ประเด็นร้อนเกี่ยวกับอเมริกาในตอนนี้ คงจะหนีไม่พ้น การปิดทำการ (Shutdown) ของรัฐบาลสหรัฐ
หลังจากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถหาข้อสรุปจากการเจรจาผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีสำหรับปี 2014 ได้ ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐต้องหยุดทำการและพนักงานรัฐเกือบล้านตำแหน่งต้องถูกพักงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ในช่วงสัปดาห์หน้า เมื่อได้ข้อสรุปในประเด็นของกรณีพิพาทเรื่องกฎหมายประกันสุขภาพ หรือ โอบามาแคร์ (Obamacare) และการเจรจาขยายเพดานหนี้ แต่สิ่งที่หนึ่งที่แน่ชัดคือ ต่อจากนี้ไปการดำเนินงานของพรรคการเมืองใหญ่ภายในระบบการเมืองของสหรัฐจะไม่เหมือนเดิม
แรงจูงใจและเป้าหมายของการปิดทำการรัฐบาลในครั้งนี้ต่างกันสำหรับวุฒิสมาชิก เท็ดครูซหมายถึงคะแนนนิยมจากประชาชนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 สำหรับกลุ่มรีพับลิกันหัวรุนแรง (Tea Party) คือการประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นอนุรักษนิยมกลับคืนมา สำหรับจอห์น โบห์เนอร์ และสมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่คือการได้มีตำแหน่งอยู่ในสภาต่ออีกสมัยหนึ่ง สำหรับพรรครีพับลิกันคือการวางเดิมพันก้อนใหญ่เพื่อเอาคืนฝ่ายตรงข้าม และท้ายที่สุด สำหรับพรรคเดโมแครตเอง คือการจับตาดูผลการเลือกตั้งในปี 2016 และหวังว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้งอย่างที่ GOP (ชื่อเล่นของพรรครีพับลิกัน) เคยสูญเสียเก้าอี้จำนวนมากในปี 1996 จากการปิดทำการของรัฐบาลในครั้งนั้น
การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ สมาชิกพรรคการเมืองแต่ละฝ่ายต่างเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีในการแสดงบทบาทของตนในเวทีสาธารณะเพื่อนำไปสู่ความก้าวหน้าในตำแหน่งทางการเมืองต่อไปในอนาคต
หากกลไกของระบอบประชาธิปไตยทำงานอย่างเต็มที่ การปิดทำการของรัฐบาลจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า ประธานาธิบดีโอบามา สมาชิกพรรคในสภาสูงและสภาล่างมีจำนวนมากพอที่จะยกมืออนุมัติให้ผ่านร่างงบประมาณปี 2014 และยุติการปิดทำการที่สร้างความกังวลแก่พนักงานราชการของสหรัฐจำนวนมากนี้ลงได้ อย่างไรก็ตาม จอห์น โบห์เนอร์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาล่างได้ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการผ่านร่างงบประมาณ โดยกล่าวว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันทั้งหมดจะยกมือให้คะแนนเสียงไปในทิศทางเดียวกัน
การให้สัมภาษณ์ของจอห์น โบห์เนอร์ กรณีข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการแตกแยกทางความคิดระหว่างคนในพรรครีพับลิกัน ในความเป็นจริงแล้ว พรรครีพับลิกันยอมทำทุกอย่างยกเว้นการสร้างความสามัคคีภายในพรรค การแบ่งเป็นฝักฝ่ายแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดวิกฤติที่สำคัญและยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนสำหรับอนาคต ส.ส.ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าหน้าที่ของตนคือการบริหารงานในเขตที่ได้รับเลือก การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลและการต่อสู้เพื่อความถูกต้องของประชาชนในขณะดำรงตำแหน่งในรัฐสภา ในทางตรงกันข้าม ส.ส. หัวรุนแรงในกลุ่ม Tea Party ที่ได้รับการหนุนหลังทางการเงินจากฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อยในสภา แต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของพรรค ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและเสี่ยงที่จะเรียกร้องให้มีการปิดทำการในครั้งนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ระยะยาวให้กับประเทศ รวมถึงตำแหน่งทางการเมืองของสมาชิกพรรคด้วย
โบห์เนอร์ และสมาชิกพรรครีพับลิกันที่เหลือไม่มีทางออกอื่นนอกจากยอมรับข้อเรียกร้องของกลุ่ม Tea Party
