วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เวทีรับฟังความเห็น โครงการน้ำที่ขาดข้อมูล

เวทีจัดรับฟังความเห็นโครงการลงทุนน้ำ 3.5 แสนล้านบาทเริ่มไปแล้วเงียบๆ ไม่เป็นที่สนใจสำหรับสื่อกระแสหลักมากนัก

เวทีแรกจัดขึ้นที่ จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 15 ตค .ที่ผ่านมาซึ่งหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเริ่มต้นที่นั่น ซึ่งหากลองประมวลก็อาจจะเพราะที่นั่นเป็นโครงการเล็กสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุของอ่างอยู่ที่ 9.23 ล้าน ลบ.ม. ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพราะไม่ถึง 10 ล้าน ลบ.ม นอกจากนี้พื้นที่ จ.ลำพูนไม่เคยมีอ่างขนาดใหญ่หรือเขื่อน ทำให้อาจจะมีความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกลำไย

แต่การคาดการณ์ว่าจะไม่มีแรงต้านนั้น ดูเหมือนว่าจะผิดไปค่อนข้างมากเพราะเวทีแรกชาวบ้าน จ.ลำพูน จำนวนมากมาลงทะเบียนเพื่อร่วมรับฟัง จากเดิมตั้งเป้าหมายเอาไว้เพียง 800 คน แต่มามากจนห้องประชุมรับไม่ไหว ส่วนแรงต้านที่เดิมคาดว่าจะไม่มีก็ไม่ใช่เช่นกัน เพราะวันนั้นมีชาวบ้านประมาณ 300 คน ที่รวมตัวกันยื่นจดหมายคัดค้านโครงการ

ขณะที่เวทีที่สอง จัดขึ้นที่ จ.ชัยนาทในวันที่ 18 ต.ค ซึ่ง เป็นพื้นที่ดำเนินการหลายโครงการ เช่น โมดูลเอ2 เรื่องพื้นที่ปิดล้อม เศรษฐกิจและโมดูลเอ5 เรื่องของฟลัดเวย์ตะวัน ทั้งสองโครงการกระทบประชาชนในหลายจังหวัด แต่การจัดรับฟังเริ่มต้นด้วยความ งงๆ ของชาวบ้านเพราะข้อมูลที่เสนอไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเพียงพอ แม้จะมีชาวบ้านมาร่วมลงทะเบียนตามจำนวนที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ 1,200 คน

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิการจัดการนน้ำแบบบูรณาการ ตัวแทนภาคประชาชน เข้าร่วมสังเกตการณ์การรับฟังความเห็นครั้งนี้บอกว่า ชาวบ้านค่อนข้างจะงงๆ เพราะข้อมูลที่นำมาเสนอไม่ได้บอกรายละเอียดผลกระทบที่เกิดขึ้น บอกเพียงภาพรวมกว้างๆเท่านั้น ทำให้การมีส่วนร่วมมีไม่มากนัก

โดยข้อมูลที่นำเสนอเป็นเพียงหลักการของ โมดูลเอ2 ในเรื่องพื้นที่ปิดล้อม แต่ไม่บอกรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรยกถนนเส้น ชาวบ้านกี่หมู่บ้านที่จะได้รับผลกระทบ ขณะที่ ข้อเสนอของโมดูลเอ5 เรื่องของฟลัดเวย์จะต้อง ขุดคลองใหม่ ไม่บอกเส้นทางไหนและจะกระทบอำเภอและหมู่บ้านอะไรบ้าง ซึ่งหาญณรงค์ บอกว่า การจัดรับฟังความเห็นจึงไม่ได้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะขาดรายละเอียดโครงการให้ผู้ร่วมประชุมได้รับรู้ก่อนมาร่วมรับฟังความเห็น

นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านทำให้การแสดงความคิดเห็นมีน้อยแม้จะแบ่งกลุ่มย่อยก็มีการแลกเปลี่ยนไม่มากเพราะว่าชาวบ้านไม่รู้เรื่อง

บรรยากาศโดยรวมของการจัดรับฟังความคิดเห็นจึงเป็นเรื่องของการขาดแคลนข้อมูล ที่ไม่เพียงพอที่จะให้ชาวบ้านได้แสดงความเก็นว่าควรจะสนับสนุนหรือคัดค้านโครงการ แม้ว่าข้อกังวลของชาวบ้านส่วนใหญ่จะกังวลเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการอพยพโยกย้ายออกจากพื้นที่ รวมไปถึงเรื่องของการจ่ายชดเชยเยียวยา

สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการน้ำครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 28 ต.ค. เป้าหมายผู้เข้าร่วมอยู่ที่ 2 พันคน โครงการที่ได้รับผลกระทบได้แก่ โครงการก่อสร้างโมดูล A1 การสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก ความจุเก็บกักประมาณ 1,300 ล้าน ลบ.ม.โดยจังหวัดเชียงใหม่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำปิง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่แจ่ม ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และอ่างเก็บน้ำแม่ขาน ต.น้ำบ่อหลวง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

โดยเวทีในวันที่ 28 ต.ค. น่าจะจับตาเป็นอย่างยิ่งกับแรงต้าน เพราะหากรัฐบาลยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ เชื่อว่ารัฐต้องแก้ปัญหามากกว่า 2 เวทีที่ผ่านมาแน่นอน