การลดความเหลื่อมล้ำเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในขณะนี้ และมีนัยเป็นยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนไปด้วย
ซึ่งหลายประเทศรวมทั้งประเทศที่เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจก็เผชิญหน้ากับปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมเช่นกัน ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นได้ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เราทุกคนทราบกันดีว่าผลกระทบของความเหลื่อมล้ำนั้นมีทั้งในระดับกว้างและระดับลึก รวมทั้งส่งผลในระยะสั้นและระยะยาวเช่นกัน
หลักการสำคัญของสังคมสิทธิมนุษยชนนั้นมุ่งเน้นการยอมรับและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งในเชิงปัจเจกและในระดับชุมชน รวมทั้งสังคมโดยทั่วไป และในทางปฏิบัติเป้าหมายที่สำคัญของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เป็นรูปธรรมก็คือการเสริมสร้างสังคมเสมอภาคนั่นเอง เพราะเมื่อทุกคนได้รับการยอมรับและรับรองในความเป็นมนุษย์โดยไม่ว่าเขาผู้นั้นจะมีถิ่นกำเนิด เพศ อายุ ภาษา หรือมีความคิดเห็นทางการเมืองเป็นอย่างไร ก็ย่อมสันนิษฐานต่อไปได้ว่าทุกคนในสังคมนั้นๆ จะได้รับการปฏิบัติจากทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ และในภาพรวมย่อมก่อให้เกิดสังคมเสมอภาคอย่างแน่นอน
การเสริมสร้างสังคมที่เสมอภาคจึงน่าจะเป็นภารกิจพื้นฐานที่สำคัญของทุกคนในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งแม้จะดูเป็นการพูดที่โรแมนติคเต็มไปด้วยหลักการและอุดมการณ์ แต่ก็ต้องไม่หยุดยั้งที่จะร่วมกันแสวงหาหนทางที่เป็นรูปธรรมและขจัดปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นให้กับเป้าหมายของสังคมที่เราเห็นร่วมกันนี้
เมื่อสังคมมีความหลากหลายซับซ้อน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้มีปัจจัยในการเสริมสร้างสังคมที่เสมอภาคอยู่มากมายหลายประการจำเป็นต้องมีการรับรู้และแสวงหาปัจจัยสำคัญเหล่านี้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ให้ประโยชน์สำหรับทุกคน
การเป็นสังคมที่การดำรงชีวิตตามหลักนิติธรรมถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อสังคมเสมอภาค แต่การใช้ชีวิตประจำวันตามแนวนิติธรรมจะต้องทำความเข้าใจกันในความหมายของการเคารพความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและไม่ละเมิดซึ่งกันและกัน มิใช่หมายถึงการร่างกฎหมายมาขีดเส้นการใช้ชีวิตแบบทุกย่างก้าว สังคมที่มีหลักนิติธรรมจึงมุ่งเน้นความเท่าเทียมและเสมอภาคกันโดยมีกฎหมายที่ทุกคนรับรู้และเข้าถึงได้เป็นกรอบกำหนดพฤติกรรม หรือส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน
กระบวนการในการบัญญัติกฎหมายและเนื้อหาของกฎหมายจึงถือว่าเป็นสาระสำคัญของการสร้างสังคมนิติธรรม การผูกขาดโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจึงเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับเส้นทางสู่สังคมเสมอภาคนับแต่การเปิดประตู ดังนั้น กระบวนการนิติบัญญัติจะต้องถูกออกแบบให้มีความหลากหลายเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงและมีส่วนร่วมในการรับรู้และเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
การกระจายรายได้ตามหลักการที่แท้จริงของระบบเสรีทางการค้าแบบทุนนิยมจึงเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงและต่อเนื่องควบคู่ไปกับการเป็นสังคมแห่งนิติธรรมเพราะโครงสร้างและเนื้อหาของกฎหมายจะเป็นการกำหนดโอกาสและความเป็นไปได้ของการเข้าถึงทรัพยากรในการสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวของทุกคน ดังนั้นหากกฎหมายมีเนื้อหาและโครงสร้างที่ไม่เลือกปฏิบัติก็จะส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้ที่เสมอภาคตามไปด้วย
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของความเหลื่อมล้ำทั้งทางการเมืองและสังคมตามมาด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะโดยทั่วไปรายได้ถือเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญและเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ รวมไปถึงโอกาสในการจัดสรรความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจอันเป็นมิติในการเข้าถึงสิทธิทางการเมืองของคนแต่ละกลุ่มอีกด้วย
การจัดสรรรายได้ให้กับคนทุกกลุ่มได้มีโอกาสเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขจึงเป็นภาระของทุกฝ่ายในสังคมที่จะต้องรักษาสมดุลระหว่างความรวยและความจนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดช่องว่างให้เหลือน้อยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันจะต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาให้เท่าทันกับสถานการณ์ด้วย
การมีโอกาสในการพัฒนาตนเองจากการเรียนรู้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการเสริมสร้างสังคมเสมอภาค เพราะการคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์จะต้องถือว่าแต่ละคนมีโอกาสและศักยภาพตามธรรมชาติในการพัฒนาชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ ระบบการศึกษาของแต่ละสังคมจึงจะต้องเป็นระบบที่ทุกคนเข้าถึงได้และได้รับบริการตามมาตรฐานของสังคมและระดับนานาชาติ
สังคมที่เสมอภาคจึงเกิดขึ้นได้ด้วยศักยภาพของบุคคลทั้งในระดับปัจเจกและระดับชุมชนที่มีเป้าหมายไปในทิศทางและคุณค่าที่แต่ละสังคมร่วมกันสร้างขึ้นโดยเห็นว่าเป็นเป้าหมายและคุณค่าร่วมที่ทุกคนยอมรับได้ เมื่อทุกคนมีโอกาสในการได้ใช้ศักยภาพของตนเองและชุมชนอย่างเต็มประสิทธิภาพภายใต้กรอบคุณค่าและเป้าหมายร่วมของสังคม เมื่อนั้นความเท่าเทียมและเสมอภาคก็จะเกิดขึ้น
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะช่วยกันสร้างเสริมให้เกิดสังคมเสมอภาค แต่ก็ไม่ยากถ้ามองให้กว้างกว่าประโยชน์ส่วนตน









