วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จัดโควตาแรงงานไทย ฤดูเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดน

ปัญหาของแรงงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่า ที่ประเทศสวีเดนและฟินแลนด์มีให้พบเห็นอยู่ทุกปี

เนื่องจากกฎหมายของสวีเดนไม่เอื้อต่อการดูแลแรงงานต่างชาติ เพราะหากแรงงานต่างชาติอยากได้รับการคุ้มครองในสวีเดน ต้องเสียภาษีกว่าร้อยละ 50 ของอัตราเงินเดือน ทำให้ไม่มีการจ้างงานโดยตรงกับบริษัทในสวีเดน บวกกับผลตอบแทนที่สูง ที่ยังคงเป็นประเด็นจูงใจให้แรงงานหน้าใหม่อยากจะไปขุดทองเพิ่มขึ้นทุกปี

และขณะนี้ประเทศสวีเดนอยู่ระหว่างการยื่นขอโควตา การออกวีซ่าให้กับแรงงานต่างชาติที่จะไปเก็บผลไม้ป่า ในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน ปี2557 ดังนั้น ในส่วนของประเทศไทยเอง จำเป็นจะต้องมาตรวจสอบดูว่าเราจะจัดส่งแรงงานในโควตาของปี 2557 มากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซาก

อธิบดีกรมการจัดหางาน นายประวิทย์ เคียงผล ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีบริษัทที่จัดส่งแรงงานไปเก็บผลไม้ป่า ที่ประเทศสวีเดนและฟินแลนด์อยู่จำนวน 9 บริษัท ในปีที่ผ่านมามีการจัดส่งคนงานรวม 4,500 คน แต่ในปีนี้ (2556) มีการส่งคนงานไป 6,100 คน ซึ่งเกินความต้องการ ดังนั้นจึงประเมินว่าในปี 57 หากจะอนุญาตให้แรงงานไทยไปสวีเดนต้องไม่เกิน 4,500 คน

และยังอธิบายถึงสาเหตุ ที่ไม่สามารถตัดสิทธิ์การจัดส่งของบริษัททั้ง 9 แห่งที่นำคนงานไปเก็บผลไม้ที่สวีเดนได้ เนื่องจากปีที่ผ่านมาคดีการฟ้องร้อง ระหว่างคนงานกับบริษัทที่จ้างแรงงานไปเก็บผลไม้นั้น บริษัทเป็นฝ่ายชนะ จึงทำให้กรมการจัดหางานไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนได้ พร้อมกันนี้ ไม่แนะนำให้แรงงานใหม่ที่ไม่เคยไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดน เพราะเกรงว่าจะเก็บไม่ได้ตามจำนวนที่ผู้รับซื้อต้องการ ทำให้ได้ไม่คุ้มเสีย จนเกิดการประท้วงตามมาบ่อยครั้ง

ขณะที่ความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทย 250 คน ที่ไปเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดน และยังได้รับค่าจ้างไม่ครบ ล่าสุดกรมการจัดหางานได้ร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้ความช่วยเหลือโดยการยื่นฟ้องบริษัทนายจ้างที่พาแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่า กับศาลแรงงานกลางให้พิจารณาจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายคืนให้กับคนงาน และยังรวมไปถึงค่าบริการที่เรียกเก็บเกินจริง จาก 78,000 บาท เป็น 95,000 บาท และหากนายจ้างไม่ยอมจ่าย ทางกรมการจัดหางานจะดำเนินการฟ้องทางแพ่งกับบริษัทนายจ้างต่อไป

นอกจากนี้ผลการหารือกับเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย ถึงมาตรการดูแลแรงงานไทย ที่เดินทางไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดน และประสบปัญหาผลไม้ล้นตลาดจนราคาตกต่ำ โดยเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย ไม่ตอบรับมาตรการป้องกันของไทย ในการจำกัดการออกวีซ่าอนุญาตให้แรงงานไทยไปเก็บผลไม่ป่าในสวีเดน เนื่องจากประเทศสวีเดนมองว่าเป็นสิทธิ์ตามประชาธิปไตยที่ใครก็สามารถเดินทางไปเก็บได้ ดังนั้นกรมการจัดหางานจึงต้องเปลี่ยนการเจรจากับรัฐบาล เป็นหารือกับบริษัทผู้รับซื้อในสวีเดนแทน

นายประวิทย์ บอกว่าเราต้องการรู้ว่าในแต่ละปีบริษัทเหล่านี้ต้องการที่จะซื้อผลไม้ป่าจำนวนเท่าใด ในอัตราเท่าไหร่ เพื่อที่กรมการจัดหางาน จะได้มาคำนวณว่าจะอนุญาตให้แรงงานไทยไปเก็บจำนวนเท่าใด เพื่อป้องกันปัญหาไม่คุ้มค่าในการเสียค่าใช้จ่ายเดินทาง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นายสิงหเดช ชูอำนาจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางงาน เดินทางไปเจรจาครั้งนี้ คงต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะได้ข้อสรุป

คงเป็นอีกหนึ่งมาตรการดูแลแรงงานไทย ซึ่งต้องติดตามผลว่าสามารถหยุดปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากได้หรือไม่ เพราะอย่าลืมว่ายังมีแรงงานที่แฝงตัวโดยไม่ผ่านกรมการจัดหางานก็มีไม่น้อย...