชำระแค้นหรือไม่ โดยกสท.จะได้เงินสดค้ำประกันซองรวม 1,510 ล้านบาท
ช่องวาไรตี้ความคมชัดปกติ ( SD ) กำหนดราคาขั้นต่ำ 380 ล้านบาท น่าจะมีผู้ยื่นซองประมูลประมาณ 15 ซองจากผู้ซื้อซองทั้งหมด 17 ซอง กสท.จะได้เงินสดค้ำประกันซองรวม 570 ล้านบาท
ช่องข่าวความคมชัดปกติ( SD ) กำหนดราคาขั้นต่ำ 220 ล้านบาท น่าจะมีผู้ยื่นซองประมูลประมาณ 10 รายจากผู้ซื้อซองทั้งหมด 12 ซอง เพราะช่อง 3 กับกลุ่มทรูจะยื่นประมูลช่อง HD ทำให้ไม่สามารถยื่นประมูลช่องข่าวได้ กสท.จะได้เงินสดค้ำประกันซองรวม 220 ล้านบาท
ช่องเด็กและครอบครัวความคมชัดปกติ(SD ) กำหนดราคาขั้นต่ำ 140 ล้านบาท น่าจะมีผู้ยื่นซองประมูลประมาณ 6 รายจากผู้ซื้อซองทั้งหมด 8 ราย กสท.จะได้เงินสดค้ำประกันซองรวม 84 ล้านบาท
ในระหว่างวันที่ 28-29 ต.ค.กสท.จะได้รับเงินสดค้ำประกันซอง รวมกันประมาณ 2,300 ล้านบาทจากผู้เข้าประมูลประมาณ 40 ซอง
หลังจากนั้นกสท.จะใช้เวลาไม่เกิน 45 วันในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นซองว่าขัดต่อหลักเกณฑ์การประมูลหรือไม่
กรณีที่น่าจับตามากที่สุดคือการถือหุ้นระหว่างกันไม่เกิน 10 %แล้วยื่นประมูลประเภทเดียวกันของบริษัทจันทร์ 25 กับบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ(ช่อง 7 ) ที่ซื้อซองประมูลช่อง HD ที่คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ถือหุ้นในช่อง 7 รวมหุ้นของสามีเป็น 21 % ที่วงในแจ้งว่า"กฤตย์ รัตนรักษ์"ได้บรรลุข้อตกลงจะรวมกันกับคุณหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถประมูลช่อง HD แทนในนามบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุที่อาจจะไม่ยื่นซองไปเลย
หลักฐานสำคัญอีกอย่างที่ผู้ยื่นซองจะต้องแนบไปด้วยคือหนังสือรับรองการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์ ตลอดอายุใบอนุญาต 15 ปี เท่าที่ตรวจรายชื่อผู้ซื้อซองไปแล้วน่าจะผ่านเกณฑ์นี้ไปได้ทุกราย
ผมคิดว่ากสท.คงจะใช้เวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติไม่นานนัก เพราะในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา กสท.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเป็นที่ปรึกษาในการเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกสท.กับผู้เข้าประมูลทุกราย
ถ้ากสท.ใช้เวลาในการตรวจทานเอกสารทั้งหมดไม่เกิน 30 วันแล้วประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องภายในเดือนพ.ย.น่าจะมีการประมูลดิจิทัลทีวีในช่วงกลางเดือนธ.ค.ปีนี้ที่จะเป็นการประมูลดิจิทัลทีวีครั้งแรกในโลกเป็นเวลา 4 วันต่อเนื่อง วันละ 1 ประเภทๆละ 1 ชั่วโมง
แล้วหลังจากนั้นกสท.กำหนดเวลา 30 วัน ผู้ชนะประมูลจะต้องชำระเงินงวดแรก ค่าประมูล 50 %ของราคาขั้นต่ำกับ 10 %ของราคาส่วนเกินจากขั้นต่ำ คาดว่ากสท.จะได้เงินจากการประมูล 24 ช่อง รวมประมาณ 25,000 ล้านบาทขึ้นไปจากเงินประมูลขั้นต่ำรวม 15,190 ล้านบาท
โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องนำหลักฐานของธนาคารยอมค้ำประกันเต็มวงเงินประมูลทั้งหมดมาวางกับกสท. เพื่อให้กสท.มั่นใจได้ว่าแม้ผู้ชนะการประมูลไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ กสท.ยังได้รับเงินประมูลเต็มวงเงินค้ำประกัน
สถานการณ์เช่นนี้มีโอกาสเกิดเป็นอย่างยิ่งในช่วง 3-4 ปีแรกที่โครงข่ายดิจิทัลทีวียังไม่สมบูรณ์และการเข้าถึงดิจิทัลทีวี( Penetration Rate )ยังต่ำมาก เพราะฟรีทีวีระบบอนาล็อกยังออกอากาศอยู่ไปอีกประมาณ 5 ปี เอเยนซี่โฆษณาจะมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นในการเลือกลงโฆษณาในช่องที่มีเรทติ้งสูงในแต่ละกลุ่มช่อง
ผู้ประกอบการรายใหม่บางรายที่มีคอนเทนท์ที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วในช่องทีวีดาวเทียมและผลิตป้อนให้กับฟรีทีวีเดิม อาจจะได้อานิสงส์"เม็ดเงิน"ที่ไหลออกจากช่อง 5 และช่อง 9 ที่มีจุดอ่อนด้านคอนเทนท์ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ผลิตเอง
กสท.กำหนดไว้ว่าหลังออกใบอนุญาตให้กับผู้ชนะประมูลน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 45 วันหลังประมูลเสร็จ ผู้ชนะการประมูลจะต้องออกอากาศภายใน 30 วันที่ไม่ได้กำหนดว่าจะออกอากาศวันละกี่ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละราย ราวๆเดือนมีนาคม 2557 น่าจะได้เห็นช่องดิจิทัลทีวี 24 ช่องเริ่มออกอากาศ
ขอคาดเดาว่าในช่วงประกอบกิจการ 3 ปีแรก น่าจะมีผู้ประกอบการรายใหม่ไม่เกิน 2-3 รายที่พอจะสามารถทำกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิจากการดำเนินงานได้บ้าง แต่เมื่อดูงบกระแสเงินสดหรือ Cash Flow ยังน่าจะติดลบทุกรายเพราะต้องจ่ายค่าประมูลให้หมดภายใน 6 ปี
"ผู้ชนะประมูล"ทุกรายจึงไม่ใช่"ผู้ชนะเกม"ในสงครามดิจิทัลทีวี"ยกสอง"ที่ผู้เล่นรายใหม่ 24 ช่องดิจิทัลทีวี ยังอยู่ในสนามการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมไปอีกอย่างน้อยประมาณ 5 ปี ผู้เล่นรายใหม่ยากจะต่อกรผู้เล่นรายเก่าได้สมน้ำสมเนื้อแบบสนามแข่งขันที่เท่าเทียม( Level Playing Field )
ช่อง 5,ช่อง 7,ช่อง 9 และช่อง 11 ยังคงออกอากาศในระบบอนาล็อกที่เข้าถึงครัวเรือนไทย 99 %ไปอีก 5 ปี จนถึงสิ้นปี 2561 และถ้าอสมท.ยังเสียดายเงินค่าสัมปทานกับช่อง 3 ปีละ 250 ล้านบาทไม่เสนอแก้สัญญาสัมปทานกับช่อง 3 แบบที่ช่อง 5 ทำกับช่อง 7 เพื่อแลกกับใบอนุญาตโครงข่ายดิจิทัลทีวีอีก 1 โครงข่าย ช่อง 3 จะยังออกอากาศในระบบอนาล็อกไปจนสิ้นสุดอายุสัมปทานปี 2563 เป็นช่องสุดท้าย
แม้ว่าช่องไทยพีบีเอสจะเป็นช่องแรกในการยกเลิกการออกอากาศแบบอนาล็อกในอีก 3 ปีข้างหน้า สิ้นปี 2559 เพื่อคืนคลื่นความถี่ให้กับกสท.แลกกับการได้ช่องดิจิทัลทีวีอีก 1 ช่องสำหรับทำช่องเด็กและครอบครัว