กลุ่ม Tea Party คือ กลุ่มเสียงส่วนน้อยในพรรครีพับลิกันจำนวนประมาณ 40 คนซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มนายทุนที่มีแนวคิดต่อต้านประธานาธิบดีโอบามา ต่อต้านแนวคิดสังคมนิยม สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลขนาดเล็ก และให้การสนับสนุนแนวคิดของเสรีภาพส่วนบุคคลซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มชนชั้นล่างจำนวนมาก กลุ่มฝักใฝ่แนวคิดอนุรักษนิยมนี้เองที่พยายามต่อต้านกฎหมายประกันสุขภาพของรัฐบาล เพื่อรักษาผลประโยชน์ของฐานเสียงของตน อย่างไรก็ตาม ฐานเสียงที่แข็งแกร่งของกลุ่ม Tea Party ทำให้สมาชิกพรรคคนอื่นไม่สามารถปฏิเสธการเรียกร้องของสมาชิกกลุ่มนี้ได้ เพราะเกรงว่าการขัดแย้งนี้ทำให้ตนสูญเสียความนิยมสำหรับการเลือกตั้งในสมัยหน้า
สภาวะปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่อำนวยโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเท็ดครูซ ซึ่งใช้พรรคเป็นเครื่องมือในการเดิมพัน ครูซ และกลุ่ม Tea Party อยู่ในระหว่างเกมซึ่งเป้าหมายสุดท้ายคือการได้ครอบครองอำนาจควบคุมและการเป็นหัวหอกทางความคิดของพรรครีพับลิกันสำหรับการเลือกตั้งในอีกสองปีข้างหน้า
สำหรับประธานาธิบดีโอบามาและสมาชิกพรรคเดโมแครตการยื่นข้อเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปีสำหรับกฎหมายประกันสุขภาพคือการนำหลักการของพรรคมาเป็นแนวทางในการดำเนินนโยบาย และเชื่อว่า เสียงข้างน้อยจำนวนหนึ่งในรัฐสภาไม่มีสิทธิที่จะหยุดยั้งกลไกการทำงานและใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือในการต่อรองได้
อย่างไรก็ตาม การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐในครั้งนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรรครีพับลิกัน และอาจจะนำมาซึ่งความเป็นไปได้ 2 ประการ ได้แก่
1. กลุ่ม Tea Party จะเพิ่มบทบาทและความสำคัญมากยิ่งขึ้นในพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำหลักการเกี่ยวกับรัฐบาลขนาดเล็กและเสรีภาพส่วนบุคคลมาเป็นแกนหาเสียงในการเลือกตั้งครึ่งเทอมในปี 2014 และการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016
2. กลับสู่ภาวะปกติ คือ อำนาจในการควบคุมกลับไปอยู่กับเสียงข้างมากในพรรครีพับลิกัน ซึ่งเน้นการบริหารประเทศผ่านการประนีประนอมและการสร้างความร่วมมือกัน
สำหรับเส้นทางในอนาคตของพรรครีพับลิกัน กลุ่มเสียงข้างมากจำเป็นต้องเอาชนะเสียงข้างน้อยในสภา กลุ่มเสียงข้างน้อยในพรรคมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นภายใต้รัฐธรรมนูญและมีสิทธิในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ที่สนับสนุนตนหากแต่ไม่ควรจะมีสิทธิในการเป็นผู้นำพรรค พรรครีพับลิกันจำเป็นต้องยืนหยัดต่อหน้าที่ของตนภายใต้ระบอบประชาธิปไตยโดยการให้ความร่วมมือและการประนีประนอมเพื่อผลประโยชน์ของทุกฝ่าย และเพื่อให้ประเทศชาติสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้ ไม่เช่นนั้นแล้วนโยบายของพรรคจะถูกครอบงำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนผิวขาวทางใต้ซึ่งเป็นฐานเสียงของกลุ่ม Tea Party เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น
ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านของสหรัฐพยายามจะช่วงชิงอำนาจในรัฐบาลและความนิยมจากประชาชนกลับมา ผ่านกระบวนการตรวจสอบและการถ่วงดุลอำนาจ (Check and Balance) ตามกลไกของการปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงอย่างที่เห็นในกรณีการปิดทำการรัฐบาลนี้พรรคฝ่ายค้านของไทยปฏิเสธที่จะเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาในการทำให้ประชาชนตาสว่างและเห็นภาพรวมในการบริหารงานและการเงินของรัฐบาล เพื่อรักษาผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ แต่กลับใช้วิธีการทางอ้อมที่ขัดกับหลักการทางประชาธิปไตยเพื่อการยึดครองอำนาจในการบริหารแทน ความแตกต่างของการเดินเกมทางการเมืองของไทยกับสหรัฐ สะท้อนภาพบางและแนวโน้มในอนาคตของการเมืองไทยได้เป็นอย่างดี






