วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รางวัลโนเบลกับเศรษฐศาสตร์น้ำจืดและน้ำเค็ม

เป็นที่ทราบกันดีว่า อเมริกามีนักวิจัยในศาสตร์ต่างๆ มากมายและได้รับรางวัลโนเบลมากกว่าประเทศใดในโลก

ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ชาวอเมริกันคว้ารางวัล ชาวอเมริกันคว้ารางวัลไปเกือบหมดทางด้านเศรษฐศาสตร์ ผู้ได้รับรางวัลร่วมกันเป็นชาวอเมริกันทั้งสามคน ตามธรรมดา นั่นไม่น่าแปลก แต่ปีนี้มีความแปลกใหม่ที่ผู้ได้รับรางวัลร่วมกันมีแนวคิดขัดแย้งกันแบบคนละขั้ว

นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันที่มีความขัดแย้งกันทางด้านแนวคิดอาจแยกได้เป็นสองขั้วใหญ่ๆ ผู้ที่อยู่ในขั้วแรกมีความเชื่อพื้นฐานว่าระบบตลาดเสรีมีประสิทธิภาพสูง ฉะนั้น รัฐบาลควรจำกัดบทบาทในเศรษฐกิจ นั่นคือ นอกจากจะไม่เข้าไปทำกิจการเองแล้วยังไม่ควรตั้งกฎระเบียบขึ้นมามากมายเพื่อเข้าไปควบคุมการทำงานของตลาดและองค์กรเอกชนที่มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกด้วย ยิ่งกว่านั้น รัฐบาลต้องจำกัดการใช้จ่ายพร้อมกับเก็บภาษีให้ต่ำ ฐานของขั้วนี้อยู่ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก เนื่องจากนครชิคาโกตั้งอยู่ริมทะเลสาบมิชิแกนซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดยักษ์ นักเศรษฐศาสตร์ในขั้วนี้จึงมีสมญาว่าขั้วน้ำจืด

ผู้ที่อยู่ในขั้วที่สองไม่เชื่อว่าระบบตลาดเสรีมีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้เพราะประสิทธิภาพสูงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อภาวะความเป็นจริงตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ แต่โดยทั่วไป ภาวะเช่นนั้นมักไม่เกิดขึ้นโดยเฉพาะใน 3 ด้านด้วยกันคือ ผู้ที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจมีข่าวสารข้อมูลเท่าเทียมกันสำหรับใช้ในการตัดสินใจต่าง ๆ ทุกคนตัดสินใจทำอะไร ๆ ด้วยเหตุผลเท่านั้นโดยไม่มีอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้อง และทุกคนตัดสินใจโดยใช้หลักการแสวงหาประโยชน์สูงสุดเพื่อตนเอง สมมติฐานเกี่ยวกับภาวะเหล่านี้มีข้อโต้แย้งมากเนื่องจากโดยทั่วไปคนเรามีข่าวสารข้อมูลไม่เท่าเทียมกัน มักใช้ทั้งเหตุผลและอารมณ์ในการตัดสินใจและมิได้มุ่งแสวงหาประโยชน์สูงสุดเพื่อตนเองอยู่ตลอดเวลา การขาดประสิทธิภาพของตลาดเสรีเปิดโอกาสให้รัฐบาลเข้าไปมีบทบาทในการทำให้มันมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ฐานของขั้วนี้ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งทางชายฝั่งมหาสมุทรแอตแอนติกของอเมริการวมทั้งฮาร์วาร์ดและเยล นักเศรษฐศาสตร์ในขั้วนี้จึงมีสมญาว่าขั้วน้ำเค็ม

ผู้ชนะรางวัลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์ปีนี้เป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก 2 คนชื่อ ลาร์ส พีเตอร์ แฮนเซน และ ยูจีน ฟามา กับที่มหาวิทยาลัยเยลชื่อ โรเบิร์ต ชิลเลอร์ ดร. แฮนเซน เป็นผู้ค้นคว้าในด้านวิธีวิจัยโดยใช้วิชาสถิติมากกว่าในด้านเศรษฐศาสตร์โดยตรง มองจากมุมนี้ เขาได้รางวัลในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านสถิติที่นักเศรษฐศาสตร์อื่นนำไปใช้ เขาจึงไม่อยู่ในขั้วน้ำจืดโดยตรง ดร. ฟามา และ ดร. ชิลเลอร์ ได้รับรางวัลทางด้านการบุกเบิกเรื่องเกี่ยวกับราคาของสินทรัพย์ที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดต่างๆ รวมทั้งตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์