นอกจากนี้แล้วอย่าลืมว่าในสนามการแข่งขันวงการโทรทัศน์ยังมี"ผู้เล่นรายใหญ่"อีกหลายรายที่มีเงินทุน แต่เลือกจะขอนั่งรอดูอยู่นอกสนามไปก่อน ไม่ยอมควักเงินมาประมูลดิจิทัลทีวี แต่มองเห็นโอกาสจะผลิตรายการป้อนให้กับผู้ชนะการประมูล 24 ช่องที่ต้องแบกภาระเงินประมูลและค่าโครงข่ายค่อนข้างสูง
รูปแบบธุรกิจจะเปลี่ยนจากสถานีโทรทัศน์มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าผู้ผลิตรายการ เช่น กำหนดค่าเช่าเวลาสูงมาก ฯลฯ แต่ช่องดิจิทัลทีวีที่มีมากถึง 24 ช่องคงจะต้องเสาะหาและเอาอกเอาใจผู้ผลิตคอนเทนท์ที่มีคุณภาพมาลงผังรายการในไพร์มไทม์เพื่อแย่งชิงเรทติ้งกับช่องฟรีทีวีเดิมและช่องดิจิทัลทีวี 24 ช่อง รวมกันแล้วร่วม 30 ช่อง
ผู้เล่นในสนามคอนเทนท์รายใหญ่ที่มีศักยภาพในการผลิตรายการไม่ด้อยกว่าเจ้าของช่องดิจิทัลทีวี แต่ไม่ต้องการเข้าประมูลเพื่อไม่ต้องแบกภาระ เช่น กลุ่มกันตนา, เจเอสแอล , แม็ทชิ่ง , โพลีพลัส,ทีวีธันเดอร์,บรอดคาสซ์ไทย,ลักษณ์666 ,ทีวีซีน,ซีเนริโอ,แอ็กแซ็ก,บอร์นแอนแอสโซซิเอท,ดาราวิดีโอ , การ์ตูนคลับ , วู้ดดี้เวิร์ลด,ป่าใหญ่ครีเอชั่น , VRZO ฯลฯ
แต่ผู้ผลิตคอนเทนท์เหล่านี้มี"งาน"แบบ"ผูกปิ่นโต"กับช่องฟรีทีวีเดิมเป็นส่วนใหญ่มายาวนาน สงครามดิจิทัลทีวียกต่อไปหลังประมูลเสร็จสิ้นลง
คงจะได้เห็นอำนาจต่อรองของผู้ผลิตคอนเทนท์ที่มีมากขึ้นกับช่องฟรีทีวีเดิมหรือเห็นการเอาอกเอาใจผู้ผลิตคอนเทนท์จากฟรีทีวีเดิมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกิดผู้เล่นรายใหม่ๆในสายผู้ผลิตคอนเทนท์ป้อนหลายช่องในรูปแบบรับจ้างผลิต
เนื่องจากภายหลังการยื่นซองประมูลวันที่ 28-29 ตุลาคม กสท.เคยมีประกาศหลักเกณฑ์ประมูลดิจิทัลทีวี ลงในราชกิจจานุเบกษา 4 มิถุนายน 2556 ในหมวดที่ 4 มาตรการรักษาความเป็นธรรม และผลประโยชน์ของรัฐ
ข้อ 11 ห้ามผู้เข้าร่วมการประมูลหรือผู้แทนแต่ละราย ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน รวมถึงต้องไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลใดๆ อันเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ตั้งแต่วันที่คณะกรรมการเปิดให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต จนถึงเวลาที่การประมูลสิ้นสุดลง
ข้อ 12 ผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้ที่เกี่ยวข้อง จะต้องไม่เข้าทำสัญญาหรือความตกลงอย่างหนึ่งอย่างใดกับผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่น อันเกี่ยวกับกระบวนการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และจะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ
คอลัมน์"คิดใหม่วันอาทิตย์"ที่ในช่วงหลัง ผมมักเขียนถึงการประมูลดิจิทัลทีวีเป็นส่วนใหญ่ จึงขอ"หยุดพัก"กำหนดช่วงเงียบ Silent Period งดเขียนถึงการประมูลดิจิทัลไปจนกว่าการประมูลเสร็จสิ้น ในราวกลางเดือนธ.ค.และของดไม่ไปข้องแวะเขียนเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่แสนจะน่าเบื่อไปด้วยอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะพบกันใหม่









