วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลจากศาลรัฐธรรมนูญ

ไม่รับตีความคำร้องว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว.นั้นขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 หรือไม่

ทำให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้น ขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย

>>> การยกคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญ มองเพียงช่องทางที่ยื่นเข้าไปไม่ถูกต้อง ขณะที่ส่วนตัวผมแล้ว มองเข้าไปที่ "เนื้อหา" มากกว่า เพราะการบัญญัติกฎหมายลักษณะ "เจาะจง" ไปยังกลุ่มคนกลุ่มใดโดยเฉพาะ (ส.ว.สรรหา ให้พ้นจากตำแหน่งทันที) จนเห็นได้แน่ชัด นั้น เข้าข่ายเป็นการออกกฎหมาย "จำกัดตัดสิทธิพลเมือง"

>>> หนังสือรวมคำพิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐฯ ชื่อว่า ดัลล์ (Dall) เล่มที่ 3 หน้าที่ 386 หน้าที่ 399 ถึงหน้าที่ 400 พิพากษาว่า "การจำกัดตัดสิทธิพลเมืองโดยหลักของการตอบโต้ และการบัญญัติกฎหมายได้เป็นเครื่องแสดงความแปรเปลี่ยนไปของฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ"(โดยการเน้นย้ำให้เห็นว่า เสียงข้างมากไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีหลักมีเกณฑ์)

>>> ผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว. ถือเป็นผลงานของรัฐสภา ที่ต้องการ "ขับไล่บุคคล" ที่(รัฐสภาเสียงข้างมากมีความเห็นว่า) มีความโน้มเอียงไปในทางที่คิด "แตกต่าง และจ้องล้มล้างฝ่ายตัวเอง”

>>> อเล็กซานเดอร์ แฮร์มิลตัน เขียนบันทึกไว้ว่า : "ด้วยหลักการของรัฐธรรมนูญ ที่จำกัดในอำนาจ เท่าที่ผมเข้าใจดีหมายถึงรัฐธรรมนูญที่มีข้อยกเว้นแน่ชัดบรรจุไว้ที่ได้ยกเว้นอำนาจแห่งฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น กรณีตัวอย่างว่า รัฐสภาต้องไม่ออกกฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง ไม่ออกกฎหมายที่มีสภาพบังคับย้อนหลัง รวมทั้งอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่มีนัยเดียวกันข้อจำกัดเช่นนี้ควรมีผลรักษาไว้ในทางปฏิบัติไม่มีวิธีใดที่ให้ผลไปกว่าให้ศาลสถิตย์ยุติธรรมทำหน้าที่ ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวก็คือศาล มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติทั้งหลายที่มีข้อความขัดแย้งอย่างแจ้งชัดของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญต้องตกเป็นโมฆะ ถ้าไม่เป็นดังที่แสดงนี้แล้วสิทธิและอภิสิทธิ์ต่าง ๆที่บัญญัติไว้โดยแน่ชัดตามรัฐธรรมนูญก็คงไว้ผลตกเป็นอากาศธาตุ"

>>> ความเป็นมาของข้อห้ามกฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง คือ พระราชบัญญัติออกโดยรัฐสภา ที่ตราออกมาประหารชีวิตบุคคลใดหรือคนหลายคนโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้กันในคริสต์ศตวรรษที่ 16 17 และ18 โดยอังกฤษใช้กฎหมายนี้กับกลุ่มคนที่พยายามหรือข่มขู่ ที่จะใช้ความพยายามที่จะล้มล้างรัฐบาล นอกจากจะมีโทษถึงตายแล้ว กฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมืองยังครอบคลุมไปถึงการ "ริบราชบาตร" หมายความว่าผู้ที่ถูกจำกัดตัดสิทธิที่มีบทบาทโดยธรรม ทายาทโดยธรรมเหล่านั้นไม่อาจสืบมรดกได้ ทำนองเดียวกัน "กฎหมายแห่งความเจ็บปวดรวดร้าวและการลงทัณฑ์" ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับกฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมืองอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

>>> นอกจากกฎหมายดังกล่าวนี้จะกำหนดโทษไว้ไม่มีการลงโทษประหาร ตัวอย่างช่นการกำจัดออกไป (เนรเทศ) ตัดสิทธิมิให้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือการขับให้บุตรชายของบุคคลที่กฎหมายบัญญัติไว้ออกจากรัฐสภา ส่วนใหญ่กฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง และกฎหมายแห่งการเจ็บปวดรวดร้าวและลงทัณฑ์ จะไม่ระบุชื่อฝ่ายที่ต้องการบังคับใช้ลงไปซึ่งมีจำนวนไม่น้อย เพียงแต่บรรยายไว้กว้างให้เป็นที่รู้

>>> ประวัติศาสตร์ ได้ทำให้เห็นแนวทางรูปแบบในรูปแบบอันกว้างขวางหลากหลาย ถึงวัตถุประสงค์ และผลของกฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง ซึ่งชี้ให้เห็นขอบเขตของตัวบทกฎหมาย และวรรคตอนของกฎหมายจำกัดตัดสิทธิพลเมือง นับเป็น "ความชั่วร้าย" ที่เป็นความมุ่งหวังที่สังคม ควรจะกำจัดผู้ที่เลื่อมใสในกกฎหมาย "จำกัดตัดสิทธิพลเมือง" ให้สิ้นไป