ดร. ฟามา พยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ค้าขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างนำข้อมูลใหม่มาใช้ในการซื้อขายอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น ราคาของมันจึงสะท้อนมูลค่าจริงเสมอ ด้วยเหตุนี้ ตลาดจึงมีประสิทธิภาพสูงและฟองสบู่ในตลาดหลักทรัพย์จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ดร. ฟามา มิได้หยุดเพียงแค่นั้น เขาวิจัยต่อไปและผลักดันนโยบายในแนวที่ว่า รัฐบาลไม่ต้องเข้าไปควบคุมตลาดหลักทรัพย์เนื่องจากผู้อยู่ในตลาดจะสามารถควบคุมกันเองได้เพราะต่างก็มีข้อมูลเท่าเทียมและรู้ทันกัน อย่างไรก็ตาม แนวนโยบายนี้มิได้หยุดอยู่ที่การควบคุมตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น หากยังถูกนำไปใช้ในการลดการควบคุมด้านอื่นอีกด้วยรวมทั้งสถาบันการเงิน ผู้ที่ผลักดันนโยบายในแนวนี้จนมีผลทางด้านการเงินการธนาคารมากที่สุดได้แก่ อลัน กรีนสแปน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางอเมริกันนานกว่า 18 ปีจาก 2530 ถึง 2549

ดร. ชิลเลอร์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นหลัง ดร. ฟามา 7 ปีและมีผลงานที่มักค้านผลการวิจัยของ ดร. ฟามา ตลอดมา ผลการวิจัยของ ดร. ชิลเลอร์ สรุปว่า ราคาสินทรัพย์ในตลาดอาจแตกต่างไปจากมูลค่าจริงของมันแบบเทียบกันไม่ได้แม้ในระยะยาวราคาจะเปลี่ยนไปในแนวของค่าจริงก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความแตกต่างเกิดขึ้นได้แก่ผู้อยู่ในตลาดมีข้อมูลไม่เท่าเทียมกันและการซื้อขายมิได้วางอยู่บนฐานของเหตุผลเท่านั้น หากยังวางอยู่บนฐานของอารมณ์อีกด้วย ข้อสรุปนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้อยู่ในตลาดไม่สามารถควบคุมกันเองได้ทำให้ตลาดขาดประสิทธิภาพ

ดร. ชิลเลอร์ ใช้ผลการวิจัยทำนายฟองสบู่ในราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีและในราคาอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างถูกต้อง การปะทุของฟองสบู่เทคโนโลยีเมื่อปี 2543 และฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์เมื่อปี 2551 ต่างก็สร้างความเสียหายร้ายแรงจากความถดถอยของเศรษฐกิจ ธนาคารเป็นหัวจักรสำคัญในการผลักดันให้เกิดฟองสบู่ ทั้งที่มีกฎระเบียบควบคุมน้อยลง แต่ธนาคารกลับพากันละเมิดกฎระเบียบมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารเจพีมอร์แกนต้องจ่ายค่าปรับถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งที่มีตัวอย่างให้เห็นตำตามาตลอด แต่ อลัน กรีนสแปน ยังไม่ยอมรับว่าเขาผิดพลาด ล่าสุด เขาแก้ตัวด้วยการเขียนหนังสือออกมาชื่อ The Map and the Territory : Risk, Human Nature, and the Future of Forecasting

เมื่อนักเศรษฐศาสตร์ชั้นรางวัลโนเบลยังเห็นต่างกันถึงปานนี้ ประเทศที่ไม่มีนักเศรษฐศาสตร์ดังๆ จะทำอย่างไร? ปริศนานี้อาจตอบได้ด้วยการใช้สามัญสำนึก แต่ประเทศกำลังพัฒนามีปัญหามากว่าการเลือกแนวนโยบาย ทั้งนี้ เพราะไม่ว่าจะเลือกเดินสายไหน ผลร้ายมักตามมาจากปัญหาเรื่องการมีความฉ้อฉลสูง